ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน

กค 0702/5461 · 25 กันยายน 2566

เลขที่หนังสือ
กค 0702/5461
วันที่
25 กันยายน 2566

1.ข้อหารือ

1. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สมาชิกกองทุนฯ) ได้รับเป็นรายงวดจากกองทุนฯ ด้วยเหตุเกษียณอายุ หรือออกจากงานเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์ และได้เป็นสมาชิกกองทุนฯ มาโดยตลอดถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ อย่างไร และการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ดังกล่าว จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร

2. สามี ภรรยาหรือบุตรของสมาชิกกองทุนฯ ที่ได้รับเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ตาม 1. จะหักลดหย่อนสมาชิกกองทุนฯ ในฐานะสามี ภริยาหรือค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาแล้วแต่กรณี ได้หรือไม่ อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. หากเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่สมาชิกกองทุนฯ ได้รับจากกองทุนฯ เป็นรายงวด เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยการเกษียณอายุหรือการออกจากงานตามข้อบังคับกำหนดว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์และเป็นสมาชิกของกองทุนฯ มาโดยตลอดไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อเนื่องกัน หากเป็นสมาชิกยังไม่ถึง 5 ปี ต่อเนื่องกัน ต้องเป็นสมาชิกไปจนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อเนื่องกัน เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ดังกล่าวย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณ ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (36) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126ฯ และข้อ 3 ข้อ 4 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 223)ฯ ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ดังนี้ กองทุนฯ ผู้จ่ายเงินได้ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

2. กรณีตาม 2. แยกพิจารณา ดังนี้

2.1 กรณีการหักลดหย่อนสำหรับสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 47 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีสามีหรือภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ การหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (ก) และมาตรา 47 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 120,000 บาท ดังนั้น หากสามีหรือภริยาซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้รับเงินหรือผลประโยชน์เป็นรายงวดจากกองทุนฯ ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่มีเงินได้อื่นซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีดังกล่าวสามีหรือภริยาของสมาชิกกองทุนฯ สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนสามีหรือภริยาได้ ตามมาตรา 47 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

2.2 กรณีการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนฯ ตามมาตรา 47 (1) (ญ) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากบิดามารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่หักลดหย่อนไม่เกิน 30,000 บาท ไม่ว่าเงินได้นั้นจะเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ เนื่องจากตามมาตรา 47 (1) (ญ) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 1 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136)ฯ ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2548 มิได้กำหนดว่าเงินได้พึงประเมินนั้น ต้องมิใช่เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีดังเช่น มาตรา 47 (1) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากสมาชิกกองทุนฯ ได้รับเงินหรือผลประโยชน์จากกองทุนฯ เกิน 30,000 บาท บุตรของสมาชิกกองทุนฯ ดังกล่าว ไม่มีสิทธินำค่าอุปการะเลี้ยงดูมาหักลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด ตามมาตรา 47 (1) (ญ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 1 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136)ฯ ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2548

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 7 มีนาคม 2557

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินบำเหน็จและเงินสิทธิประโยชน์พิเศษกรณีเกษียณก่อนกำหนด

    0702/1174

  2. 17 กันยายน 2555

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/8219

  3. 4 กรกฎาคม 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการหักลดหย่อนตามมาตรา 47(1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0702/3825

  4. 7 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขอยกเว้นภาษีสำหรับพนักงานที่สมัครเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0706(กม.02)/226

  5. 28 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา

    กค 0706(กม.04)/653

  6. 21 กุมภาพันธ์ 2548

    ขอให้เร่งออกกฎหมายเกี่ยวกับการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้อุปการะเลี้ยงดู ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 430) พ.ศ. 2548, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 136)ฯ             ขอทราบว่ากฎหมายภาษีลูกกตัญญูจะบังคับใช้ในปี พ.ศ.2547 นี้หรือไม่ และขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายภาษีเกี่ยวกับอัตราการเสียภาษีใหม่เพราะในปัจจุบันคนที่มีเงินได้สุทธิ 100,001 บาท ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าสูงมาก

    กค 0706/1521

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 42 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 47 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ