ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีชำระค่าบริการตามโครงการเงินกู้ตามมาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

กค 0811/พ.4702 · 9 มิถุนายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.4702
วันที่
9 มิถุนายน 2543
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 80/1มาตรา 84/1
เลขตู้
63/29431

1.ข้อหารือ

กรณีหน่วยราชการ องค์การของรัฐบาล ราชการส่วนท้องถิ่น ได้จ่ายค่าบริการตามสัญญา

พร้อมชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 และท่านซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน (ผู้ให้บริการ)

ได้ยื่นแบบแสดงรายการพร้อมชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2542 ต่อมา

หน่วยราชการดังกล่าวได้มีหนังสือแจ้งให้ท่านส่งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 เนื่องจาก

มีสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ท่านจึงหารือว่า

1. กรณีดังกล่าว ท่านได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 พร้อมยื่นแบบ ภ.พ.30

ไว้เรียบร้อยแล้วจึงไม่ต้องคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่หน่วยราชการ หากต้องยื่นคำร้องขอคืนจาก

กรมสรรพากรเพื่อคืนภาษีให้แก่หน่วยราชการจะเป็นการซ้ำซ้อนและเงินก็ตกเป็นของรัฐเช่นกัน

2. กรณีหน่วยราชการได้จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ และได้ออกหนังสือรับรองในอัตรา

ร้อยละ 0 ให้ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการได้ออกใบกำกับภาษีในอัตราร้อยละ 0 ให้หน่วยราชการ

แล้ว เมื่อถึงกำหนดยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการจะต้องสำเนาใบกำกับภาษีและ

หนังสือรับรองการชำระค่าบริการพร้อมแบบ ภ.พ.30 ยื่นต่อสำนักงานสรรพากรอำเภอ ภายในวันที่ 15

ของทุกเดือนเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

หากกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ได้ชำระค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ

ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยได้ออกหนังสือรับรองที่มีรายการครบถ้วน

ตามข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28)ฯ ลงวันที่ 5 มีนาคม

พ.ศ. 2535 แล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าหรือให้บริการดังกล่าวจะได้รับสิทธิเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร

เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 พร้อมนำส่ง

ภาษีเกินกว่าที่ควรต้องเสียหรือจำนวนเงินที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย เนื่องจากมีสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา

ร้อยละ 0 ดังนั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียน จึงเป็นผู้มีหน้าที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้เรียกเก็บและนำส่ง

ไปแล้ว โดยการยื่นแบบคำร้องขอคืนภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ ค.10) ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่

หรือสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ตามมาตรา 84/1 แห่งประมวลรัษฎากร พร้อม

แนบหนังสือรับรองของส่วนราชการตามข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่ 28)ฯ ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2535 และสำเนาใบกำกับภาษี เช่นเดียวกับการยื่น

แบบแสดงรายการภาษี (ภ.พ.30) เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิ

เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามหลักเกณฑ์ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28)ฯ ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2535

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 20 มีนาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการใช้อัตราร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/พ./2346

  2. 9 กุมภาพันธ์ 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าหรือให้บริการกับราชการส่วนท้องถิ่น ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ

    กค 0811/พ.1171

  3. 12 ตุลาคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ

    กค 0811/พ.ก.1526

  4. 14 มีนาคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการจากเงินกู้ตามโครงการมาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    กค 0811/พ.1964

  5. 30 สิงหาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการจากโครงการเงินกู้ตามมาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    กค 0811/พ.09004

  6. 12 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/พ.ว.04437

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 84/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ