ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายจ่ายของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ

กค 0811/12274 · 17 สิงหาคม 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/12274
วันที่
17 สิงหาคม 2541
ข้อกฎหมาย
มาตรา 65 ทวิ
เลขตู้
61/26990

1.ข้อหารือ

1. บริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ จำนวนเงิน 54 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรอบ

ระยะเวลาบัญชีปี 2539 โดยต้องชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่ปี 2543 ถึงปี 2547

ตามส่วนแห่งมูลค่าหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระในแต่ละปี ในอัตราร้อยละ 20 ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีปี

2540 บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากการตีราคาหนี้เงินกู้ที่ยังไม่ถึง

กำหนดชำระ ตามมาตรา 65 ทวิ(5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนเงิน 736,290,000 บาท

บริษัทฯ เข้าใจว่า บริษัทฯ สามารถเฉลี่ยรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ตามส่วนแห่งมูลค่าหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระในอัตราร้อยละ 20 เป็นจำนวนเงิน 147,258,000 บาท ใน

แต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีในปี 2543 ถึง 2547 ตามข้อ 2 (1) แห่ง

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ความเข้าใจของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่ บริษัทฯ จะต้องบันทึก

การเฉลี่ยรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเกณฑ์ในข้อ 2 (1) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ท.ป.72/2540 ฯ ได้หรือไม่ อย่างไร

2. กรณีบริษัทฯ นำผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมาถือเป็นรายจ่ายตามเกณฑ์ในข้อ 2

(2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวนเงิน

736,290,000 บาท บริษัทฯ จะนำไปเฉลี่ยหักเป็นรายจ่าย 8 รอบระยะเวลาบัญชี กล่าวคือถือเป็น

รายจ่ายตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี ปี 2540 ถึงปี 2547 รอบละ 92,036,250 บาท ถูกต้องหรือไม่

3. กรณีบริษัทฯ นำผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมาถือเป็นรายจ่ายตามเกณฑ์ในข้อ 3

แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวนเงิน

736,290,000 บาท บริษัทฯ จะนำไปเฉลี่ยหักเป็นรายจ่าย 5 รอบระยะเวลาบัญชี กล่าวคือถือเป็น

รายจ่ายตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2540 ถึง ปี 2544 รอบละ 147,258,000 บาท ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น บริษัทฯ มีทรัพย์สินหรือหนี้สินที่มีค่าหรือราคาเป็นเงินตรา

ต่างประเทศเหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 2 กรกฎาคม 2540

บริษัทฯ ต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่ง

ประมวลรัษฎากร ถ้ามีกำไรหรือขาดทุนให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้หรือรายจ่าย โดยบริษัทฯ มีสิทธิ

เลือกปฏิบัติตามข้อ 1 หรือข้อ 2 หรือข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24

กรกฎาคม 2540 ก็ได้ แต่บริษัทฯ จะต้องใช้วิธีการนั้นกับทรัพย์สินหรือหนี้สินทุกรายการหรือทุกสัญญา และ

ในกรณีที่บริษัทฯ เลือกวิธีการตามข้อ 2 หรือข้อ 3 จะต้องหมายเหตุในงบการเงินในแต่ละปีให้ชัดเจนว่า

เลือกเฉลี่ยตามข้อ 2 หรือข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม

พ.ศ. 2540 จนกว่าการคำนวณรายได้หรือรายจ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ

ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 จะหมดสิ้นไป โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ต้องบันทึกบัญชี

และจัดทำงบกำไรขาดทุนให้เป็นวิธีการเดียวกับการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ได้

2. กรณีตาม 1. การคำนวณตามส่วนแห่งมูลค่าทรัพย์สินหรือหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระใน

แต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะบัญชีแรกดังกล่าวเป็นต้นไปตามข้อ 2 (1) แห่ง

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 บริษัทฯ ต้องรับชำระหนี้

หรือจ่ายชำระหนี้เป็นงวด ๆ และมีการรับชำระหนี้หรือจ่ายชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดลงใน

หรือหลังวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ด้วย กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ เริ่มชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้

ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2543 เป็นต้นไป จึงไม่มีสิทธิเฉลี่ยรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตาม

ข้อ 2 (1) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าวได้แต่อย่างใด

3. กรณีตาม 2. บริษัทฯ สามารถคำนวณตามส่วนเฉลี่ยของระยะเวลาการชำระหนี้

นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกดังกล่าวถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องชำระหนี้ครั้งสุดท้ายตามข้อ 2 (2)

แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ได้ โดยบริษัทฯ

มีสิทธิเฉลี่ยรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2540 ถึง

รอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องชำระหนี้ครั้งสุดท้ายคือปี 2547 ได้รวม 8 รอบระยะเวลาบัญชี กล่าวคือ ถือ

เป็นรายจ่ายได้รอบระยะเวลาบัญชีละ 92,036,250 บาท (736,290,000/8)

4. กรณีตาม 3. บริษัทฯ จะเลือกคำนวณขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินหรือหนี้สิน

ตามส่วนเฉลี่ยของมูลค่าทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกดังกล่าวเป็นต้นไป แต่ไม่เกิน

ห้ารอบระยะเวลาบัญชีก็ได้ตามข้อ 3 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24

กรกฎาคม พ.ศ. 2540 กล่าวคือถือเป็นรายจ่ายได้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2540 ถึง 2544

รอบระยะเวลาบัญชีละ 147,258,000 บาท (736,290,000/5)

สื่อและบริการที่เกี่ยวข้อง

ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์พันธมิตร Shopee Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อท่านซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งไม่มีผลต่อเนื้อหาข้อหารือและคำตอบในเว็บไซต์นี้แต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 5 ตุลาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักรายจ่ายผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

    กค 0811/ก.1325

  2. 24 กุมภาพันธ์ 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอเปลี่ยนวิธีหักขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

    กค 0811/01761

  3. 29 ตุลาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนของทรัพย์สิน

    กค 0811(กม)/1906

  4. 9 เมษายน 2541

    แนวทางปฏิบัติของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540

    กค 0811/04270

  5. 7 มกราคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณรายจ่ายเนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/00023

  6. 14 ตุลาคม 2540

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายได้และรายจ่ายจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/14025

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ