ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

กค 0811/16531 · 1 ธันวาคม 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/16531
วันที่
1 ธันวาคม 2541
ข้อกฎหมาย
มาตรา 65 ทวิ
เลขตู้
61/27302

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ เป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการทั้งที่

ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทฯ มีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่ม

ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม และสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม ของปีถัดไปในรอบระยะเวลาบัญชี 21

พฤษภาคม 2540 - 20 พฤษภาคม 2541 บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือหนี้สินที่มีค่า

หรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเป็นเงินตราไทยตาม

มาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ

บริษัทฯ สามารถจะเลือกนำผลขาดทุนดังกล่าวมาคำนวณเป็นรายจ่ายของบริษัทฯ ได้ตามวิธีใดวิธีหนึ่งที่

ระบุไว้ในคำสั่งดังกล่าว เป็นเหตุให้บริษัทฯสามารถนำผลขาดทุนดังกล่าวไปรวมคำนวณเป็นรายจ่ายของ

บริษัทฯ ได้มากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

เนื่องจากบริษัทฯ ไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าผลขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือหนี้สิน

ดังกล่าวเป็นส่วนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือเป็นส่วนของกิจการที่ไม่ได้รับการ

ส่งเสริมการลงทุน บริษัทฯจึงเฉลี่ยผลขาดทุนดังกล่าวตามอัตราส่วนของรายได้จากกิจการที่ได้รับการ

ส่งเสริมการลงทุนและกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน หากข้อเท็จจริงของบริษัทฯ เป็นดัง

ตัวอย่างต่อไปนี้คือ

1. ในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2541 บริษัทฯ มีผลขาดทุนจาก

การตีราคาทรัพย์สินหรือหนี้สินตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง จำนวน 500 ล้านบาท

2. อัตราส่วนระหว่างรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและกิจการที่ไม่ได้รับ

การส่งเสริมการลงทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2541 คือ 10 : 90

3. บริษัทฯ เลือกที่จะเฉลี่ยผลขาดทุนดังกล่าวเป็นรายจ่ายของบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 5

รอบระยะเวลาบัญชี ดังนั้น ผลขาดทุนที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 20 พฤษภาคม

2541 คือ 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผลขาดทุนจากกิจการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 10 ล้านบาท และ

ผลขาดทุนจากกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 90 ล้านบาท

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า สำหรับผลขาดทุนที่เหลือจำนวน 400 ล้านบาทที่จะนำมาเป็น

ค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ สำหรับ 4 รอบระยะเวลาบัญชีถัดไป คือ รอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 20 พฤษภาคม

2542 - 20 พฤษภาคม 2545 บริษัทฯ จะต้องนำผลขาดทุนดังกล่าวไปเฉลี่ยตามอัตราส่วนของรายได้

จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และรายได้จากกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนของ

รอบระยะเวลาบัญชีแรก (วิธีที่ 1 ตามตารางข้างล่าง) หรือให้นำมาเฉลี่ยตามอัตราส่วนของรายได้จาก

กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปี (วิธีที่ 2

ตามตารางข้างล่าง) ถ้าหากว่าวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 ไม่ถูกต้อง บริษัทฯ จะต้องใช้วิธีการใด

การบันทึกผลขาดทุน

รอบระยะเวลาบัญชี อัตราส่วนรายได้จาก วิธีที่ 1 วิธีที่ 2

สิ้นสุด BOI : Non BOI BOI : Non BOI รวม BOI : Non BOI รวม

20 พ.ค.2541 10 : 90 10 : 90 100 10 : 90 100

20 พ.ค.2542 20 : 80 10 : 90 100 20 : 80 100

20 พ.ค.2543 30 : 70 10 : 90 100 30 : 70 100

20 พ.ค.2544 40 : 60 10 : 90 100 40 : 60 100

20 พ.ค.2545 50 : 50 10 : 90 100 50 : 50 100

รวม 50 : 450 500 150 : 350500

2.แนววินิจฉัย

1. บริษัทฯ มีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มต้นวันที่ 21 พฤษภาคม และสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม

ดังนั้น ในรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2541 บริษัทฯ มีผล

ขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือหนี้สินที่มีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้าย

ของรอบระยะเวลาบัญชีเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

จำนวน 500 ล้านบาท บริษัทฯ จึงมีสิทธิที่จะเลือกคำนวณกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือ

หนี้สินตามส่วนเฉลี่ยของมูลค่าทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกดังกล่าวเป็นต้นไป แต่

ไม่เกินห้ารอบระยะเวลาบัญชีก็ได้

ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีสิทธิเฉลี่ยผลขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินและหนี้สินเป็นรายจ่ายได้

รอบระยะเวลาบัญชีละ 100 ล้านบาท ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 20 พฤษภาคม 2541 ถึง

รอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 20 พฤษภาคม 2545 ตามข้อ 3 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540

เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเนื่องจาก

การปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540

2. กรณีบริษัทฯ ไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าผลขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือ

หนี้สิน จำนวน 500 ล้านบาท ดังกล่าวเป็นส่วนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือเป็นส่วนของ

กิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และไม่มีเกณฑ์อื่นที่จะเฉลี่ยรายจ่ายนั้นได้เป็นการเหมาะสมแล้ว

ก็ให้เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวออกตามส่วนของรายได้จากกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และ

กิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 20

พฤษภาคม 2541

ดังนั้น ในการใช้สิทธิเฉลี่ยผลขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทฯ

รอบระยะเวลาบัญชีละ 100 ล้านบาท ตาม 1. จึงเป็นผลขาดทุนจากกิจการส่งเสริมการลงทุน 10 ล้าน

บาท และผลขาดทุนจากกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริม 90 ล้านบาท เท่ากันทั้งห้ารอบระยะเวลาบัญชี

ตามตัวอย่างวิธีที่ 1 ข้างต้น โดยไม่ต้องคำนึงว่าในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2542

ถึงรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2545 จะมีอัตราส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปีเป็น

อย่างไร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 13 กรกฎาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค. 0706/6971

  2. 5 ตุลาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

    กค 0811/ก.1325

  3. 24 กุมภาพันธ์ 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอเปลี่ยนวิธีหักขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

    กค 0811/01761

  4. 29 ตุลาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนของทรัพย์สิน

    กค 0811(กม)/1906

  5. 17 สิงหาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายจ่ายของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ

    กค 0811/12274

  6. 7 มกราคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณรายจ่ายเนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/00023

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ