ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีกำหนดเวลาการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 88/6 แห่งประมวลรัษฎากร

กค 0706/พ./296 · 13 มกราคม 2549

เลขที่หนังสือ
กค 0706/พ./296
วันที่
13 มกราคม 2549
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
69/33822

1.ข้อหารือ

หารือปัญหาเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีกำหนดเวลาการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 88/6 แห่งประมวลรัษฎากร รายนาย ร. ประกอบกิจการขายวัสดุสำนักงาน สถาน

ประกอบการชื่อ ร้าน อ. มีรายรับถึงเกณฑ์ที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปี 2546 จำนวน 2,705,167.42 บาท แต่มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมา

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2547 นาย ร. ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) สำหรับเดือนภาษีมกราคม-กันยายน 2546 พร้อมกับชำระเงินภาษี

บางส่วน และตั้งเป็นหนี้ภาษีอากรค้าง ตามใบแจ้งการค้างชำระภาษีอากร (บ.ช.35) จำนวน 9 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 233,698 บาท แต่นาย ร. มิได้ชำระภาษี

อากรค้างดังกล่าวแต่อย่างใด สท. ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้อง โดยใช้อำนาจประเมินตามมาตรา 88(1) และ (6) แห่งประมวลรัษฎากร สท.มีความเห็นว่า

กำหนดเวลาในการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 88/6(1)(ก)(ข)และ (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ

ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ควรใช้อายุความใช้สิทธิเรียกร้องหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2.แนววินิจฉัย

1. นาย ร. ประกอบกิจการขายวัสดุสำนักงาน ถือเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากร นาย ร. ในฐานะผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1) มาตรา 82(1) และมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีตามข้อเท็จจริงนาย ร.

ประกอบกิจการมียอดขายเกิน 1,200,000 บาท ต่อปี ตั้งแต่ปี 2546 นาย ร. จึงมีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มูลค่าของ

ฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ทั้งนี้ ตามมาตรา 85/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน

ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 354) พ.ศ. 2542 เมื่อนาย ร. ไม่ได้ยื่นคำขอ

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน และไม่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น การประกอบกิจการของนาย ร. ตั้งแต่ปี 2546

เป็นการประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากร ดังนี้

1.1 เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 จากยอดขาย ตามมาตรา 80 และมาตรา 82(1) แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตามมาตรา 89(1) แห่งประมวลรัษฎากร

1.3 เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

1.4 ต้องระวางโทษปรับ ตามมาตรา 90/2(2) แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีนาย ร. มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน จึงไม่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่นาย ร. ยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1)

แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหากเจ้าพนักงานประเมินพบว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี

มูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้ตามมาตรา 88(1) และ (6) แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีกำหนดเวลาการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการที่มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ตามมาตรา 88/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นกำหนดเวลาใน

การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินสำหรับผู้ประกอบการ และตามมาตรา 77/1(5) และมาตรา 82(1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการไม่ว่าจะได้

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ ก็ต้องมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และหากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนก็มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีตามมาตรา 83 แห่งประมวล

รัษฎากร เมื่อบทบัญญัติมาตรา 88/6(1)(ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมี กำหนดเวลาสองปีในการประเมินภาษีเฉพาะในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบ

แสดงรายการภาษี และมาตรา 88/6(1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีกำหนดเวลาสิบปีในการประเมินภาษีสำหรับกรณีที่ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมิได้ยื่นแบบ

แสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย เมื่อนาย ร. มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนจึงไม่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ดังนั้น กำหนดเวลาในการประเมินภาษีตาม

มาตรา 88/6 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีของนาย ร. ได้ และเมื่อประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดระยะเวลาในประเมินภาษีไว้

จึงต้องใช้กำหนดเวลาตามอายุความทั่วไป ตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ให้สิทธิเรียกร้องของรัฐที่จะเรียกเก็บค่าภาษีอากรได้ภายใน 10 ปี

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 15 กันยายน 2558

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการที่มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน

    0702/8326

  2. 28 ตุลาคม 2557

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการระบุมาตราเกี่ยวกับอายุความการประเมินในหนังสือแจ้งการประเมิน

    กค 0702/8045

  3. 7 มกราคม 2552

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีอายุความการประเมิน และการส่งหนังสือแจ้งการประเมิน

    กค 0702/93

  4. 23 สิงหาคม 2550

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมูลค่าฐานภาษีที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/พ./8572

  5. 30 กรกฎาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ยื่นแบบแสดงรายการมิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/พ./7513

  6. 6 กรกฎาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีส่งน้ำตาลทรายไปต่างประเทศโดยผ่านบริษัทส่งออก

    กค 0811/พ.06466

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 80 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ