ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กค 0811/พ.14919 · 21 ตุลาคม 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.14919
วันที่
21 ตุลาคม 2541
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
61/27191

1.ข้อหารือ

ชมรมฯ จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มแพทย์และพยาบาลที่ทำงานด้านป้องกันและฟื้นฟูผู้ป่วยหลังการผ่าตัด

โรคหัวใจ ไม่มีฐานะเป็นมูลนิธิหรือสมาคม ชมรมฯ เป็นสมาชิกของ Asian-Pacific congress of

Cardiac Rehabilitation ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้สมาชิกได้มีโอกาสจัดการประชุมเกี่ยวกับการรักษา

ผู้ป่วยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูหัวใจทั่วโลกทุก 2 ปี ในปี 2542 ชมรมฯ ได้รับมอบหมายให้เป็น

เจ้าภาพจัดการประชุม 6th Asian-Pacific congress of Cardiac Rehabilitation ชมรมฯ

มีรายรับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังนี้

1. ค่าลงทะเบียนเข้ารับการอบรมจากผู้ที่เป็นสมาชิกและบุคคลภายนอก

2. เงินช่วยสนับสนุนจัดการประชุม

(1) เงินบริจาคโดยไม่มีค่าตอบแทน

(2) เงินบริจาคจากผู้จำหน่ายยาโรคหัวใจ เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสถานที่จัด

นิทรรศการแสดงคุณภาพยา

รายรับดังกล่าวชมรมฯ นำไปเป็นค่าเดินทางของวิทยากร ค่าที่พัก โดยมิได้หวังผล

กำไร ชมรมฯขอทราบว่าการจัดประชุมในลักษณะนี้ จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีชมรมฯ ได้จัดการประชุมในปี 2542 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ชมรมฯ มีฐานะ

เป็น "คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล" ตามมาตรา 77/1 (3) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีชมรมฯ ได้

รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อให้ความรู้ในเชิงวิชาการ และได้กระทำขึ้นในโอกาสที่

สำคัญพิเศษ เช่นกรณีนี้เท่านั้น มิได้กระทำเพื่อหาผลกำไรหรือทำเป็นปกติธุระ จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการ

ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 77/1 (5) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ดังนั้น ชมรมฯ จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน

ภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชมรมฯ มีฐานะเป็น "คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล" เงินได้จาก

การจัดการประชุมฯ ตามข้อ 1 และข้อ 2 (1) (2) เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40

(8)แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีกฎหมายอื่นใดยกเว้นภาษีเงินได้ให้ ดังนั้น คณะบุคคลดังกล่าวจึงต้อง

เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 56 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร การคำนวณภาษีเงินได้

ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรเท่านั้น ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตาม

ความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11)

พ.ศ. 2502 และหักลดหย่อนสำหรับคณะบุคคลได้รวมกันไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 47 (6)

แห่งประมวลรัษฎากร

สำหรับค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรรายการใด ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงิน

จากผู้รับได้เพื่อให้มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีผู้รับเงินจริง ชมรมฯ อาจทำหลักฐานการจ่ายเงินที่ระบุชื่อ

ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เลขที่ในบัตรประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) วัน เดือน ปี

จำนวนเงิน รายการที่จ่าย และให้ผู้รับเงินลงชื่อไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการหักค่าใช้จ่ายได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 18 กุมภาพันธ์ 2559

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการจัดการประชุมวิชาการ

    กค 0702/1542

  2. 5 เมษายน 2553

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการจัดประชุมวิชาการ

    กค 0702/2545

  3. 25 มกราคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเสียภาษีของสมาคม

    กค 0706/592

  4. 9 กุมภาพันธ์ 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการจัดประชุมวิชาการ

    กค 0706/1801

  5. 29 มีนาคม 2547

    ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาระภาษีในการจัดคอนเสิร์ต

    กค 0706/3078

  6. 23 มิถุนายน 2543

    ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาระภาษีของ “กองทุนพิเศษเกี่ยวกับการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”

    กค 0811/5185

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 47 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 56 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ