ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการว่าจ้างพนักงานสัญชาติอเมริกัน และการรายงานข้อมูลทางบัญชี (FATCA)

กค 0702/3542 · 26 มิถุนายน 2566

เลขที่หนังสือ
กค 0702/3542
วันที่
26 มิถุนายน 2566

1.ข้อหารือ

ธนาคารมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย มีการว่าจ้างพนักงานท้องถิ่นซึ่งเป็นคนไทยที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสัญชาติอเมริกัน/Permanent Resident Card (พนักงานฯ) เพื่อปฏิบัติงานให้กับธนาคารที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและพักอาศัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากธนาคารไม่ได้มีสาขาหรือสำนักงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ธนาคารจึงต้องว่าจ้างโดยตรงจากสำนักงานใหญ่ประเทศไทย ซึ่งธนาคารจะดำเนินการจ่ายค่าจ้าง รายเดือน ด้วยการโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของพนักงานฯ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ธนาคารขอทราบว่า ธนาคารต้องดำเนินการอย่างไรตามประมวลรัษฎากร ดังนี้

1. พนักงานฯ ที่ธนาคารว่าจ้างต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ประเทศไทย หรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

2. กรณีพนักงานฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้ง 2 ประเทศ พนักงานฯจะสามารถนำมาเครดิตภาษีคืนได้หรือไม่ โดยขอเครดิตภาษีคืนได้จากประเทศใด และต้องใช้เอกสารหรือหลักฐานใดบ้าง และมีขั้นตอนในการดำเนินการเครดิตภาษีคืนอย่างไร

3. เนื่องจากพนักงานฯ ที่ธนาคารว่าจ้างไม่ได้มีถิ่นที่อยู่อาศัย และไม่ได้นำเงินได้เข้ามายังประเทศไทย ดังนั้น พนักงานฯ มีข้อยกเว้นที่จะไม่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายที่ประเทศไทยหรือไม่

4. ค่าจ้างที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ประเทศไทย เป็นผู้จ่ายให้กับพนักงานฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่และพักอาศัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยโอนเข้าบัญชีของพนักงานฯ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ธนาคารจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งกรมสรรพากรในประเทศไทยหรือไม่

5. หากพนักงานฯ ที่ธนาคารว่าจ้างที่มีสถานะเป็นสัญชาติอเมริกัน/Permanent Resident Card และธนาคารจ่ายเงินได้ไปยังบัญชีของธนาคารของพนักงานฯ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ธนาคารต้องดำเนินการรายงานข้อมูลทางบัญชี (Foreign Account Tax Compliance Act : FATCA) ของพนักงานฯ รายดังกล่าวหรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ FATCA

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. ถึง 4. ธนาคารได้จ้างพนักงานฯ ซี่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในตำแหน่งพนักงานประจำต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติงานให้กับธนาคารหากพนักงานฯ ดังกล่าวมิได้ปฏิบัติหน้าที่การงานในประเทศไทย และมิได้เดินทางหรือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และธนาคารจ่ายเงินได้เข้าบัญชีธนาคารในต่างประเทศของพนักงานฯ อาจแยกพิจารณาได้ ดังนี้

1.1 กรณีเงินได้ที่พนักงานฯ ได้รับจากธนาคารเป็นเงินได้พึงประเมินตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้รับจากการทำงานเพื่อกิจการของนายจ้างในประเทศไทย เงินได้ที่พนักงานฯ ได้รับอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเมื่อมีการจ่ายเงินได้ให้แก่พนักงานฯ ผู้จ่ายเงินได้จึงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันซึ่งพนักงานฯ ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับการจ้างงานเข้าลักษณะเป็นบริการส่วนบุคคลที่ไม่เป็นอิสระซึ่งเก็บภาษีได้เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นรัฐที่พนักงานฯ มีถิ่นที่อยู่เท่านั้น ดังนั้น ค่าตอบแทนที่พนักงานฯ ได้รับดังกล่าวจึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และธนาคารไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ 16 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงสหรัฐอเมริกา เพื่อการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกันการเลี่ยงรัษฎากร ในสวนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505

1.2 กรณีเงินได้ที่พนักงานฯ ได้รับจากธนาคารเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร หากผู้รับเงินได้พึงประเมินไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และไม่ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีที่ได้รับเงินได้พึงประเมิน ผู้รับเงินได้พึงประเมินจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ดังนั้น เมื่อธนาคารจ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าวให้แก่พนักงานฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีตาม 5. ในการปฏิบัติการตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อความร่วมมือในการปรับปรุงการปฏิบัติตามการภาษีอากรระหว่างประเทศและการดำเนินการตาม FATCA ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรวบรวมและนำส่งข้อมูลที่ต้องรายงานของผู้มีหน้าที่รายงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติการตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อความร่วมมือในการปรับปรุงการปฏิบัติตามการภาษีอากรระหว่างประเทศ พ.ศ. 2560

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 8 พฤษภาคม 2566

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการเสียภาษีจากแหล่งเงินได้นอกประเทศ

    กค 0702/2478

  2. 25 ตุลาคม 2555

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายค่าจัดส่งพนักงาน (Dispatch fee)

    กค 0702/9406

  3. 31 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศ

    กค0706/2777

  4. 12 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายค่าที่ปรึกษาให้บุคคลธรรมดาและบริษัทในต่างประเทศ ประเด็นปัญหา: มาตรา 50 มาตรา 70            ตามที่สำนักงาน ก. แจ้งว่า สตง. ได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการเงินของโครงการปฏิรูปภาคการเงินและบริการให้คำปรึกษาด้านปรับโครงสร้างหนี้สำหรับปีงบประมาณ 2546 และงวด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2547 ของสำนักงานฯ และมีข้อสังเกตประกอบการตรวจสอบรายงานการเงินเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของสำนักงานฯ โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้           1. สำนักงานฯ ในฐานะหน่วยงานกลางในการดำเนินโครงการปฏิรูปภาคการเงิน และบริการให้คำปรึกษาด้านปรับโครงสร้างหนี้ ได้เบิกจ่ายเงินจากธนาคาร อ. และธนาคาร ป. ลำดับที่ ชื่อ/ประเทศค่าจ้างที่ปรึกษา (เหรียญสหรัฐ)สัญญาตั้งแต่ วันที่ถึงวันที่เดินทางมา ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่จำนวนวันเดิน ทางมาประเทศไทย1.ธนาคาร อ . Mr.R สหรัฐอเมริกา 4,000 9 ธ.ค.44 – 31 มี.ค.45 31 มี.ค. - 7 เม.ย.46 8 วัน2.ธนาคาร ป. Mr.L เยอรมัน 8,100 12 เม.ย. - 20 เม.ย.46 16 เม.ย. - 20 เม.ย.46 5 วัน3.Mr.E สหรัฐอเมริกา9,00010 มี.ค. - 21 มี.ค.469 มี.ค. - 25 มี.ค.4618 วัน4.Mr.M อินโดนีเซีย7,8005 มี.ค. - 22 เม.ย.4623 มี.ค. - 5 เม.ย.4614 วัน5.บริษัท C ออสเตรเลีย35,00021 มี.ค. - 4 เม.ย.4622 มี.ค. - 5 เม.ย.4615 วัน6.Mr. O อังกฤษ10,66012 มี.ค. - 26 มี.ค.4615 มี.ค. - 26 มี.ค.4612 วัน           2. ต่อมา สตง. ได้ตรวจสอบรายงานการเงินของโครงการดังกล่าวแล้วมีข้อสังเกตว่าโครงการไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในการจ่ายเงินค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งเป็นการจ่ายเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจำนวนเงิน 3,090,254.21 บาท โดยไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 เป็นจำนวนเงิน 463,538.13 บาท เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร               (1) มาตรา 50(1) วรรค 4 “ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้”               (2) มาตรา 70 “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้ พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ พึงประเมินทั้งนี้ ให้นำมาตรา 24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม”           3. สำนักงานฯ เห็นว่าการที่ธนาคาร อ. และธนาคาร ป. ไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ของค่าจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศ เนื่องจากเห็นว่าชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานภายใต้โครงการดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยรวมกันแล้วไม่เกิน 183 วัน ซึ่งเป็นการนำความเห็นของกรมสรรพากรตามหนังสือที่ กค 0706/5810 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2546 มาเป็นข้อมูล อ้างอิงในการปฏิบัติ สำนักงานฯ จึงหารือว่าการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ลำดับที่ ชื่อ/ประเทศค่าจ้างที่ปรึกษา (เหรียญสหรัฐ)สัญญาตั้งแต่ วันที่ถึงวันที่เดินทางมา ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่จำนวนวันเดิน ทางมาประเทศไทย1.ธนาคาร อ . Mr.R สหรัฐอเมริกา 4,000 9 ธ.ค.44 – 31 มี.ค.45 31 มี.ค. - 7 เม.ย.46 8 วัน2.ธนาคาร ป. Mr.L เยอรมัน 8,100 12 เม.ย. - 20 เม.ย.46 16 เม.ย. - 20 เม.ย.46 5 วัน3.Mr.E สหรัฐอเมริกา9,00010 มี.ค. - 21 มี.ค.469 มี.ค. - 25 มี.ค.4618 วัน4.Mr.M อินโดนีเซีย7,8005 มี.ค. - 22 เม.ย.4623 มี.ค. - 5 เม.ย.4614 วัน5.บริษัท C ออสเตรเลีย35,00021 มี.ค. - 4 เม.ย.4622 มี.ค. - 5 เม.ย.4615 วัน6.Mr. O อังกฤษ10,66012 มี.ค. - 26 มี.ค.4615 มี.ค. - 26 มี.ค.4612 วัน

    กค 0706/5664

  5. 4 พฤษภาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายกรณีส่งสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ

    กค 0811(กม)/878

  6. 19 พฤศจิกายน 2540

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีหน่วยงานราชการจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศ

    กค 0811/15669

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 41 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ