ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนของทรัพย์สิน

กค 0811(กม)/1906 · 29 ตุลาคม 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811(กม)/1906
วันที่
29 ตุลาคม 2541
เลขตู้
61/27221

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้ขยายโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี และมีการทำสัญญากู้เงินจาก

ต่างประเทศเพื่อลงทุนในการนำเข้าเครื่องจักรและก่อสร้างติดตั้งเครื่องจักรเพื่อใช้ในโครงการ โดย

เครื่องจักรจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ต่อเมื่อการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

และตามที่ได้มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงวันที่ 2

กรกฎาคม พ.ศ. 2540 เป็นผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมาก จึงขอทราบ

ว่า ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการกู้เงินเพื่อลงทุนซื้อและก่อสร้างติดตั้งเครื่องจักรในกรณี

ดังกล่าว บริษัทฯ จะบันทึกเป็นมูลค่าต้นทุนเครื่องจักรและต้นทุนในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักร ได้

หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการซื้อ

และลงทุนก่อสร้างติดตั้งเครื่องจักร ตามข้อเท็จจริงข้างต้นแยกการพิจารณาได้ดังนี้

(1) กรณีการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรยังไม่แล้วเสร็จ และไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้

งานได้ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินที่เกิดจาก

การกู้ยืมเพื่อใช้ลงทุนในการซื้อและก่อสร้างติดตั้งเครื่องจักรเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 65 ทวิ (5)

วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวไปรวมคำนวณ

เป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สิน เพื่อการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนด

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)

พ.ศ. 2527

(2) กรณีการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ และอยู่สภาพที่พร้อมจะใช้งานได้แล้ว

ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทย

ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าวถือเป็นผลขาดทุนจาก

อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทฯ ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งจำนวน แต่ถ้าผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี

ที่สิ้นสุดลงในหรือหลังวันที่ 2 กรกฎาคมพ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่มีการปรับปรุงระบบ

การแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 บริษัทฯ

อาจเลือกนำผลขาดทุนดังกล่าว ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทั้งจำนวนหรือคำนวณตามส่วน

แห่งมูลค่าของหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี แต่ไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีก็ได้

ทั้งนี้ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณรายได้และ

รายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงวันที่

24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 2 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการปรับปรุงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/12918

  2. 17 สิงหาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายจ่ายของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ

    กค 0811/12274

  3. 9 เมษายน 2541

    แนวทางปฏิบัติของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540

    กค 0811/04270

  4. 15 มกราคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สินที่มีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ

    กค 0811/00463

  5. 7 มกราคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณรายจ่ายเนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/00023

  6. 14 ตุลาคม 2540

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายได้และรายจ่ายจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา

    กค 0811/14025

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 9 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ