ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่นายจ้างให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้รับในปีภาษีถัดไป

กค 0811/02286 · 11 มีนาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/02286
วันที่
11 มีนาคม 2542
เลขตู้
62/27631

1.ข้อหารือ

นาย ก เป็นพนักงาน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540

บริษัทฯ ได้เลิกจ้างพนักงานทั้งหมดของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป โดยได้จ่าย

เงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานให้กับพนักงานทุกคนภายในปี 2540 โดยครบถ้วน การ

เลิกจ้างดังกล่าวจึงมีผลให้เป็นการสิ้นสุดสมาชิกภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานด้วย บริษัทเงินทุน

หลักทรัพย์ ข จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนดังกล่าวจึงดำเนินการเลิกกองทุนเพื่อนำเงินจ่ายคืนให้กับ

พนักงานที่เป็นสมาชิกทุกคน แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2540

อันเป็นปีที่เลิกจ้างได้ทัน การดำเนินการคืนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานทั้งหมดดำเนินการ

แล้วเสร็จในวันที่ 15 มกราคม 2541 มีผลให้ผู้มีเงินได้ที่มีอายุงานเกินกว่า 5 ปี ไม่สามารถนำ

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับไปรวมกับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานที่ได้รับแล้วในปี 2540 โดย

ถือเป็นเงินได้เนื่องจากออกจากงานในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2540

ซึ่งมีวิธีคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้เนื่องจากออกจากงานตามวิธีเฉพาะสำหรับผู้มีอายุงานเกิน 5 ปี

ได้

จึงพิจารณาอนุมัตินำเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2541

เป็นเงินได้เนื่องจากออกจากงานและเป็นเงินได้ของปีภาษี 2540 โดยให้ยื่นเพิ่มเติมแบบแสดงรายการ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2540 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2542 นี้ และของดและลดเบี้ยปรับ

เงินเพิ่มทั้งหมดหรือบางส่วน การที่ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ทันในปีที่ถูกเลิกจ้างนั้น สาเหตุ

เนื่องจากการเลิกกองทุนฯ มีขั้นตอนการดำเนินการต้องปฏิบัติตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งผู้บริหาร

กองทุนก็เป็นนิติบุคคลอื่นซึ่งมิใช่นายจ้าง ต้องดำเนินการรวบรวมทรัพย์สินของกองทุนเพื่อจำหน่ายและ

ไถ่ถอนเงินจากหลักทรัพย์ที่กองทุนได้ลงทุนไว้เพื่อนำเงินทั้งหมดมาเฉลี่ยจ่ายคืนพนักงานที่เป็นสมาชิก

ทั้งหมด การล่าช้าจึงไม่ได้เกิดจากความผิดของพนักงานผู้มีเงินได้ หากต้องนำเงินได้จาก

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับนี้รวมคำนวณเป็นเงินได้ของปีภาษี 2541 ก็จะทำให้พนักงานที่ได้ทำงานเกิน

5 ปี ต้องรับภาระภาษีมากขึ้นเพราะไม่สามารถคำนวณหักค่าใช้จ่ายตามวิธีเฉพาะของเงินได้เนื่องจาก

ออกจากงานได้ ทำให้มีความเดือดร้อนในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

2.แนววินิจฉัย

เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งพนักงานหรือลูกจ้างได้รับโดย

มีสิทธิเลือกที่จะนำไปรวมกับเงินได้อื่นที่ได้รับในปีภาษีนั้นหรือไม่ก็ได้ ตามมาตรา 48 (5) แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษตามมาตรา 50 (1) วรรคสามและวรรคสี่ แห่ง

ประมวลรัษฎากร ประกอบกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ

เรื่องภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่พนักงานหรือ

ลูกจ้างได้รับเงินได้เนื่องจากการออกจากงานไม่ว่าจะได้รับเงินได้ดังกล่าว ประเภทเดียวหรือหลาย

ประเภท เงินได้เฉพาะจำนวนที่ได้รับในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้นั้นจริงเท่านั้นที่มีสิทธิเลือกตาม

มาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้จำนวนต่อมาที่จ่ายให้พนักงานต่างปีภาษีหรือปีภาษีถัดไป

โดยมิใช่ปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ พนักงานหรือลูกจ้างไม่มีสิทธิเลือกตามมาตรา 48 (5) แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยต้องคำนวณหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 40 แต่ต้องไม่เกิน 60,000

บาท

กรณีตามข้อเท็จจริง นาย ก ออกจากงานในวันที่ 1 ธันวาคม 2540 ในการออกจากงาน

ครั้งนี้นาย ก ได้รับเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน 2 ประเภทคือ

1. เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จำนวน 249,742 บาท ได้รับในวันที่ 25

พฤศจิกายน 2540 โดยหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ระบุลงวันที่ 31 ธันวาคม 2540

2. เงินที่จ่ายจากกองทุน ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวน

378,361.87 บาท ได้รับในวันที่ 15 มกราคม 2541 โดยหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ระบุลงวันที่ 15 มกราคม 2541

ในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2540 นาย

ก ได้นำเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน จำนวน 249,742 บาท ซึ่งเป็น

เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จำนวนนี้เพียงจำนวนเดียวที่ได้รับในปีภาษี 2540 (ปีภาษีแรกที่มีการ

จ่ายเงินได้) มาเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นการเลือกคำนวณภาษี

โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ส่วนเงินได้ที่นาย ก ได้รับ เนื่องจากออกจากงานอีกจำนวนหนึ่งคือ เงิน

ที่จ่ายจากกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวน 378,361.87 บาท ที่ นาย ก ได้รับ

ในปีภาษี 2541 ซึ่งเป็นปีภาษีถัดไป เงินจำนวนนี้ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะ

เหตุออกจากงาน ฉะนั้น ในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี

2541 นาย ก จะใช้สิทธิเลือกเสียตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากรอีกไม่ได้ โดยมีสิทธิหัก

ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 40 แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 48 (1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

สำหรับประเด็นที่ขอให้อนุมัติให้ถือว่าเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับในปี

2541 เป็นเงินได้ของปี 2540 นั้น ไม่อาจอนุมัติให้ได้ เนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตาม

กำหนดเวลาได้ตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร กรณีงดหรือลดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม จึงไม่มี

ประเด็นที่จะต้องพิจารณา

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 23 พฤษภาคม 2566

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน

    กค 0702/2798

  2. 10 เมษายน 2556

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้รับในปีภาษีถัดไป

    กค 0702/3211

  3. 26 ตุลาคม 2555

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน

    กค 0702/9608

  4. 18 ธันวาคม 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับในปีภาษีอื่นที่มิใช่ปีที่ออกจากงาน

    กค 0702(กม.05)/2733

  5. 8 มกราคม 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้เพราะเหตุออกจากงาน

    กค 0706/432

  6. 7 มกราคม 2542

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานต่างปีภาษีกัน และการคำนวณจำนวนปีที่ทำงาน

    กค 0811/00140

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 3 อัฏฐ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 48 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ