ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการควบเข้ากันของบริษัทมหาชนจำกัด

กค 0702/4974 · 4 กันยายน 2567

เลขที่หนังสือ
กค 0702/4974
วันที่
4 กันยายน 2567

1.ข้อหารือ

บริษัทจะปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัทโดยการควบบริษัทในกลุ่มระหว่างบริษัท A และบริษัท B ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเมื่อนายทะเบียนกระทรวงพาณิชย์รับจดทะเบียนควบบริษัทแล้วเสร็จ บริษัททั้งสองจะหมดสภาพจากการเป็นนิติบุคคล และบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบกัน ภายใต้บทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ในทางบัญชีถูกพิจารณาว่าเป็นการรวมธุรกิจ บริษัทใหม่จะได้รับและบันทึกสินทรัพย์สุทธิของบริษัท B ในราคาตามมูลค่ายุติธรรม ซึ่งเมื่อเทียบกับสิ่งที่บริษัทใหม่ได้จ่ายไปคือมูลค่าหุ้นที่บริษัทใหม่ได้ออกให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัท B ที่ไม่ใช่บริษัท A ตามราคาหุ้นของบริษัทใหม่รวมกับเงินลงทุนในบริษัท B โดยสินทรัพย์สุทธิของบริษัท B ที่บริษัทใหม่ได้รับมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าหุ้นที่ออกไปนั้น ดังนั้น จึงเกิดการบันทึกรายการกำไรจากการควบบริษัทบนงบการเงินใหม่ของบริษัทใหม่ ณ วันควบบริษัท

บริษัทฯ ขอหารือว่าบริษัทใหม่จากการควบเข้ากันไม่ต้องนำกำไรจากการควบบริษัทมาถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการบันทึก รายการดังกล่าว ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

การตีราคาทรัพย์สินในกรณีที่บริษัทควบเข้ากันให้ตีราคาตามราคาตลาดในวันที่ควบเข้ากัน แต่ไม่ให้ถือว่าราคาดังกล่าวเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากันนั้น และให้บริษัทใหม่อันได้ควบเข้ากันถือราคาของทรัพย์สินนั้น ตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทเดิมในวันที่ควบเข้ากันเพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิจนกว่าจะได้มีการจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไป ตามมาตรา 74 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีบริษัทใหม่อันได้ควบเข้ากันจะรับรู้รายการตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินโดยบันทึกสินทรัพย์สุทธิของบริษัท B ในราคาตามมูลค่ายุติธรรมซึ่งสูงกว่ามูลค่าหุ้นที่บริษัทใหม่ได้ออกให้ ผู้ถือหุ้นอื่นของบริษัท B ที่ไม่ใช่บริษัท A ทำให้บริษัทใหม่เกิดรายการกำไรจากการควบรวมนั้น บริษัทใหม่จะใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้ แต่ในการคำนวณกำไรหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีที่มีการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ห้ามมิให้นำราคาที่ตีราคาเพิ่มขึ้นมารวมคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร และหากทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่บริษัทเดิมใช้อยู่เพียงเท่าที่ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น ตามมาตรา 74 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ต่อมาเมื่อบริษัทใหม่ได้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นไป ต้นทุนของทรัพย์สินที่จำหน่ายให้คำนวณตามราคามูลค่าต้นทุนของบริษัทเดิมที่เหลืออยู่หลังหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาแล้ว เพื่อคำนวณเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 22 เมษายน 2569

    ภาระภาษีอากร กรณีการควบรวมบริษัทจำกัด

    กค 0702(กม.)/462

  2. 11 เมษายน 2568

    ภาระภาษีอากร กรณีการควบรวมบริษัทจำกัด

    กค 0702(กม.)/453

  3. 21 กุมภาพันธ์ 2567

    การควบรวมบริษัทตามมาตรา 1238 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

    กค 0702/1112

  4. 6 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโอนกิจการ

    กค 0706/10175

  5. 20 ตุลาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการควบกิจการและการโอนกิจการทั้งหมด

    กค 0706(กม.01)/978

  6. 7 มิถุนายน 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโอนกิจการ

    กค 0811/5753

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 74 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ