ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

กค 0811/พ.ว.04437 · 12 พฤษภาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.ว.04437
วันที่
12 พฤษภาคม 2542
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.ข้อหารือ

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษี

มูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 353) พ.ศ. 2542 ปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมซึ่งจัดเก็บในอัตราร้อยละ

10.0 เป็นอัตราร้อยละ 7.0 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544

และจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10.0 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป นั้น

เพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ปฏิบัติเกี่ยวกับการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการที่คำนวณภาษี

มูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544

เป็นแนวทางเดียวกัน กรมสรรพากรจึงเรียนมาเพื่อซ้อมความเข้าใจดังต่อไปนี้

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการแก่ส่วนราชการผู้ประกอบการ

จดทะเบียนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

(1) กรณีการขายสินค้าเสร็จเด็ดขาด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของ

ผู้ประกอบการจดทะเบียนเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่

ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับชำระค่าสินค้าหรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนการส่งมอบสินค้า ความรับผิดใน

การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าสินค้าหรือได้ออกใบกำกับภาษี แล้วแต่กรณี ตามมาตรา

78 (1) (ข) และ (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น

(ก) ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งมอบสินค้าให้แก่ส่วนราชการก่อนวันที่ 1

เมษายน พ.ศ.2542 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ตาม

มาตรา 78 (1)และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดยออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการ

ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร แม้ว่าส่วนราชการจะชำระค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1

เมษายน พ.ศ.2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 ก็ตาม กรณีดังกล่าว ส่วนราชการต้องจ่ายค่า

สินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 10.0 ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด ทำสัญญาขายครุภัณฑ์กับ

ส่วนราชการวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 มูลค่าสินค้า 1,122,000 บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มใน

อัตราร้อยละ 10.0 ไว้แล้ว บริษัท ก ส่งมอบครุภัณฑ์ทั้งหมดวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2542 บริษัท ก

ต้องออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2542 โดยคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 1,122,000 บาท คูณด้วย 10 หารด้วย 110 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 102,000

บาท เป็นมูลค่าสินค้า 1,020,000 บาท (1,122,000 หักด้วย 102,000) เมื่อส่วนราชการชำระค่า

สินค้าวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2542 จะต้องชำระเงิน 1,122,000 บาท

(ข) ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งมอบสินค้าให้แก่ส่วนราชการตั้งแต่วันที่ 1

เมษายน พ.ศ. 2542 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78 (1) และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดย

ออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร แม้ว่าส่วนราชการจะ

ชำระค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป กรณีดังกล่าว

ส่วนราชการต้องจ่ายค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 7.0

ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด ทำสัญญาขายครุภัณฑ์กับส่วนราชการวันที่ 1

มีนาคม พ.ศ. 2542 มูลค่าสินค้า 1,122,000 บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ไว้แล้ว

บริษัท ก ส่งมอบครุภัณฑ์ทั้งหมดวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2542 บริษัท ก ต้องออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้

แก่ส่วนราชการในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยคำนวณมูลค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ดังนี้

มูลค่าสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามสัญญา 1,122,000.00 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,122,000 x 10 102,000.00 บาท

110

มูลค่าสินค้าสุทธิ 1,020,000.00 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,020,000 x 7 71,400.00 บาท

100

ต้องเรียกเก็บรวม 1,091,400.00 บาท

(2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนผลิตหรือขายสินค้าประเภทและชนิดนั้นเป็นปกติ

อยู่แล้ว แม้ว่าส่วนราชการจะสั่งให้ผลิตตามแบบที่กำหนดซึ่งแตกต่างไปจากสินค้าที่ผลิตหรือขายเป็นปกติอยู่

บ้าง แต่ก็ยังคงเป็นสินค้าประเภทและชนิดเดียวกัน ถือว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้า ตามมาตรา

77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการชำระค่าสินค้า ปฏิบัติ

เช่นเดียวกับ (1)

(3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง เช่น การขาย

เครื่องปรับอากาศพร้อมติดตั้ง หากตกลงเป็นราคาเหมารวมโดยไม่แยกว่าเป็นค่าสินค้าจำนวนเท่าใด

และค่าติดตั้งเป็นจำนวนเท่าใด ถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง

ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการชำระค่าสินค้า ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (1) แต่หากตกลงโดย

แยกราคาค่าสินค้าและราคาค่าติดตั้งออกจากกัน ค่าติดตั้งที่แยกออกมายังคงถือเป็นบริการ

(4) กรณีการขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ ที่กรรมสิทธิ์ใน

สินค้า ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ

จดทะเบียนเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวดตามมาตรา 78 (2)

แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับชำระราคาสินค้าหรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อน

ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า

หรือได้ออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78 (2) (ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี ดังนั้น

(ก) ถ้างวดที่ถึงกำหนดชำระราคาค่าเช่าซื้อเป็นงวดก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ผู้ประกอบการ

จดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 78 (2) และมาตรา 80 แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการ ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

แม้ว่าส่วนราชการจะไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อตามงวดที่ถึงกำหนดชำระก็ตาม กรณีดังกล่าว ส่วนราชการต้อง

จ่ายค่าเช่าซื้อและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 10.0(ข) ถ้างวดที่ถึงกำหนดชำระราคาค่าเช่า

ซื้อเป็นงวดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 ผู้ประกอบการ

จดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78 (2) และมาตรา 80 แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

แม้ว่าส่วนราชการจะไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อตามงวดที่ถึงกำหนดชำระก็ตามกรณีดังกล่าว ส่วนราชการต้อง

จ่ายค่าเช่าซื้อและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 7.0 ซึ่งการคำนวณค่าเช่าซื้อและภาษีมูลค่าเพิ่ม

เช่นเดียวกับตัวอย่าง (1) (ข)

(5) กรณีการให้บริการความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ

จดทะเบียนเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ ตามมาตรา 78/1 (1) หรือเมื่อได้รับชำระราคา

ค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง ตามมาตรา 78/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่

ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ความรับผิดในการเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้ออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 (1) (ก) และมาตรา 78/1 (2) (ก)

แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี เช่น การรับจ้างซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ต่าง ๆ การรับเหมา

ก่อสร้างอาคาร ดังนั้น

(ก) ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนรับชำระราคาค่าบริการก่อนวันที่ 1 เมษายน

พ.ศ. 2542 หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระราคาค่าบริการก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542

ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ตามมาตรา 78/1 และมาตรา

80 แห่งประมวลรัษฎากร โดยออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการตามมาตรา 86 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ส่วนราชการต้องจ่ายค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 10.0

(ข) ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนรับชำระราคาค่าบริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน

พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระราคาค่าบริการ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่

เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78/1 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดย

ออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนราชการต้องจ่าย

ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 7.0 ตัวอย่าง บริษัท ข จำกัด ทำสัญญารับเหมา

ก่อสร้างกับส่วนราชการวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2543 มูลค่า

งานก่อสร้าง 16,500,000 บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ไว้แล้ว บริษัท ข ส่งมอบ

งานบางส่วน และส่วนราชการตรวจรับมอบงานบางส่วนแล้ววันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2541 บริษัท ข

ออกใบแจ้งหนี้ค่างานเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2542 จำนวน 5,500,000 บาท ส่วนราชการชำระค่า

งานวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2542 จำนวน 5,500,000 บาท บริษัท ข ต้องออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้

แก่ส่วนราชการในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2542 โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5,500,000 บาท คูณ

ด้วย 10 หารด้วย 110 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 500,000 บาท เป็นมูลค่างาน 5,000,000 บาท

ซึ่งส่วนราชการต้องจ่ายค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 5,500,000 บาทต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม

พ.ศ. 2542 บริษัท ข ส่งมอบงาน และส่วนราชการชำระค่างานส่วนที่เหลือจำนวน 11,000,000 บาท

บริษัท ข ต้องออกใบกำกับภาษีส่งมอบให้แก่ส่วนราชการในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 โดยคำนวณ

มูลค่างานและภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ดังนี้

มูลค่างานรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามสัญญา 11,000,000.00 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 11,000,000 x 10 1,000,000.00 บาท

110

มูลค่างานสุทธิ 10,000,000.00 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10,000,000 x 7 700,000.00 บาท

100

ต้องเรียกเก็บรวม 10,700,000.00 บาท

2. กรณีส่วนราชการได้วางฎีกาเบิกเงินจากกรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัด ตามจำนวนค่า

สินค้าหรือบริการที่คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 และได้รับอนุมัติฎีกาแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้

(1) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0

ส่วนราชการต้องจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 10.0

(2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ส่วน

ราชการต้องจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 7.0 ตามตัวอย่างข้อ

1(1) (ข) หรือข้อ 1 (5) (ข) แล้วแต่กรณีสำหรับเงินส่วนที่เหลือจากที่ได้รับอนุมัติฎีกา ให้นำส่ง

กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 แต่

ได้ออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากส่วนราชการในอัตราร้อยละ 10.0 และส่วนราชการได้

จ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ผู้ประกอบการ

จดทะเบียนต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.พ.30) เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10.0 ซึ่งถือว่า

แสดงภาษีขายไว้เกินไป ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นคำร้องตามแบบ ค.10 ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มใน

อัตราร้อยละ 3.0 ภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ชำระภาษีเกินไป กรณีดังกล่าวให้ส่วนราชการเรียกคืนเงิน

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่จ่ายเกินไปจากผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไป

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 12 มิถุนายน 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีขายที่เกิดขึ้นก่อนโอนกิจการทั้งหมด

    กค 0702(กม.09)/พ./1196

  2. 20 มีนาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการใช้อัตราร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/พ./2346

  3. 30 กรกฎาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ยื่นแบบแสดงรายการมิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/พ./7513

  4. 30 สิงหาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการจากโครงการเงินกู้ตามมาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    กค 0811/พ.09004

  5. 3 สิงหาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่คืนหรือลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้บริโภค

    กค 0811/07770

  6. 2 มิถุนายน 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

    กค 0811/พ.05192

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 78 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 80 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ