ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน

กค 0811/6752 · 14 พฤศจิกายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/6752
วันที่
14 พฤศจิกายน 2543
เลขตู้
63/29948

1.ข้อหารือ

กรมที่ดินหารือเกี่ยวกับภาระภาษีจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหา

อสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. 2540 ดังนี้

1. กรณีหน่วยงานตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มีความจำเป็นต้องได้มาซึ่ง

อสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการขนส่งมวลชนดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการ

เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยถือว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะดำเนินการตามมาตรา

8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามฎหมาย

ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยหน่วยงานของรัฐจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดิน หรือ

ผู้ครอบครองที่ดิน

2. กรณีหน่วยงานดังกล่าวมีความจำเป็นต้องเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อประโยชน์ในการ

ดำเนินกิจการขนส่งมวลชนโดยไม่จำเป็นต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นให้

หัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานที่ดำเนินการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ทำ

ความตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อทำสัญญากำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์

ถ้าตกลงกันได้ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินดำเนินการจดทะเบียน กำหนดภาระใน

อสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแต่ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ให้ตราพระราชบัญญัติกำหนดภาระ

ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนขึ้น โดยให้ที่ดินตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ นับแต่วันที่

พระราชบัญญัติกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนใช้บังคับ และให้แจ้งพนักงาน

เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินจดทะเบียนกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นหลักฐาน โดย

หน่วยงานของรัฐจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่เจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดิน

กรมที่ดิน จึงขอทราบภาระภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ดังนี้

1. กรณีหน่วยงานใดของรัฐ มีความจำเป็นต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการ

ขนส่งมวลชน ในทางปฏิบัติต้องมีการแก้ไขหลักฐานทางทะเบียน เจ้าพนักงานที่ดินมีหน้าที่ต้อง เรียกเก็บ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ ขณะที่

มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือไม่ และจากทุนทรัพย์ใด

2. กรณีหน่วยงานใดของรัฐ มีความจำเป็นต้องใช้อสังหาริมทรัพย์ เพื่อกิจการขนส่งมวลชน

โดยไม่จำเป็นต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ ทั้งกรณีที่ตกลงกันได้ หรือกรณีที่ตกลงกันไม่ได้และได้ตรา

พระราชบัญญัติฯ ในทางปฏิบัติต้องมีการจดทะเบียนกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ เจ้าพนักงานที่ดินมี

หน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและ

อากรแสตมป์ ขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือไม่ และจากทุนทรัพย์ใด

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นบุคคลธรรมดา

(1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค่าทดแทนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน

อสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ เฉพาะที่ดินที่ต้องเวนคืน และอสังหาริมทรัพย์อื่นบนที่ดินที่ต้องเวนคืนเป็น

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(29) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.

2509)ฯ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

และนำส่ง ตามมาตรา 52 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าทดแทนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เนื่องจากไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น

ทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา 3(6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น

ทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 สำหรับการโอนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2542 หรือตาม

มาตรา 4(6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 สำหรับการโอนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม

2542 เป็นต้นไปพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ

เพื่อกรมสรรพากรตามมาตรา 91/10 วรรคหก แห่งประมวลรัษฎากร

(3) อากรแสตมป์ หลักฐานการรับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เข้า

ลักษณะเป็นใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการ

จดทะเบียนตามกฎหมาย ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามลักษณะตราสาร 28.(ข) ใบรับ แห่ง

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ แต่ได้รับยกเว้นค่าอากรแสตมป์ ตามมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เพราะเป็นใบรับจากการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่

ต้องเวนคืนจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

2. กรณีผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นนิติบุคคล

(1) ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรัฐบาล องค์การของรัฐบาลฯ จ่ายเงินค่าทดแทนที่ได้รับ

ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่นิติบุคคล รัฐบาล องค์การของรัฐบาลฯ มีหน้าที่ต้อง

หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนเงินค่าทดแทนที่จ่าย ตามมาตรา 69 ทวิ

แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งในอัตราร้อยละ 1 ในขณะ

ที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าทดแทนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย์

ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขาย ซึ่งเป็นนิติบุคคลตาม

มาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร มีไว้ในการประกอบกิจการตามมาตรา 3(5) แห่งพระราชกฤษฎีกา

ฯ ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 สำหรับการโอน

ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2542 หรือตามมาตรา 4(5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541

สำหรับการโอนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึง

มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อกรมสรรพากรในขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใน

อัตราร้อยละ 3.3 ของจำนวนเงินค่าทดแทนตามมาตรา 91/6(3) และมาตรา 91/10 วรรคหก แห่ง

ประมวลรัษฎากร

(3) อากรแสตมป์ หลักฐานการรับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เข้า

ลักษณะเป็นใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการ

จดทะเบียนตามกฎหมายต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามลักษณะตราสาร 28.(ข) ใบรับ แห่ง

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ แต่ได้รับยกเว้นค่าอากรแสตมป์ ตามมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เพราะเป็นการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืน

จากเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นใบรับสำหรับจำนวนเงินที่ผู้รับต้องเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

3. กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกอยู่ภายใต้

ภาระจำยอม

(1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระใน

อสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ ตามคำนิยาม “ขาย” ในมาตรา 39 แห่ง

ประมวลรัษฎากร แต่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อ

รัฐบาล องค์การของรัฐบาลฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและ

นำส่งในอัตราร้อยละ 1 ของค่าตอบแทนที่ได้รับตามมาตรา 50(4) แห่งประมวลรัษฎากร พนักงาน

เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง เมื่อมี

การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เนื่องจากไม่เข้าลักษณะการขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 50(5)

แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระใน

อสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ ตามคำนิยาม “ขาย” ในมาตรา 91/1(4)

แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบุคคลธรรมดาจดทะเบียนกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่

หน่วยงานของรัฐบาล องค์การของรัฐบาลฯ โดยได้รับค่าตอบแทน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ต้อง

เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

(3) อากรแสตมป์ หลักฐานการรับเงินค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระ

ในอสังหาริมทรัพย์ เข้าลักษณะเป็นใบรับสำหรับการก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อ

นิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมายต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการ

ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามลักษณะตราสาร 28.(ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และตาม

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2525

4. กรณีนิติบุคคลเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกอยู่ภายใต้ภาระจำยอม

(1) ภาษีเงินได้นิติบุคคล ค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระใน

อสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ ตามคำนิยาม “ขาย” ในมาตรา 39 แห่ง

ประมวลรัษฎากร แต่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อ

รัฐบาล องค์การของรัฐบาลฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและ

นำส่ง ในอัตราร้อยละ 1 ของค่าตอบแทนที่ได้รับตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พนักงาน

เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง เมื่อมี

การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เนื่องจากไม่เข้าลักษณะการขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 69 ตรี

แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระใน

อสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ ตามคำนิยาม “ขาย” ในมาตรา 91/1(4)

แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนิติบุคคลจดทะเบียนกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยงานของรัฐบาล

องค์การของรัฐบาลฯ โดยได้รับค่าตอบแทน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

(3) อากรแสตมป์ หลักฐานการรับเงินค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนกำหนดภาระ

ในอสังหาริมทรัพย์ เข้าลักษณะเป็นใบรับสำหรับการก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อ

นิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการ

ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามลักษณะตราสาร 28.(ข) ใบรับแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และตาม

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2525

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 10 ตุลาคม 2565

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการโอนทรัพย์สิน

    กค 0702/6243

  2. 6 กรกฎาคม 2558

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

    0702/6337

  3. 6 กุมภาพันธ์ 2555

    ภาระภาษี กรณีการโอนครุภัณฑ์ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง

    กค 0702/1098

  4. 7 พฤษภาคม 2552

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีได้รับเงินจาก การขาย ที่ดินตามหนังสือแจ้งการครอบครอง ( ส.ค. 1)

    กค 0702/3441

  5. 21 มิถุนายน 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุ

    กค 0706/5248

  6. 20 กันยายน 2543

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีการค้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการจ่ายเงินค่าทดแทนเพิ่มเติมสำหรับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

    กค 0811/ก.704

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 42 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 69 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ