ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีปรับปรุงระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายใหม่

กค 0811/11501 · 12 ธันวาคม 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/11501
วันที่
12 ธันวาคม 2544
ประเภทภาษี
อื่น ๆ
เลขตู้
64/31165

1.ข้อหารือ

สมาคมธนาคารต่างชาติได้เชิญประชุมผู้แทนธนาคารเพื่อหารือถึงผลกระทบและปัญหาจาก

กฎเกณฑ์การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2544 และมีปัญหา

เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ดังกล่าว ดังมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียม Front-end-fee ที่ธนาคารเรียกเก็บจากวงเงินกู้ยืมคูณอัตรา ร้อยละ

และค่าธรรมเนียมในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกหนี้ สมาคมฯ เข้าใจว่า

ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์

หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการกู้ยืมตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น (ไม่รวมถึงธนาคารพาณิชย์ และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วย

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์) จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้กับ

ธนาคาร จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ถูกต้องหรือไม่

2. ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก และจำหน่ายครั้งแรกในราคาที่ต่ำกว่าราคา ไถ่ถอน กรณีหาก

ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋วเงินโดยให้บริษัทหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้จำหน่ายตั๋ว (ผู้ออกตั๋วเงินและผู้จำหน่าย

ตั๋วเงินมิได้เป็นนิติบุคคลเดียวกัน) ผู้จำหน่ายตั๋วเงินให้แก่ธนาคารมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับผล

ต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินดังกล่าวหรือไม่ และต้องหักเมื่อขายหรือเมื่อถึงกำหนด

ไถ่ถอนตั๋วเงิน

ตัวอย่าง เช่น ธนาคาร A ออกตั๋วเงินราคาตามหน้าตั๋ว 100 บาท ขายให้ธนาคาร B ใน

ราคา 90 บาท ธนาคาร B ขายให้บริษัท C ในราคา 95 บาท เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนบริษัท C จะ

ไถ่ถอนกับธนาคาร A โดยผ่านระบบ clearing ของธนาคารแห่งประเทศไทย

ภาษีจะถูกหัก

2.1 เมื่อธนาคาร B ขายให้บริษัท C หรือ

2.2 เมื่อบริษัท C มาไถ่ถอนกับธนาคาร A ในวันที่ตั๋วครบกำหนด โดยคิดจากผลต่าง

A) 100 - 95 = 5 หรือ

B) 100 - 90 = 10

ในกรณี 2.2 ธนาคารจะไม่สามารถหักภาษีได้ในกรณีที่ลูกค้านำตั๋วมาไถ่ถอนผ่านระบบ

clearing ของธนาคารแห่งประเทศไทย และในกรณีหักตาม 2.2 B) จะมีปัญหา เพราะ ลูกค้าจะไม่

ทราบราคาที่ธนาคาร A ได้ขายตั๋วเงินนั้นเป็นครั้งแรก และลูกค้าไม่ควรรับผิดชอบใน ส่วนลดที่บริษัท

ไม่ได้รับจากการขายซื้อตั๋วเงินครั้งแรก

2.3 หรือเมื่อธนาคาร A จำหน่ายและขายตั๋วเงินในครั้งแรก

3. กรณีธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายประเภทในใบแจ้งหนี้เดียวกัน ค่าธรรมเนียม

บางรายการอาจมีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท แต่มูลค่ารวมทั้งสิ้นเกิน 1,000 บาท สมาคมฯ เข้าใจว่า

ธนาคารต้องหักภาษีแยกตามประเภทของเงินได้แต่ละรายการดังตัวอย่างข้างล่างนี้

ตัวอย่างใบแจ้งหนี้

ค่าใช้คู่สาย (Cable Charge) 700 บาท

ค่าธรรมเนียมชดเชยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

(Commission in lieu) 800 บาท

ค่าธรรมเนียมจากการเรียกเก็บเงิน (Collection fee) 1,600 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 บาท

จากตัวอย่าง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3

เฉพาะค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเงิน ซึ่งเกิน 1,000 บาท เท่านั้น ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. ค่าธรรมเนียม Front-end-fee เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับ

ดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการกู้ยืมซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา

40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่

ธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจ

หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้กับธนาคาร บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้

ดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้หัก

2. ในกรณีที่ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋วเงิน และจำหน่ายครั้งแรกในราคาที่ต่ำกว่าราคาไถ่ถอน

โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นเป็นผู้จำหน่าย กรณีถือว่าเป็นการกระทำการแทนธนาคาร ดังนั้น

เมื่อจำหน่ายตั๋วเงินให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้รับจำหน่ายตั๋วเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้

จากผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ดังกล่าวแต่อย่างใด

กล่าวคือตามตัวอย่างที่สมาคมฯ ยกมาในข้อ 2.3 นั้น เมื่อธนาคาร A จำหน่ายและขายตั๋วเงินใน

ครั้งแรกธนาคาร A ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี เมื่อตั๋วเงินครบกำหนดไถ่ถอนและโดยที่ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคา

จำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและ

จำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก)

แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ธนาคารซึ่งเป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และบริษัท

ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์มีหน้าที่หัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายเงินได้ดังกล่าวให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นดังนี้

(ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทยนอกจากที่ระบุใน (ข) แต่

ไม่รวมถึงธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และบริษัทตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตรา

ร้อยละ 1.0

(ข) มูลนิธิสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ รัฐมนตรี

ประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ใน

อัตราร้อยละ 10.0

ทั้งนี้ ตามข้อ 4 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึง

ประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน

พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึง

ประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน

พ.ศ. 2544 กรณีนี้ย่อมเป็นไปตามตัวอย่างที่ 2.2 B) ที่สมาคมฯ ยกมา

3. กรณีค่าธรรมเนียมหลายประเภทในใบแจ้งหนี้ใบเดียวกันนั้น หากค่าธรรมเนียมดังกล่าว

เข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินได้ซึ่งเป็น

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายโดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ

3.0 ของเงินได้ เมื่อจ่ายให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และใน

อัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ เมื่อจ่ายให้กับผู้รับที่เป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้

แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร

ตามข้อ 3/1 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ

หากค่าธรรมเนียมดังกล่าวเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินได้ซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นมีหน้าที่หักภาษี ณ

ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ เมื่อจ่ายให้แก่ผู้รับที่เป็นผู้มีหน้าที่เสีย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม ตามข้อ

8 และข้อ 12/1 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ

การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องมีจำนวนตามสัญญา รายหนึ่ง ๆ มี

จำนวนตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง หนึ่งพันบาท ตามข้อ 12/5

แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ อย่างไรก็ตาม กรณีการให้บริการตามสัญญาระยะยาวซึ่งไม่

สามารถคำนวณค่าบริการที่จะได้รับทั้งสิ้นเป็นจำนวนที่แน่นอน แต่ ผู้รับบริการจะต้องชำระค่าบริการ

ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากการจ่ายค่าบริการไม่ถึงหนึ่งพันบาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่หากการจ่ายค่าบริการครั้งต่อไปซึ่งเมื่อนำไปรวมกับค่าบริการครั้งที่ผ่านมาที่มี

การจ่ายไปแล้วเป็นจำนวนตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยจะ

ต้องนำเงินค่าบริการที่จ่ายในครั้งก่อน ๆ มารวมคำนวณเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายด้วย และกรณีการทำ

สัญญาที่ผู้จ่ายเงินรายหนึ่งรายใดทำสัญญาในลักษณะทำนองเดียวกันหลาย ๆ สัญญากับผู้รับเงินรายเดียว

ซึ่งแต่ละสัญญามีจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันบาท หากการจ่ายเงินหลาย ๆ สัญญาดังกล่าวรวมกันเป็นจำนวนตั้งแต่

หนึ่งพันบาทขึ้นไป ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตาม

คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง

สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 2 มีนาคม 2561

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าธรรมเนียม front-end-fee

    0702/1833

  2. 11 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของผลตอบแทนให้แก่ผู้ฝากเงิน

    กค 0706/10955

  3. 21 มิถุนายน 2545

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้จากการจำหน่ายตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange)

    กค 0811/5493

  4. 14 พฤษภาคม 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าบริการที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้า

    กค 0811/ก.597

  5. 17 ธันวาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประนอมหนี้โดยการลดหนี้

    กค 0811/17056

  6. 7 พฤษภาคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาระภาษีของกองทุนส่วนบุคคล

    กค 0811/05486

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 42 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 48 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ