ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่ลูกจ้างได้รับจากการปิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กค 0811/02738 · 25 มีนาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/02738
วันที่
25 มีนาคม 2542
เลขตู้
62/27695

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน โดยให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก จำกัด

เป็นผู้จัดการกองทุน ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 คณะกรรมการของบริษัทฯ ได้มีมติยกเลิกกองทุนตั้งแต่วันที่

1 มกราคม 2541 และจ่ายคืนเงินกองทุนให้กับพนักงานเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2541 ทราบว่า

เงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากการปิดกองทุนดังกล่าว เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร พนักงานต้องนำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้พึงประเมินอื่น ทำให้พนักงานต้องรับภาระ

ภาษีมากขึ้นเป็น 2 เท่า และสำหรับพนักงานที่ใกล้จะเกษียณอายุ ก็มีภาระภาษีแทนที่จะได้รับยกเว้นภาษี

เมื่อได้รับเงินเมื่อเกษียณอายุบริษัทฯ จึงขอให้หามาตรการในการคำนวณภาษีเงินได้จากเงินกองทุน

ดังกล่าว และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนให้แก่พนักงาน ขอให้พนักงานยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ

ภ.ง.ด.91 เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไปก่อนภายในวันที่ 31 มีนาคม

2542 นี้ และยื่นเสียภาษีจากเงินกองทุนฯ เพิ่มเติมเมื่อได้ข้อยุติ

2.แนววินิจฉัย

กรณีตามข้อเท็จจริง

1. เงินที่พนักงานได้รับจากการปิดกองทุนฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2541 ถือเป็น

เงินที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เงินได้ดังกล่าว

ไม่ใช่เงินที่พนักงานได้รับเมื่อออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือตายตามข้อ 2 (36) แห่ง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 195 (พ.ศ.

2538)ฯ ดังนั้น จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร

และหากเงินที่พนักงานได้รับเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2541 นี้ มิใช่กรณีบริษัทฯ เลิกจ้างหรือพนักงานขอ

ลาออกจากงาน จึงมิใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานตามมาตรา 48 (5) แห่ง

ประมวลรัษฎากร พนักงานต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นที่ได้รับในปีภาษี 2541

ตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร และชำระภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม 2542

ทั้งนี้ ไม่อาจขยายเวลาการชำระภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปิดกองทุนฯ ดังกล่าวได้

2. สำหรับมาตรการในการบรรเทาภาระภาษี ถ้าจำนวนภาษีที่พนักงานจะต้องเสียสำหรับ

เงินได้พึงประเมินข้างต้นภายในกำหนดวันที่ 31 มีนาคม 2542 มีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป

พนักงานจะชำระภาษีเป็นสามงวด ๆ ละเท่า ๆ กันก็ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ดังนี้

งวดที่หนึ่ง ต้องชำระภายในวันที่ 31 มีนาคม 2542

งวดที่สอง ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง (ภายในวันที่ 30

เมษายน 2542)

งวดที่สาม ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง (ภายในวันที่

31 พฤษภาคม 2542)

ถ้าไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดดังกล่าว พนักงานหมดสิทธิที่จะชำระ

ภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับงวดที่ไม่ชำระ

และงวดต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 64 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 31 มกราคม 2561

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่พนักงานได้รับจากการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/875

  2. 2 เมษายน 2552

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/2652

  3. 18 กันยายน 2550

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0706/9434

  4. 18 ธันวาคม 2545

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกจากงานเพราะเกษียณอายุ

    กค 0706/10878

  5. 27 กรกฎาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม

    กค 0811(กม.04)/1198

  6. 11 มีนาคม 2542

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่นายจ้างให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้รับในปีภาษีถัดไป

    กค 0811/02286

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 27 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 42 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ