ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าใช้คืนราคาสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อและค่าขาดประโยชน์ตามคำพิพากษาของศาล

กค 0811/พ.05364 · 8 มิถุนายน 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.05364
วันที่
8 มิถุนายน 2542
เลขตู้
62/27880

1.ข้อหารือ

บริษัท ก จำกัด ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถยนต์ ได้ทำสัญญาให้เช่าซื้อรถยนต์กระบะกับ

นาย ข ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2539 ในราคา 420,000 บาท กำหนดผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน

จำนวน 48 งวด เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 17 มิถุนายน 2539 แต่ผู้เช่าซื้อไม่ได้ชำระค่างวดเลย

บริษัทฯ จึงได้แจ้งเลิกสัญญาเป็นหนังสือไปยังผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2539 และ

ได้ฟ้องคดีต่อศาล เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 โดยศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2540

ให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(จำเลยร่วม) ร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนบริษัทฯ หากคืนไม่ได้ให้ใช้

คืนราคารถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นเงิน 300,000 บาท และกำหนดให้ชำระค่าขาดประโยชน์แก่บริษัทฯ นับแต่

วันที่ผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 12,000 บาท และเป็นเดือน ๆ ละ 3,000 บาท นับแต่วันถัดจาก

วันฟ้องไปจนกว่าจะส่งมอบรถคืนบริษัทฯ ทั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลาเพียง 9 ปี

ขอทราบว่า

1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ จะถือจำนวนเงินตามคำพิพากษาเป็นรายได้ตามเกณฑ์

สิทธิ โดยรับรู้รายได้เป็นรายได้ค้างรับ เป็นจำนวนเท่าใด และสำหรับค่าขาดประโยชน์รายเดือน ๆ ละ

3,000 บาท เป็นเวลา 9 ปี บริษัทฯ จะรับรู้เป็นรายได้อย่างไร

2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากบริษัทฯ ยังไม่ได้รับเงินค่าขาดประโยชน์จำนวน 12,000

บาท ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มยังไม่เกิดขึ้น บริษัทฯ จึงยังไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และสำหรับ

ค่าขาดประโยชน์รายเดือน ๆ ละ 3,000 บาท เป็นเวลา 9 ปี ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกิดขึ้น

เมื่อใด

2.แนววินิจฉัย

1. ค่าใช้คืนราคารถยนต์จำนวน 300,000 บาท กรณีจำเลยไม่อาจส่งมอบรถยนต์คันที่

เช่าซื้อคืนให้บริษัทฯ ได้

1.1 ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ได้รับรู้รายได้ค่าเช่าซื้อรถยนต์

ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2539 ตามเกณฑ์สิทธิ์ในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการให้เช่าซื้อตามมาตรา

65 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว เมื่อบริษัทฯ ได้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกเอาทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อคืน และศาล

ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยฯ คืนรถยนต์คันที่เช่าซื้อหากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้คืนราคารถยนต์จำนวน 300,000

บาท ค่าใช้คืนราคารถยนต์ดังกล่าวจึงถือเป็นหนี้ค่ารถยนต์ตามคำพิพากษา ให้บริษัทฯ นำมารับรู้เป็น

รายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำเลยฯ ชำระค่าใช้คืนรถยนต์ ดังนี้

(ก) ถ้าค่าใช้คืนราคารถยนต์มีจำนวนมากกว่าจำนวนรายได้ที่บริษัทฯ ได้รับรู้เป็น

รายได้ไว้แล้ว ผลต่างดังกล่าวถือเป็นผลประโยชน์จากการขาย บริษัทฯ ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้

ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำเลยฯ ชำระค่าใช้คืนรถยนต์

(ข) ถ้าค่าใช้คืนราคารถยนต์มีจำนวนน้อยกว่าจำนวนรายได้ที่บริษัทฯ ได้รับรู้เป็น

รายได้ไว้แล้ว ผลต่างดังกล่าวถือเป็นผลเสียหายอันเนื่องจากการประกอบกิจการบริษัทฯ ย่อมหักเป็น

รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำเลยฯ ชำระค่าใช้คืนรถยนต์ ไม่ต้องห้ามตาม

มาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากบริษัทฯ ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไปแล้ว ถ้าจำเลยฯ คืน

รถยนต์คันที่เช่าซื้อให้บริษัทฯ ไม่ได้ และได้ใช้คืนราคารถยนต์ตามคำพิพากษาแทนเงินจำนวนนี้จึงมิใช่

ค่าเช่าซื้อรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อ แต่ถือเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าตามมาตรา

79 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อจำนวนเงินตามคำพิพากษาของศาลมีจำนวนไม่เกินกว่ามูลค่าสินค้าที่

เหลืออยู่ตามสัญญาให้เช่าซื้อ บริษัทฯ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ได้รับในเดือนภาษีที่ได้รับเงิน

นั้น ทั้งนี้ ตามข้อ 4 (4) (ก)ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.36/2536 ฯ ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน

พ.ศ. 2536

2. ค่าขาดประโยชน์นับตั้งแต่วันผิดนัดวันที่ 17 มิถุนายน 2539 ถึงวันฟ้องวันที่ 7

พฤศจิกายน 2539 จำนวน 12,000 บาท และค่าขาดประโยชน์นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งรถยนต์คืน

เดือนละ 3,000 บาท แต่มีระยะเวลาเพียง 9 ปีนั้น 2.1 ภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากศาลได้กำหนด

ค่าขาดประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่จำเลยยังครอบครองรถยนต์อยู่จนกว่าจะส่งคืนให้

บริษัทฯ จึงถือเป็นหนี้ค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินตามคำพิพากษา ซึ่งมิใช่รายได้ค่าเช่าซื้อที่บริษัทฯ ได้รับรู้

เป็นรายได้ไปแล้ว บริษัทฯ จึงต้องนำมารับรู้เป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำเลยฯ ชำระ

ค่าขาดประโยชน์นั้น 2.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าขาดประโยชน์ถือเป็นค่าบริการที่ได้รับจากการให้บริการ

ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำเงินค่าขาดประโยชน์ดังกล่าวมารวม

คำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อได้รับชำระค่าขาดประโยชน์นั้นตามมาตรา 78/1 (1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามข้อ 4 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.36/2536 ฯ ลงวันที่ 15

พฤศจิกายน พ.ศ.2536

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 16 กุมภาพันธ์ 2558

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ทางการค้า

    กค 0702/2381

  2. 4 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน และ การขายทรัพย์สินในราคาต่ำกว่าราคาตลาด

    กค 0702/4625

  3. 27 กันยายน 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้เช่าแบบลิสซิ่งและการให้เช่าซื้อ

    กค 0706(กม.03)/824

  4. 12 พฤษภาคม 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผิดสัญญาเช่าซื้อรถขุดและการบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

    กค 0706(กม.02)/404

  5. 29 เมษายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้

    กค 0706/3995

  6. 3 มิถุนายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีรับโอน สิทธิเรียกร้องในลูกหนี้เช่าซื้อของสถาบันการเงินที่ถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่ง

    กค 0811/07455

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ