ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้จากการจำหน่ายตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange)

กค 0811/5493 · 21 มิถุนายน 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/5493
วันที่
21 มิถุนายน 2545
เลขตู้
65/31575

1.ข้อหารือ

1. บริษัท ก. ออกตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) ราคาหน้าตั๋ว 100 บาท โดยขาย

ให้ธนาคารในราคา 90 บาท เนื่องจากธนาคารต้องการนำตั๋วแลกเงินนี้ไปขายต่อให้ได้ราคา ธนาคาร

จึงต้องอาวัลตั๋วและขายต่อในตลาดรอง เมื่อถึงวันครบกำหนด บริษัท ง. ซึ่งเป็นผู้ทรงตั๋วคนสุดท้าย

สามารถนำมาขึ้นเงินกับธนาคารหรือบริษัท ก. ก็ได้ แต่เพื่อความสะดวกกับลูกค้าในการขึ้นเงิน ธนาคาร

จะนำเงินที่เรียกเก็บจากบริษัท ก. มาจ่ายให้บริษัท ง. ธนาคารเข้าใจว่า บริษัท ก. เป็นผู้มีหน้าที่หัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับบริษัท ง. ใช่หรือไม่

2. บริษัท ก. ซื้อสินค้าจากบริษัท ข. ในราคา 100 บาท บริษัท ข. ให้เครดิตทางการค้า

4 เดือน เนื่องจากบริษัท ข. เจ้าหนี้ต้องการได้เงินก่อนจึงให้บริษัท ก. ออกตั๋วแลกเงินให้ในราคา

เท่ากับมูลหนี้คือ 100 บาท เพื่อให้ตั๋วแลกเงินสามารถขายในตลาดได้บริษัท ข. จึงนำตั๋วแลกเงินนี้ให้

ธนาคารอาวัล เมื่อธนาคารอาวัลแล้วบริษัท ข. จะนำตั๋วแลกเงินนี้ไปขายลดในตลาดได้ในราคา 95

บาท สมาคมฯ เข้าใจว่ากรณีนี้ไม่มีส่วนต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินครั้งแรก เพราะ

บริษัท ก. ออกตั๋วแลกเงินให้บริษัท ข. ด้วยราคาเท่ากับมูลหนี้ ส่วนบริษัท ข. ขายต่อให้ตลาดรองโดยมี

ส่วนลด สมาคมฯ เห็นว่า ส่วนลดดังกล่าวนี้ไม่เป็นส่วนต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน

ครั้งแรก

3. การไถ่ถอนตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้ออก ผู้ทรงตั๋วแลกเงินคนสุดท้าย สามารถไถ่ถอนกับ

ธนาคารผู้เป็นคู่สัญญากับธนาคารผู้ออกตั๋วโดยผ่านระบบ Clearing ของธนาคารแห่งประเทศไทย

ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ก. ออกตั๋วโดยมีส่วนลดครั้งแรก 10 บาท บริษัท ค. ผู้ทรงคนสุดท้ายซื้อ

ตั๋วแลกเงินใบนี้โดยมีส่วนลดเพียง 2 บาท เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน บริษัท ค. นำตั๋วไปไถ่ถอนกับ

ธนาคาร ง. ซึ่งเป็นคู่สัญญากับธนาคาร ก. ผ่านระบบ Clearing ธนาคาร ง. จะจ่ายเงินให้บริษัท

ค. ในราคาหน้าตั๋วโดยไม่มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ เพราะธนาคาร ง. จะไม่ทราบส่วนลด

ครั้งแรกของตั๋วแลกเงินใบนี้และธนาคาร ง.ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้ ธนาคาร ก.

จะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายอย่างไร นอกจากนี้ กรณีมีการทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งธนาคารได้

เรียกเก็บค่าอากรแสตมป์จากบริษัท ก. ค่าอากรแสตมป์ตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจะถือเป็นส่วนหนึ่ง

ของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ และบริษัท ก. มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่

4. บริษัท ก. ได้ออกตั๋วแลกเงินราคาตามหน้าตั๋ว 100 บาท โดยขายให้ธนาคารในราคา

90 บาท ส่วนต่างของราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินครั้งแรกเท่ากับ 10 บาท ธนาคารขาย

ตั๋วแลกเงินต่อให้บุคคลธรรมดาในราคา 92 บาท โดยธนาคารได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ 15% จาก

ส่วนต่างครั้งแรก 10 บาท ต่อมาบุคคลธรรมดาขายตั๋วแลกเงินต่อให้บริษัท ค. ในราคา 98 บาท และ

บริษัท ค. ถือตั๋วแลกเงินจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน สมาคมฯ หารือว่า นิติบุคคลผู้ทรงตราสารคนสุดท้าย

(บริษัท ค.) ยังคงต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่าย

ตั๋วเงินครั้งแรกอีกหรือไม่

5. การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในวันที่ผู้ทรงตั๋วแลกเงินมาไถ่ถอนทำให้ผู้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย แสดงยอดรายได้ในบัญชีไม่ตรงกับยอดรายได้ที่แสดงในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ตัวอย่างเช่น บริษัท ค. ซื้อตั๋วแลกเงินจากตลาดรองในราคา 98 บาท แต่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

จากยอด 10 บาท โดยผู้ออกตั๋วยืนยันว่าเงิน 10 บาท นี้คือส่วนต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคา

จำหน่ายตั๋วเงินครั้งแรก ดังนั้น บริษัท ค. แสดงยอดรายได้ในบัญชีด้วยราคา 2 บาท ขณะที่รายได้ใน

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแสดงด้วยยอด 10 บาท สมาคมฯ หารือว่า บริษัท ค. ถูกหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากเงินได้พึงประเมินซึ่งไม่ตรงกับรายได้ที่ได้รับจริงทางบัญชี เมื่อบริษัท ค. ถูก

ตรวจสอบจะก่อให้เกิดปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบกับบริษัทหรือไม่ ถ้ามีโปรดแนะนำข้อปฏิบัติที่จะ

ทำให้ไม่เกิดปัญหาดังกล่าว

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. บริษัท ก. เป็นผู้ออกตั๋วแลกเงิน เมื่อตั๋วแลกเงินครบกำหนดไถ่ถอน บริษัท

ง. นำตั๋วแลกเงินมาเรียกเก็บจากธนาคารและธนาคารนำเงินที่เรียกเก็บจากบริษัท ก. มาจ่ายให้แก่

บริษัท ง. ถือเป็นการกระทำแทนบริษัท ก. ผู้ออกตั๋ว บริษัท ก. จึงเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม

มาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และออก

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่บริษัท ง. ตามข้อ 4(3) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.

4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ท.ป.106/2545 ฯ ลงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2545

2. กรณีตาม 2. บริษัท ก. ออกตั๋วแลกเงินให้บริษัท ข. มูลค่า 100 บาท เพื่อชำระหนี้ค่า

ซื้อสินค้าจากบริษัท ข. แล้วบริษัท ข. นำตั๋วแลกเงินไปขายลดในตลาดในราคา 95 บาท ส่วนต่าง

จำนวน 5 บาท ที่บริษัท ข. ได้รับจากการขายลดตั๋วแลกเงิน ไม่ถือเป็นผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับ

ราคาจำหน่ายตั๋วเงินที่บริษัทเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน ตามมาตรา

40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีตาม 3. การไถ่ถอนตั๋วแลกเงินผ่านระบบ Clearing นั้น ถือว่า ธนาคารผู้ออกตั๋ว

เป็นผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษี

ณ ที่จ่าย ในวันที่มีการขึ้นเงินตามตั๋วแลกเงินนั้น ๆ คือ วันที่ได้มีการ Clearing ตั๋วแลกเงินเพื่อจ่าย

เงินให้บริษัท ค. สำหรับกรณีที่มีการทำสัญญาค้ำประกันและธนาคารเรียกเก็บเงินค่าอากรแสตมป์จาก

คู่สัญญา ธนาคารในฐานะผู้ค้ำประกันมีหน้าที่ต้องเสียอากรตามลักษณะแห่งตราสาร 17. ของ

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ เมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินค่าอากรแสตมป์ของลูกค้า ถือว่าเงินค่าอากรแสตมป์

เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าที่ได้รับจากการให้บริการค้ำประกัน ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)

แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากลูกค้าของธนาคารซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

หรือนิติบุคคลอื่น ลูกค้าของธนาคารมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ

12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544 ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2544

4. กรณีตาม 4. การขายลดตั๋วแลกเงินของบริษัท ก. ให้บุคคลธรรมดานั้น บุคคลธรรมดา

ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่าย

ตั๋วเงินครั้งแรกตามมาตรา 50(2)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร หากต่อมาบุคคลธรรมดาขายตั๋วแลกเงินให้

แก่บริษัท ค. และบริษัท ค. ถือตั๋วแลกเงินจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนแล้วนำไปไถ่ถอนกับบริษัท ก.

บริษัท ก. ผู้ออกตั๋วยังคงต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากบริษัท ค. ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามข้อ

4(3) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดย ท.ป.106/2545 ฯ ลงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2545

5. กรณีที่ผู้ทรงตั๋วแลกเงินคนสุดท้ายซึ่งเป็นผู้ไถ่ถอนตั๋วแลกเงินมียอดรายได้ที่ได้รับจากการ

ไถ่ถอนไม่ตรงกับยอดรายได้ที่แสดงในหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเนื่องจากยอดรายได้ที่

แสดงไว้ในหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เป็นยอดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักไว้มิใช่ยอด

รายได้จริงที่ผู้ทรงตั๋วแลกเงินได้รับ แต่ยอดรายได้ที่ผู้ทรงตั๋วแลกเงินได้รับจากการไถ่ถอนตั๋วเป็นยอด

รายได้จริงที่เกิดจากการประกอบกิจการ หากผู้ทรงตั๋วแลกเงินดังกล่าวมีหลักฐานแสดงได้โดยชัดเจนว่า

ยอดรายได้ที่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เป็นยอดจากผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน

แม้ยอดรายได้ทั้งสองจำนวนจะไม่ตรงกันก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากการฝ่าฝืนบทบัญญัติของ

กฎหมายแต่อย่างใด และจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการตรวจสอบ หากว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่

กฎหมายกำหนดไว้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 25 ตุลาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีโอนขายตั๋วแลกเงินและจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0706/8850

  2. 16 ตุลาคม 2549

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการโอนตราสารหนี้

    กค 0706/8651

  3. 16 ตุลาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0709/8631

  4. 16 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการโอนตราสารหนี้

    กค 0706/3379

  5. 8 กันยายน 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบธุรกิจบัตรเงินสด

    กค 0706/7571

  6. 12 ธันวาคม 2544

    ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีปรับปรุงระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายใหม่

    กค 0811/11501

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ