ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมูลค่าสินค้าที่ผู้ขายไม่ต้องนำไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี

กค 0811/พ.16049 · 20 พฤศจิกายน 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.16049
วันที่
20 พฤศจิกายน 2541
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 79มาตรา 79/2
เลขตู้
61/27278

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้ขายสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการ

ส่งเสริมการลงทุนโดยในการนำเข้าสินค้าดังกล่าว บริษัทฯ ได้โอนสินค้าให้ผู้ซื้อเป็นผู้ยื่นกระทำพิธีการ

นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร จึงขอทราบว่า การขายสินค้าในกรณีดังต่อไปนี้ จะเข้าลักษณะ และ

เงื่อนไข ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80) เรื่อง กำหนดลักษณะ

และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 หรือไม่ อย่างไร

1. กรณีผู้ซื้อได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับการลดหย่อนค่าอากรขาเข้าร้อยละ

75 และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้า ซึ่งได้แก่ ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า

บวกด้วยอากรขาเข้าร้อยละ 25

2. กรณีผู้ซื้อได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับการลดหย่อนค่าอากรขาเข้าทั้งหมด

และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้า ซึ่งได้แก่ ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า

บวกด้วยอากรขาเข้าร้อยละ 100

3. กรณีบริษัทฯ สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยให้ผู้ซื้อ ซึ่งได้รับการ

ส่งเสริมการลงทุนตามกรณีใน 2. เป็นผู้นำเข้าสินค้าและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัทฯ ได้นำสินค้า

ดังกล่าวเก็บไว้ในคลังสินค้า (WAREHOUSE) ของบริษัทฯ โดยจะทยอยส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อพร้อมกับ

ออกใบกำกับภาษีขายเป็นเดือน ๆ ดังนี้

ตุลาคม 2541 นำเข้าสินค้า 1,000 ชิ้น

หัก ตุลาคม 2541 ขายสินค้า 100 ชิ้น

พฤศจิกายน 2541 ขายสินค้า 300 ชิ้น

ธันวาคม 2541 ขายสินค้า 500 ชิ้น

มกราคม 2542 ขายสินค้า 100 ชิ้น

คงเหลือ 0 ชิ้น

4. กรณีผู้ซื้อได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับการลดหย่อนค่าอากรขาเข้าร้อยละ

100 และได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

5. กรณีผู้ซื้อได้รับสิทธินำสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

โดยได้รับสิทธิยกเว้นทั้งอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตามข้อหารือใน 1. และ 2. บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ขายสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่

บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนอากรขาเข้า โดยใน

การนำเข้าสินค้าบริษัทฯ ได้ให้บริษัทผู้ซื้อเป็นผู้ยื่นกระทำพิธีการนำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 2 (9) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวม

คำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.

2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80)ฯ ลงวันที่

1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่ขายให้แก่ผู้ซื้อตามกรณีดังกล่าว มารวม

คำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด

สำหรับฐานภาษีในการนำเข้าสินค้า ได้แก่ ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า บวกด้วย

อากรขาเข้าภาษีสรรพสามิต (ถ้ามี) ค่าธรรมเนียมพิเศษ (ถ้ามี) และหากผู้นำเข้าได้รับยกเว้นหรือ

ลดหย่อนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นำอากรขาเข้าซึ่ง

ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนดังกล่าวมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีด้วย ทั้งนี้ ตามมาตรา 79/2 (1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณีตามข้อหารือใน 3. หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ซื้อสินค้าซึ่งได้รับการส่งเสริม

การลงทุนเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่บริษัทฯ สั่งซื้อจากต่างประเทศ และผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ต่อเจ้าพนักงานศุลกากรไว้แล้ว บริษัทฯ ย่อมได้รับสิทธิไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่ขายให้แก่ผู้ซื้อตามกรณี

ดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามข้อ 2 (9) แห่ง

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับดังกล่าว โดยในการนำสินค้าออกจากคลังสินค้าของบริษัทฯ เพื่อทยอย

ส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อในแต่ละครั้ง บริษัทฯไม่ต้องออกใบกำกับภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้ออีกแต่

อย่างใด

3. กรณีตามข้อ 4 และ 5 ผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้นำเข้าสินค้า แต่มิได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจาก

การนำเข้าสินค้า เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยการ

ส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร กรณีตามข้อเท็จจริง จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้

กำหนดไว้ในข้อ 2 (9) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ผู้ซื้อเป็นผู้นำเข้า

สินค้า และต้องมีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากรด้วย ดังนั้น กรณีดังกล่าว บริษัทฯ ต้อง

นำมูลค่าของสินค้าที่ขายให้แก่ผู้ซื้อมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 28 สิงหาคม 2548

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี

    กค 0706/7พ./7150

  2. 29 มีนาคม 2547

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าสินค้า

    กค 0706/พ./3080

  3. 19 พฤษภาคม 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/พ./4498

  4. 28 มีนาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ว่าจ้างเป็นผู้กระทำพิธีการนำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร

    กค 0811/พ./2630

  5. 15 มีนาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบการอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่งออก

    กค 0811/พ./2251

  6. ไม่ระบุวันที่

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี

    กค 0706/พ./7150

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 79 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 79/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ