ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัตรแลกรับบริการล่วงหน้า

กค 0811/พ.02289 · 11 มีนาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.02289
วันที่
11 มีนาคม 2542
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
62/27634

1.ข้อหารือ

1. บัตรแลกรับบริการ (ValuePlus Package Coupon) ที่ลูกค้าได้ซื้อไปจะมีมูลค่า

ประมาณร้อยละ 70 ของราคาค่าบริการในการตรวจเช็คตามระยะในแต่ละครั้ง (ลูกค้าจะได้รับส่วนลด

ร้อยละ 30 จากการซื้อบัตรแลกรับบริการ) ดังนั้น หลังจากที่ลูกค้าได้ชำระมูลค่าบัตรแลกรับบริการพร้อม

ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต่อมาลูกค้าได้นำรถยนต์เข้าตรวจเช็คสภาพตามเงื่อนไขในบัตรแลกรับบริการ และนำ

บัตรแลกรับบริการมาชำระแทนเงินสด

1.1 บริษัทฯ จะต้องออกใบกำกับสินค้า (Invoice) สำหรับค่าบริการที่เกิดขึ้น

จำนวนใด

1.2 บริษัทฯ จะต้องแสดงจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษี ณ จุดที่เกิด

รายรับอีกหรือไม่ อย่างไร

1.3 บริษัทฯ จะต้องออกใบรับให้กับลูกค้าอีกหรือไม่

1.4 ในการชำระค่าบริการตรวจเช็คตามระยะตามปกติ ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคลหรือ

หน่วยราชการจะมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการดังกล่าวหรือไม่ และกรณีลูกค้าซื้อบัตรแลกรับ

บริการและนำมาใช้ ลูกค้าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อใด ด้วยฐานรายรับใด

2. กรณีลูกค้าไปรับบริการตรวจเช็คตามระยะที่ศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) และใช้

บัตรแลกรับบริการชำระราคาค่าบริการตรวจเช็คระยะดังกล่าว ศูนย์บริการตัวแทนจะเรียกเก็บค่าบริการ

ตรวจเช็คระยะของลูกค้ารายนั้นเต็มตามราคาค่าบริการตามปกติมายังบริษัทฯ

2.1 ใบกำกับสินค้า (Invoice) ที่ศูนย์บริการตัวแทนออก ณ ขณะที่ลูกค้าชำระ

ค่าบริการด้วยบัตรแลกรับบริการนั้น จะออกในนามบริษัทฯ หรือในนามลูกค้า และจะต้องแสดงจำนวน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งออกใบกำกับภาษีด้วยหรือไม่

2.2 ในกรณีที่ศูนย์บริการตัวแทนต้องออกใบกำกับสินค้าและใบกำกับภาษีให้บริษัทฯ

บริษัทฯสามารถที่จะถือเอาภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว เป็นภาษีซื้อของบริษัทฯ ได้หรือไม่ และบริษัทฯ มีหน้าที่

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร

3. กรณีบริษัทฯ นำบัตรแลกรับบริการใช้ในการส่งเสริมการขาย โดยใช้เป็นรางวัลใน

การชิงโชคในกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ บริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้รับรางวัล

โดยคำนวณภาษีจากฐานใด และบริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการที่แจก

เป็นรางวัลหรือไม่ และฐานที่ใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องเป็นฐานเดียวกับที่ใช้ในการคำนวณ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่

4. กรณีบริษัทฯ ให้บัตรแลกรับบริการเป็นของแจกเพื่อการส่งเสริมการขายหรือนำไป

บริจาคให้แก่หน่วยงานราชการ บริษัทฯ จะถือเอามูลค่าของบัตรแลกรับบริการเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

และบริษัทฯ จะมีภาระภาษีอย่างไรบ้าง

5. กรณีบริษัทฯ ใช้บัตรแลกรับบริการเป็นของแถมไปพร้อมกับการขายรถยนต์ บริษัทฯ

จะถือเอาบัตรแลกรับบริการเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

6. กรณีการขายบัตรแลกรับบริการโดยลดราคา เพื่อส่งเสริมการขายหรือการ

ให้บริการของบริษัทฯ ส่วนลดดังกล่าวอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

7. กรณีการขายบัตรแลกรับบริการผ่านผู้จำหน่ายของบริษัทฯ เมื่อผู้จำหน่ายส่งเงินค่า

ขายบัตรกลับมายังบริษัทฯ บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อลูกค้าผู้ถือบัตรเข้ารับบริการตรวจ

เช็คสภาพรถยนต์จากศูนย์บริการของผู้จำหน่ายและชำระราคาค่าบริการด้วยบัตรแลกรับบริการ ผู้จำหน่าย

ก็จะเรียกเก็บค่าบริการเต็มราคามายังบริษัทฯ ในกรณีนี้ ผู้จำหน่ายจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอีก

หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. ตามข้อ 1.1 ข้อ 1.2 และข้อ 1.3 การให้บริการในการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ตาม

ระยะตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) นั้น เนื่องจากความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการ

ให้บริการดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนที่มีการให้บริการจริง กล่าวคือ เมื่อลูกค้าได้ชำระเงินเพื่อซื้อคูปอง อัน

เข้าลักษณะเป็นการชำระราคาค่าบริการล่วงหน้า ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ

จึงต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับจากการรับชำระค่าบริการล่วงหน้าคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตาม

มาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่นแบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้รับชำระราคานั้น บริษัทฯ มี

หน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีทันทีที่ได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร และมี

หน้าที่ต้องออกใบรับ ตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ได้ให้บริการจริงตาม

คูปองดังกล่าว บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีสำหรับการให้บริการดังกล่าวอีกแต่อย่างใด

2. ตามข้อ 1.4 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นได้จ่ายเงินได้ที่เป็น

ค่าจ้างทำของให้กับผู้รับซึ่งเป็นบริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหัก

ไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินค่าจ้างทำของล่วงหน้าที่ลูกค้าได้จ่ายไปขณะที่ลูกค้าได้ซื้อคูปองนั้น ทั้งนี้

ตามข้อ 8 (2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม

มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ส่วนกรณีผู้จ่ายเงินเป็นรัฐบาลองค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการ

ส่วนท้องถิ่นได้จ่ายเงินได้ที่เป็นค่าจ้างทำของให้กับผู้รับซึ่งเป็นบริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหัก

ภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินค่าจ้างทำของล่วงหน้าที่ได้จ่ายไปในขณะที่

ลูกค้าได้ซื้อคูปองนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 69 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

3. ตามข้อ 2. และข้อ 7. กรณีลูกค้าได้นำรถยนต์ไปรับบริการที่ศูนย์บริการตัวแทน

(Dealer)ที่อยู่ในโครงการบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย เนื่องจากการ

ให้บริการดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างบริษัทฯ กับศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) หรือศูนย์บริการ

ของผู้จำหน่าย โดยการให้บริการของศูนย์บริการดังกล่าว จะเป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ และตาม

เงื่อนไขในบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ดังนั้น กรณีที่ลูกค้านำรถยนต์ไปรับบริการที่ศูนย์บริการตัวแทน

(Dealer) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ

ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าศูนย์บริการดังกล่าวจะได้รับชำระราคาค่าบริการจากบริษัทฯ ศูนย์บริการ

ดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าในขณะให้บริการ แต่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้กับ

บริษัทฯ เมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการจากบริษัทฯ ทั้งนี้ ตามมาตรา 86 และมาตรา 78/1 (1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ใบกำกับภาษีดังกล่าว ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ

มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีบริษัทฯ ได้จ่ายเงิน

ที่เป็นค่าจ้างทำของให้กับศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย บริษัทฯ

ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ทั้งนี้ ตามข้อ 8

(2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40

แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

4. ตามข้อ 3. บัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลใน

การชิงโชค บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ในขณะที่

บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชคแต่ประการใด แต่ความรับผิดในการเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชค

ดังกล่าวจะเกิดเมื่อได้ใช้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 78/1

(1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้ให้บริการตามบัตรแลกรับบริการ

(คูปอง) ดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่น

แบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้ใช้บริการตามคูปองนั้น และบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้

มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชค บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ตาม

มูลค่าที่ปรากฏบนบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ทั้งนี้ ตามข้อ 9 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528

เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.31/2534 ฯ

ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2534

5. ตามข้อ 4. และข้อ 5. กรณีบริษัทฯ แจกบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เพื่อส่งเสริม

การขาย หรือนำไปบริจาคให้แก่ส่วนราชการ หรือแถมพร้อมกับการจำหน่ายรถยนต์ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่

ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ในขณะที่บริษัทฯ ได้แจกหรือบริจาคหรือ

แถมแต่อย่างใด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้

แจกหรือบริจาคหรือแถมดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อได้ใช้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) นั้น ทั้งนี้

ตามมาตรา 78/1 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้ให้บริการตาม

คูปองดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่น

แบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้ใช้บริการตามคูปองนั้น และเนื่องจากคูปองที่แจกหรือบริจาคหรือแถม

ดังกล่าวมิใช่รางวัลจากการประกวด การแข่งขันหรือการชิงโชค บริษัทฯ ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ

ที่จ่าย และนำส่ง ตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด และรายจ่าย

ที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปสำหรับการให้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เพื่อส่งเสริมการขายดังกล่าว

บริษัทฯ มีสิทธินำรายจ่ายนั้นมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ตามมาตรา 65 และมาตรา 65

ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

6. ตามข้อ 6 กรณีบริษัทฯ ได้ขายบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) โดยลดราคาเพื่อส่งเสริม

การขายเนื่องจากการจ่ายเงินเพื่อแลกซื้อบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เป็นการชำระราคาค่าบริการ

ล่วงหน้า แม้จะไม่เป็นส่วนลดให้ในขณะให้บริการแต่ก็เป็นส่วนลดที่บริษัทฯ ได้ลดให้ก่อนการให้บริการ

ดังนั้น หากบริษัทฯ ได้หักส่วนลดออกจากราคาค่าบริการที่เรียกเก็บล่วงหน้าดังกล่าว โดยได้แสดงให้เห็น

ไว้ชัดแจ้งว่าได้มีการหักส่วนลดไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้งที่ออกแล้ว ส่วนลดที่บริษัทฯ ได้ลดให้ทันที

ดังกล่าวไม่ถือเป็นมูลค่าของฐานภาษีจากการให้บริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 79 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 26 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้ส่วนลดที่ให้แก่ลูกค้าเมื่อได้ใช้บริการ

    กค 0702/5276

  2. 6 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าส่งเสริมการขาย

    กค 0702/4699

  3. 20 มีนาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจกสินค้าทดลอง คูปองส่วนลด และการส่งเสริมการขาย

    กค 0706/พ./2334

  4. 4 พฤษภาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจัดรายการเพื่อส่งเสริมการขาย

    กค 0706(กม.07)/451

  5. 6 มกราคม 2543

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีนำบัตรสะสมมาแลกเป็นเงินตามโครงการส่งเสริมการขาย

    กค 0811/13

  6. 4 กันยายน 2541

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัตรแลกรับบริการล่วงหน้า

    กค 0811/พ.13044

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ