ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ

กค0706/3027 · 11 เมษายน 2549

เลขที่หนังสือ
กค0706/3027
วันที่
11 เมษายน 2549
เลขตู้
69/34074

1.ข้อหารือ

บริษัท ก. ประกอบกิจการขายเครื่องจักร อะไหล่เครื่องจักร และให้บริการซ่อมเครื่องจักร ต่อมา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 บริษัทฯ ได้ขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในกรุงโฮจิมินต์ซิตี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อดำเนินกิจกรรมการตลาด การค้นคว้าและส่งเสริมการตลาด การกำหนดโครงการความร่วมมือในการลงทุนของบริษัทฯ ในเวียดนาม โดยสำนักงานตัวแทน ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการธุรกิจบริการชนิดอื่นใด หรือกิจการที่ได้รับผลกำไรโดยตรงอื่นในเวียดนาม บริษัทฯ ได้โอนเงินจำนวนหนึ่งให้สำนักงานตัวแทนในกรุงโฮจิมินต์ซิตี้ เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าสวัสดิการพนักงาน ค่าจอดรถ ค่าประกันสังคมและค่าประกันสุขภาพ ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรสาร ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าบริการตกแต่งสำนักงาน ค่าซื้อเครื่องใช้สำนักงาน และค่าซื้อยานพาหนะ

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

1. กรณีบริษัทฯ โอนเงินให้สำนักงานตัวแทนของบริษัทฯ ในต่างประเทศ เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ข้างต้น

1.1 บริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งในประเทศไทย หรือไม่ ถ้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องหักรายการใด ในอัตราเท่าใด และ

1.2 บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม

2. สำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นสาขาของบริษัทฯ ในประเทศไทยหรือไม่ และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับสำนักงานตัวแทน หรือไม

3. บริษัทฯ มีสิทธินำรายจ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่สำนักงานตัวแทนในต่างประเทศมาลงเป็นรายจ่ายของบริษัทฯ ในประเทศไทย ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ได้หรือไม

4. กรณีบริษัทฯ นำงบทดลองเมื่อสิ้นงวดบัญชีของสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ ซึ่งมีราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ มาคำนวณค่าเป็นเงินตราไทย ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ มีสิทธินำรายการในงบทดลองที่แปลงค่าเป็นเงินตราไทยแล้ว มารวมกับงบทดลองของบริษัทฯ เพื่อจัดทำงบการเงินรวมของบริษัทฯ จะต้องปรับปรุงกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร อีกหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ โอนเงินไปให้สำนักงานตัวแทนของบริษัทฯ ในต่างประเทศ เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินกิจการ แยกพิจารณาได้ดังน

1.1 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด เนื่องจากสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ เป็นนิติบุคคลเดียวกันกับสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย สำหรับรายการที่เป็นรายจ่ายค่าเงินเดือน ค่าสวัสดิการ ค่าประกันสังคม และค่าประกันสุขภาพของพนักงานในประเทศเวียดนาม นั้น เนื่องจากตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่บริษัทฯ ในประเทศไทย มิได้เป็นผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ แต่สำนักงานตัวแทนเป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างโดยตรง ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้ เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างที่ปฏิบัติอยู่ในต่างประเทศ อาจมีหน้าที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยและเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการโอนเงินให้สำนักงานตัวแทน ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ เนื่องจากมิใช่เป็นการชำระค่าบริการแก่ผู้ให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีที่บริษัทฯ จัดตั้งสำนักงานตัวแทนของบริษัทฯ ในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมการตลาด การค้นคว้าและส่งเสริมการตลาด การกำหนดโครงการความร่วมมือในการลงทุนของบริษัทฯ ในเวียดนาม โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจบริการชนิดอื่นใดหรือกิจการที่ได้รับผลกำไรโดยตรงอื่นในประเทศเวียดนาม ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ จึงไม่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1(20) แห่งประมวลรัษฎากรและมาตรา 85/7 แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่สำนักงานตัวแทน ในประเทศเวียดนาม หากเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ บริษัทฯ มีสิทธิถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) และมาตรา 65 ตรี (14) แห่งประมวลรัษฎากร และเอกสารหลักฐานของค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะต้องเป็นหลักฐานที่ชัดแจ้งสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นรายจ่ายที่แท้จริงของกิจการ โดยมีหลักฐานหรือหนังสือรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของต่างประเทศที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือโดยบุคคลอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรเชื่อถือได้และหลักฐานหรือหนังสือดังกล่าว นั้น จะต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่า เป็นรายจ่ายที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินธุรกิจ

4. กรณีบริษัทฯ นำงบทดลองของสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ ซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ มาคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย นั้น บริษัทฯ จะต้องคำนวณค่าหรือราคาทรัพย์สินหรือหนี้สินที่มีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตราไทย ตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง (ก) แห่งประมวลรัษฎากร และหากเกิดผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ มีสิทธินำมารวมคำนวณเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 16 ตุลาคม 2557

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินเดือนและค่านายหน้า

    กค 0702/7723

  2. 20 พฤษภาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ

    กค 0702/2472

  3. 26 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป

    กค 0706/6275

  4. 29 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการเชื่อมต่อข้อมูลทางโทรศัพท์

    กค0706(กม.01)/389

  5. 5 มกราคม 2549

    ภาษีเงินได้ กรณีการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรของผู้ประกอบการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค

    กค 0706/0028

  6. 30 พฤษภาคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายรองเท้าให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศ

    กค 0811/พ.4347

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 41 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ