ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับจ้างบริหารโรงแรมของบริษัทต่างประเทศ

กค 0811(กม.07)/1895 · 22 ธันวาคม 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811(กม.07)/1895
วันที่
22 ธันวาคม 2543
เลขตู้
63/30071

1.ข้อหารือ

บริษัท ก. จำกัด เป็นบริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ได้ทำสัญญาจ้างบริหารโรงแรม กับ

บริษัท ข. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายของประเทศฮ่องกง โดยจ่ายค่าธรรมเนียม

การบริหารอัตราปกติ (Basic Management Fee) ค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษ (Incentive Fee)

และชดใช้ค่าใช้จ่ายการสำรองห้องพักแบบส่วนกลาง บริษัท ก. หักภาษีเงินได้ไว้ในอัตราร้อยละ 15

ของยอดรายรับนำส่งกรมสรรพากรตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนตรวจสอบภาษีได้ตรวจสอบ

สัญญาบริหารโรงแรมแล้วมีความเห็นว่า บริษัทต่างประเทศรับจ้างบริหารโดยเก็บค่าธรรมเนียม

การบริหารและเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหาร ถือว่าประกอบกิจการในประเทศไทย จะต้องเสียภาษี

ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร จึงหารือว่าความเห็นดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

การที่บริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฮ่องกง ได้เข้ามาบริหารกิจการ

โรงแรมให้แก่บริษัท โรงแรม ก. ตามสัญญาที่ทำไว้ โดยบริษัท ข. เป็นผู้มีอำนาจควบคุมกิจการโรงแรม

การให้บริการ การรักษามาตรฐานโรงแรม ควบคุมรายรับรายจ่ายทุกชนิด คัดเลือกและอบรมพนักงาน

ส่งเสริมการขายและการตลาด และกระทำการอื่น ๆ ตามสัญญา โดยบริษัท ข. จัดให้มีตัวแทนเจรจา

ติดต่อสื่อสารในการดำเนินงานต่าง ๆ จัดให้มีพนักงานฝ่ายบุคคลประจำอยู่สำนักงานเป็นช่วงระยะเวลา

เพื่อพิจารณาทบทวนแผนงาน ให้คำแนะนำและหาทางแก้ปัญหาในการบริหารงานหรือปรับปรุงการบริหาร

งานให้ดีขึ้น และลูกจ้างของบริษัท ข. เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในการทำรายการเบิกถอนจากบัญชี

บริหารงานโรงแรม โดยได้รับค่าตอบแทน ได้แก่

1. ค่าธรรมเนียมการบริหารอัตราปกติ ร้อยละ 2 ของรายได้ทั้งหมดสำหรับ 5 ปีแรกของ

การดำเนินการ และร้อยละ 2.5 ของรายได้ทั้งหมดของปีถัดไป

2. ค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษ ร้อยละ 10 ของรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่ายคงที่

3. ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด

4. ค่าใช้จ่ายการสำรองห้องพักแบบส่วนกลาง และ

5. ค่าใช้จ่ายเบิกชดเชย ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด นั้น ถือว่าบริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศ

มีลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับ

เงินได้ในประเทศไทย จึงถือว่าบริษัท ข.ประกอบกิจการในประเทศไทย และถือว่าบุคคลผู้เป็นลูกจ้าง

หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อเป็นตัวแทนของบริษัท ข. เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่น

รายการและเสียภาษีแทนบริษัท ข. ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

และโดยที่บริษัท ก. จ้างบริษัท ข. เข้ามาดำเนินกิจการโรงแรมก็เพื่อหวังผลสำเร็จในการ

ประกอบกิจการของบริษัท ก. โดยอาศัยความสามารถความเชี่ยวชาญในการบริหารงานของบริษัท ข.

เพื่อให้กิจการโรงแรมของบริษัท ก. เป็นไปด้วยดี ดังนั้น เงินที่บริษัท ก. จ่ายให้บริษัท ข.เพื่อ

ผลสำเร็จแห่งการงานที่บริษัท ข. จะบริหารโรงแรมให้ จึงถือเป็นเงินค่าจ้างทำของ และแม้บริษัท ก.

จะเรียกเงินที่จ่ายให้บริษัท ข. ว่าเป็นค่าธรรมเนียม หรือเงินจ่ายคืนให้สำหรับค่าใช้จ่ายที่บริษัท ข. ได้

ทดรองจ่ายแทนไปก็ตาม แต่แท้จริงเงินดังกล่าวล้วนเป็นค่าจ้างทำของทั้งสิ้น เทียบเคียงได้กับ

คำพิพากษาฎีกาที่ 4925/2533 สรุปความว่า โจทก์จ่ายค่าตอบแทนให้บริษัท ฮ. ตามสัญญาจ้างให้บริหาร

กิจการโรงแรมของโจทก์ แม้โจทก์จะเรียกว่าค่าธรรมเนียม ค่าการตลาด หรือเงินจ่ายคืนให้บริษัท ฮ.

สำหรับค่าใช้จ่ายที่บริษัท ฮ. ทดรองจ่ายแทนโจทก์ไปก่อนก็มีความหมายอย่างเดียวกับค่าจ้างทำของ

ดังนั้น เมื่อบริษัท ก. จ่ายค่าจ้างทำของตามสัญญาบริหารโรงแรมให้กับบริษัท ข.ซึ่งเป็น

บริษัทต่างประเทศ และได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัท ก. จึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 11 พฤศจิกายน 2558

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการให้แก่บริษัทต่างประเทศ

    0702/10196

  2. 11 สิงหาคม 2558

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าบริการและเงินเบิกคืนที่ได้รับมาจากต่างประเทศ

    0702/พ./7308

  3. 29 มิถุนายน 2550

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการจองห้องพักในต่างประเทศผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

    กค 0706/พ./6384

  4. 15 กรกฎาคม 2548

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการจองห้องพักผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ประเด็นปัญหา: มาตรา 77/1(10), 77/2            บริษัทฯ ประกอบกิจการให้บริการจองห้องพักของโรงแรมต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยบริษัทฯ เป็นผู้กำหนดราคาค่าห้องพัก เมื่อลูกค้าจองห้องพักแล้วบริษัทฯ จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าซึ่งชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และบริษัทฯ จะต้องชำระเงินค่าห้องพักให้แก่พ่อค้าส่งห้องพักโรงแรมซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิจองห้องพักโรงแรมทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงหารือว่า           1. กรณีการให้บริการจองห้องพักโรงแรมในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1(10) และมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ถูกต้องหรือไม่           2. กรณีการให้บริการจองห้องพักโรงแรมในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1(10) และมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) และข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)ฯ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ถูกต้องหรือไม่

    กค 0706/พ./5877

  5. 8 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าโฆษณา ค่าห้องพัก ค่าจัดหารถยนต์พร้อมคนขับ ค่าเช่า ค่าจ้างเทพื้นคอนกรีต ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ ค่าป่วยการ และเงินเดือน ประเด็นปัญหา: คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528,มาตรา 40(8), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร             1. บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีสถานประกอบการใน ประเทศไทย โฆษณาสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะนำรูปถ่ายและตัวอย่างสินค้าที่ผลิตส่งมอบให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพื่อโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลที่เข้าไปดูรายการสินค้าในเว็บไซต์ จึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการ (Information Listing In Japan-Thailand Electronic Online Directory) ให้แก่บริษัทในประเทศสิงคโปร์ จะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) หรือไม่ อย่างไร           2. บริษัทฯ จ่ายค่าห้องพักของพนักงานให้แก่บริษัทผู้ให้เช่า โดยหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าได้เปลี่ยนกิจการเป็นโรงแรม และ เรียกเก็บเป็นค่าบริการห้องพัก บริษัทฯ สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ได้ หรือไม่           3. บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทอื่น ให้จัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับเพื่อรับ-ส่งพนักงานตามจุดต่าง ๆ และจัดหารถบัสพร้อมคนขับนำมาจอดไว้ที่บริษัทฯ ทั้งวันเพื่อ รับ-ส่งพนักงานผู้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุด และจัดหารถยนต์ตู้พร้อมคนขับเพื่อสำรอง (Stand by) ไว้ใช้ออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่กรณี หรือเพื่อพาแขกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียงใน บางครั้ง โดยมีข้อกำหนดแห่งสัญญาให้บริษัทผู้จัดหารถยนต์คำนวณค่าบริการและค่าน้ำมันตามระยะทางพร้อมค่าล่วงเวลา บริษัทฯ ขอทราบว่า                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการจัดหา รถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับ ในอัตราเท่าใด อย่างไร เป็นอย่างไร                (2) หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.0 สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ และค่าขนส่ง ตามลำดับเป็นอย่างไร           4. บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด สำหรับการจ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ในกรณีดังต่อไปนี้                (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระทั้งหมด และจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่เท่ากัน                (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ                (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานของบริษัทฯ ไม่เพียงพอในบางวัน บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลธรรมดาให้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับ เพื่อรับส่งพนักงานตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ ตกลงกัน โดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเที่ยวเที่ยวละไม่ถึง 1,000 บาท ตามระยะทางใกล้หรือไกลของเส้นทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรวบรวมจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนเดือนละครั้ง โดยในบางเดือนมีจำนวนเกินกว่า 1,000 บาท           5. กรณีบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิต สินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย และได้ทำข้อตกลงให้บริษัท ในประเทศมาเลเซีย จัดส่งวิศวกรเครื่องจักร เพื่อให้คำแนะนำวิธีใช้เครื่องจักรให้ราบรื่นและมี ประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า โดยบริษัทในประเทศมาเลเซีย จะจัดส่งวิศวกรจำนวน 4 คน มาให้คำแนะนำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่า แล้วแต่กรณี ในปีภาษี เดียวกัน โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบให้ความสะดวกเกี่ยวกับที่พักและรถรับ-ส่ง พร้อมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 600 บาท ให้แก่วิศวกรโดยตรง ระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเงินเดือน ในประเทศมาเลเซีย เงินประกันตามกฎหมาย ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ และค่าล่วงเวลา โดยบริษัทฯ จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ตามใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งมาเรียกเก็บ ภายหลัง บริษัทฯ ขอทราบในกรณีดังต่อไปนี้                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากวิศวกรจำนวน 4 คน หรือไม่ หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้คำนวณภาษีจากฐานรายได้ใด นำส่งด้วยแบบแสดง รายการใด หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างไร                (2) บริษัทฯ ในประเทศมาเลเซียต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร                (3) บริษัทฯ ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร จากฐานค่าใช้จ่ายใดบ้าง

    กค 0706(กม.05)/1022

  6. 26 มิถุนายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายค่าบริการในต่างประเทศ

    กค 0811(กม.07)/พ.1046

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 76 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ