ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้เงินได้ค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ

กค 0702/1255 · 5 มีนาคม 2569

เลขที่หนังสือ
กค 0702/1255
วันที่
5 มีนาคม 2569

1.ข้อหารือ

1. บริษัทประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง เครื่องจักร และทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ บริษัทให้ นาย ก. เช่าซื้อทรัพย์สิน โดยทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อได้มีการทําประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยได้รวมอยู่ในค่าเช่าซื้อแล้ว โดยกรมธรรม์ประกันภัยกำหนดให้บริษัทเป็นผู้รับผลประโยชน์ ต่อมาได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ทําให้ทรัพย์สินดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยบริษัทผู้รับประกันภัยตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีทรัพย์สินเสียหายจนสิ้นเชิงให้แก่บริษัทในฐานะผู้รับผลประโยชน์

2. นาย ก. ได้ชําระเงินค่าเช่าซื้อให้กับบริษัทจนถึงวันที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ และยังคงมีหน้าที่ต้องชําระค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บริษัท และเมื่อบริษัทได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยจากบริษัทประกันภัยแล้ว บริษัทและนาย ก. ตกลงเลิกสัญญาเช่าซื้อและบริษัทได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยเช่นว่านั้น มาหักชําระหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่นาย ก. มีหน้าที่ต้องชําระ ทําให้มีเงินส่วนเกินจากหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่นาย ก. มีหน้าที่ต้องชําระ

3. บริษัทเห็นว่าธุรกรรมการให้เช่าซื้อทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อ เป็นทรัพย์สินประเภท เครื่องจักรกลหนักเพื่องานก่อสร้างนั้น มิใช่ธุรกรรมการเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ประกาศให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาที่กําหนดหน้าที่ให้ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระ หรือให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินจํานวนเช่นว่านั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อโดยตรงตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 นอกจากนี้สัญญาเช่าซื้อก็มิได้กําหนดหน้าที่ให้บริษัทในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ จะต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระดังกล่าวให้แก่ลูกค้าแต่อย่างใด ดังนั้น บริษัทจึงได้รับรู้เงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระ เป็นเงินได้และนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเงินได้ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

4. บริษัทได้รับรู้เงินค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ เงินต้นค้างตามระบบบัญชี ดอกเบี้ยเช่าซื้อและค่าชดเชยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่บริษัทมีในการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกําหนด และรายได้ค่าเบี้ยปรับ ตามสัญญาตกลงเลิกสัญญาเช่าซื้อ และบริษัทได้นําเงินได้ส่วนเกินจากค่าเสียหายมาคํานวณรวมในกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว

5. บริษัทขอหารือว่า บริษัทมีหน้าที่ต้องรับรู้เงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ ค่าเสียหายที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระตามสัญญาเช่าซื้อเป็นเงินได้ของบริษัทและบริษัทมีหน้าที่ต้องนําเงินได้จํานวนดังกล่าวมารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ และหากบริษัทได้คืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ ค่าเสียหายที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า บริษัทสามารถบันทึกเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัท ได้ทําสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินกับลูกค้า ต่อมาทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เป็นผลทําให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั้งหมดหรือกรณีทรัพย์สินสูญหาย โดยทรัพย์สินได้มีการทําสัญญาประกันภัยไว้ ซึ่งบริษัทผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีทรัพย์สินเสียหายจนสิ้นเชิงให้แก่บริษัทในฐานะผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หากเงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทได้รับจากบริษัทผู้รับประกันภัยมีจํานวนมากกว่าผลเสียหายที่เกิดขึ้น (ส่วนที่เกินจากมูลหนี้คงเหลือของลูกค้า) ถือเป็นรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการ บริษัทต้องนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีบริษัทได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทผู้รับประกันภัยเกินกว่ามูลหนี้ค่าเสียหายที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ โดยสัญญาเช่าซื้อกำหนดให้ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินมูลหนี้ดังกล่าวตกเป็นของบริษัทในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ เว้นแต่บริษัทจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น กรณีทรัพย์สินที่เช่าซื้อดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินตามนิยามในประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 ประกอบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อที่ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชําระหรือให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินจํานวนเช่นว่านั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อโดยตรง หากบริษัทได้คืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินมูลหนี้ดังกล่าว โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น บริษัทจึงไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในกรณีดังกล่าวให้แก่ลูกค้าแต่อย่างใด จึงเป็นการจ่ายเงินโดยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายซึ่งเป็นการกระทำโดยสมัครใจของบริษัทเงินที่บริษัทได้จ่ายคืนให้ลูกค้าดังกล่าว ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 มิถุนายน 2565

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีได้รับค่าสินไหมทดแทนคืนจากบริษัทประกันภัย

    กค 0702/3442

  2. 4 กรกฎาคม 2556

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีได้รับค่าสินไหมทดแทนจากอุทกภัยจากบริษัทประกันภัย

    กค 0702/5858

  3. 4 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน และ การขายทรัพย์สินในราคาต่ำกว่าราคาตลาด

    กค 0702/4625

  4. 10 เมษายน 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้เช่าซื้อรถยนต์

    กค 0706/2962

  5. 15 กันยายน 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันภัยของผู้เช่า

    กค 0706/7762

  6. 27 กันยายน 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้เช่าแบบลิสซิ่งและการให้เช่าซื้อ

    กค 0706(กม.03)/824

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ