ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร
กค 0706/พ./10761 · 23 ธันวาคม 2548
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706/พ./10761
- วันที่
- 23 ธันวาคม 2548
- ประเภทภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 77/1มาตรา 80/1มาตรา 77/2
- เลขตู้
- 68/33774
1.ข้อหารือ
1. ขอหารือ ราย กิจการร่วมค้าฯ เพื่อพิจารณา ปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้
1.1 กิจการร่วมค้าฯ ประกอบด้วย บริษัท ส.บริษัท ว.บริษัท ย.และบริษัท ก.กิจการร่วมค้าฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างสะพาน
ข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติ ตามโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 กับรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยได้
ทำสัญญารับจ้างเป็น 2 สัญญาคือ
สัญญาที่ 1 ทำกับรัฐบาลไทย
สัญญาที่ 2 ทำกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
1.2 โครงการดังกล่าวรัฐบาลไทยและ สปป.ลาว ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากธนาคาร J.
1.3 ตามสัญญาฯ รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ร่วมกันทำความตกลงกำหนดข้อปฏิบัติ ว่าด้วย เขตก่อสร้าง F. ขึ้น สรุปความว่า
1.3.1 ขอบเขตของ F ประกอบด้วยพื้นที่ในเขตทาง และพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวที่อยู่ติดกันทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งพื้นที่แม่น้ำที่จะมีการเดินเรือ
และจอดเรือเพื่อการก่อสร้าง ตามรายละเอียดในแผนผัง F แนบท้ายข้อปฏิบัติฉบับนี้ ซึ่งกำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของคณะบุคลากร รวมทั้ง
การเคลื่อนย้ายเครื่องจักร/อุปกรณ์การก่อสร้างวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง โดยจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดพิเศษของกรมศุลกากร
และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
1.3.2 ภายในขอบเขตของ F เครื่องจักร/อุปกรณ์การก่อสร้าง และวัสดุที่นำเข้ามาในเขต F ทั้งจาก สปป.ลาว และประเทศไทยจะไม่ถือว่าผ่านแดนของ
ประเทศ แต่ให้ถือว่าอยู่ในประเทศของตนเอง เช่นเดียวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้
1.3.3 เขต F จะมีจุดตรวจตราการเข้า-ออก ด้านสปป.ลาว และด้านประเทศไทยด้านละหนึ่งจุด การเข้า-ออก เขต F จะต้องผ่านจุดตรวจตรา เข้า-ออก
เฉพาะ 2 จุดนี้เท่านั้น
1.3.4 บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ จะต้องมีบัตรผ่านเฉพาะเพื่อตรวจตรา การเข้า-ออก เขต F และจะต้องกลับสู่ประเทศของตนตามช่องทางที่เข้ามา
1.3.5 ยานพาหนะ เครื่องจักร/อุปกรณ์การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง จะอนุญาตให้เคลื่อนย้ายโดยอิสระภายใน F โดยจะต้อง
มีใบกำกับการผ่านแดนจากแต่ละประเทศ ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายออกนอก F ไปสู่อีกประเทศหนึ่ง และให้ออกทางด้านที่เข้ามาเท่านั้น
1.3.6 เมื่อมีการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ เครื่องจักร/อุปกรณ์การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เข้าภายในเขต F แล้ว จะไม่มีการตรวจสอบด้าน
ศุลกากรอีก ตาม
1.3.7 อาณาเขตของ F จะต้องกั้นรั้วพร้อมประตูเข้าออกของแต่ละฝ่ายเพียงแห่งเดียว และต้องเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มทำการก่อสร้างภายในเขตก่อสร้างนี้
1.4 ในการนำสินค้าเข้าและออกเขต F กิจการร่วมค้าฯ ได้ยื่นคำร้องขอนำเข้าออกและเคลื่อนย้ายภายในเขต F ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำเขต F โดยมิได้มี
การทำพิธีศุลกากรอื่นใด
1.5 กิจการร่วมค้าฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มขอคืนภาษีไว้กับสำนักงานสรรพากรพื้นที่ และจากการตรวจปฏิบัติการพบว่า ในการประกอบกิจการของ
กิจการร่วมค้าฯ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดประมาณร้อยละ 90 จะซื้อจากประเทศไทย และกิจการร่วมค้าฯ ส่งสินค้าบางส่วนไปใน สปป.ลาว เพื่อใช้
ในการก่อสร้างสะพานตามสัญญาฯ กิจการร่วมค้าฯ ได้นำใบกำกับภาษีซื้อทั้งหมดมาขอคืนภาษี เจ้าพนักงานฯ จึงแนะนำให้กิจการร่วมค้าฯ เฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6
แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตาม
มาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535
1.6 ตามคำให้การของผู้รับมอบอำนาจของกิจการร่วมค้าฯ สรุปความเห็นเกี่ยวกับข้อปฏิบัติว่าด้วยเขตก่อสร้างฯ ว่า ทั้งสองรัฐบาลได้ร่วมกันร่างและจัดทำบันทึกข้อตกลง
เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ F ประกอบด้วยพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราว ที่อยู่ติดกันทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งพื้นที่ในแม่น้ำที่จะมีการเดินเรือและจอดเรือเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งกำหนด
ขึ้นเพื่อความสะดวกเท่ากับระยะเวลาของสัญญา และเพื่ออนุญาตให้บุคลากร เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง สามารถเคลื่อนย้ายภายในพื้นที่ดังกล่าวโดยอิสระ โดยจะต้อง
ปฏิบัติตามข้อกำหนดพิเศษของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานศุลกากร พื้นที่ F ถูกดำเนินการเสมือนหนึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์
ก่อสร้าง ที่นำเข้ามาจากฝั่งลาวหรือไทยจะไม่ถือว่าผ่านระหว่างประเทศ โดยพื้นที่ F มีขึ้นเพื่อสรุปสิทธิความเป็นเจ้าของเหนืออาณาเขตเหนือสะพานเขตแดนระหว่างประเทศ
ไทยและ สปป.ลาว ไม่มีผลกระทบต่อการสร้างสะพาน จึงเป็นที่ชัดเจนว่า การเคลื่อนย้ายโดยอิสระในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นการอำนวยความสะดวกในกรณีพิเศษ และเป็นการ
อนุญาตเพียงชั่วคราวเพื่อประโยชน์สูงสุดในการก่อสร้างระหว่างสองประเทศ โดยลดขั้นตอนต่างๆ ทางพิธีการศุลกากรลง เมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้วพิธีการต่าง ๆ อันเกี่ยว
เนื่องกับการดูแลควบคุมอาณาเขตของทั้งสองประเทศจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนการเคลื่อนย้ายบุคคลและวัสดุอุปกรณ์ของโครงการกิจการร่วมค้าฯ เห็นว่า ไม่รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
ที่ต้องนำไปตรึงตราในฝั่งลาวซึ่งส่วนของสะพานย่อมถือเป็นทรัพย์สินของ สปป.ลาว โดยกิจการร่วมค้าฯ ไม่ต้องรับภาระภาษีใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น จึงเป็นที่เข้าใจว่า วัสดุก่อสร้าง
ที่นำไปก่อสร้างตรึงตราใน สปป.ลาว ย่อมเป็นการส่งออกตามกฎหมายศุลกากรและภาษีอากรของประเทศไทย เนื่องจากวัสดุดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินและสาธารณูปโภคของ
สปป.ลาว
1.7 กิจการร่วมค้าฯ จึงขอทราบว่า
1.7.1 วัสดุก่อสร้างที่ได้นำไปก่อสร้างตรึงตราอยู่บนตัวสะพานใน สปป.ลาว นับแต่เปิดโครงการฯ เป็นทรัพย์สินและสาธารณูปโภคของ สปป.ลาว ซึ่ง สปป.ลาว ถือเป็น
การนำเข้าวัสดุ ดังนั้น ถือว่าวัสดุก่อสร้างที่ส่งออกไปเพื่อก่อสร้างสะพานและสาธารณูปโภคให้ สปป.ลาว เป็นการส่งออกตามประมวลรัษฎากรใช่หรือไม่
1.7.2 เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินได้แนะนำให้กิจการร่วมค้าฯ เฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร จึงหารือว่า ในการการเฉลี่ยภาษีซื้อเพื่อนำมาหัก
ออกจากภาษีขาย กิจการร่วมค้าฯ สามารถเฉลี่ยตามอัตราส่วนของงานที่ได้ทำไปในแต่ละปีของสัญญาได้หรือไม่
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีตามข้อเท็จจริงในการก่อสร้างสะพานได้มีข้อปฏิบัติว่าด้วยเขตก่อสร้าง F สำหรับโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งข้อปฏิบัติดังกล่าวได้มีการกำหนดเขตก่อสร้าง F
ขึ้น ประกอบด้วย พื้นที่เขตในทางและพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวที่อยู่ติดกันทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งพื้นที่ในแม่น้ำที่จะมีการเดินเรือและจอดเรือเพื่อการก่อสร้าง เพื่อเป็นการอำนวย
ความสะดวกในกรณีพิเศษและเป็นการอนุญาตเพียงชั่วคราว เพื่อประโยชน์สูงสุดในการก่อสร้างระหว่างสองประเทศ โดยให้ถือว่า อยู่ในประเทศของตนเองและจะต้องปฏิบัติตาม
ข้อกำหนดพิเศษของกรมศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อปรากฏว่า ในการนำวัสดุก่อสร้างต่างๆ เข้ามาในเขตก่อสร้าง F นั้น กิจการร่วมค้าฯ นำวัสดุก่อสร้างรวมทั้ง
อุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในเขตก่อสร้าง F โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมีเพียงหลักฐานคำร้องขอเข้า/ออก และเคลื่อนย้ายภายในเขต F จากเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำเขตก่อสร้าง F
เพื่อเป็นใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายโดยอิสระในเขตก่อสร้าง F ได้ ของข้อปฏิบัติว่าด้วยเขตก่อสร้างฯ กรณีดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร
ตามมาตรา 77/1(14)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกรณีจะถือเป็นการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ต้องปรากฏว่า กิจการร่วมค้าฯ ดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อส่งของ
ออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 ดังนั้น หากกิจการร่วมค้าฯ ส่งวัสดุก่อสร้างไปให้ สปป.ลาว โดยมีการทำพิธีการศุลกากร
กิจการร่วมค้าฯ จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกเกิดขึ้น
เมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออก หรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่า
ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา 78(4) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีกิจการร่วมค้าฯ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างตามสัญญา 2 ฉบับที่ทำกับรัฐบาลไทย และ สปป.ลาว นั้น สามารถแยกพิจารณาได้ดังนี
2.1 สัญญาฉบับที่ 1 เป็นสัญญาที่กิจการร่วมค้าฯ ทำกับรัฐบาลไทย รายได้จากการประกอบกิจการดังกล่าว ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2
แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดจากการให้บริการในราชอาณาจักร สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
2.2 สัญญาฉบับที่ 2 ซึ่งกิจการร่วมค้าฯ ได้ทำกับ สปป.ลาว การประกอบกิจการดังกล่าวเป็นการให้บริการนอกราชอาณาจักร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา
77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดจากการให้บริการนอกราชอาณาจักร จึงเข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม กิจการร่วมค้าฯ ไม่มีสิทธินำไปหักออกจากภาษีขาย ตามมาตรา
82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร และตามข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไป
หักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535
อย่างไรก็ตาม กรณีกิจการร่วมค้าฯ ซื้อวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ใน สปป.ลาว โดยมีการดำเนินพิธีการศุลกากร กิจการร่วมค้าฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ใน
อัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากมิได้มีการดำเนินพิธีการศุลกากร กรณีนำวัสดุก่อสร้างที่ซื้อในประเทศไทย ไปใช้ใน สปป.ลาว ถือเป็น
การขายสินค้าในราชอาณาจักร กิจการร่วมค้าฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 โดยทั้งสองกรณีดังกล่าวกิจการร่วมค้าฯ มีสิทธินำภาษีซื้อไปหักออกจากภาษีขาย
ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
2 สิงหาคม 2560
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศผ่านเข้าไปในเขตปลอดอากรเพื่อส่งต่อไปให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งอยู่ในต่างประเทศกค 0702/พ./4963
31 สิงหาคม 2558
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบเพิ่มหนี้จากการประกอบกิจการขายสินค้าโดยการส่งออก0702/7881
21 กรกฎาคม 2551
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการก่อสร้างอาคารในเขตปลอดอากรกค 0702/พ./4136
3 มีนาคม 2551
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินไปต่างประเทศกค 0702/330
21 ธันวาคม 2547
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการก่อสร้างโรงงานในเขตปลอดอากรกค 0706/พ./11233
19 ธันวาคม 2544
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายสินค้านอกราชอาณาจักรกค 0811/พ./11696
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702(กม.)/46222 เมษายน 2569อื่น ๆภาระภาษีอากร กรณีการควบรวมบริษัทจำกัดเปิดข้อหารือ
- กค 0702/160219 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการอัดประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเปิดข้อหารือ
- กค 0702/12304 มีนาคม 2569ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจำหน่ายภาพยนตร์โดยการโอนลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศเปิดข้อหารือ
- กค 0702/6345 กุมภาพันธ์ 2569ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าทองรูปพรรณจากต่างประเทศเปิดข้อหารือ
- กค 0702/483019 สิงหาคม 2568ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายหลักประกันการกู้ยืมเงินเปิดข้อหารือ
อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/12304 มีนาคม 2569ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจำหน่ายภาพยนตร์โดยการโอนลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศเปิดข้อหารือ
- กค 0702/6365 กุมภาพันธ์ 2569ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินสนับสนุนจากองค์การ Aเปิดข้อหารือ
- กค 0702/38549 กรกฎาคม 2567ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกเอกสารรับรองการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0เปิดข้อหารือ
- กค 0702/พ./18874 เมษายน 2566ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0เปิดข้อหารือ
- 0702(กม)/6794 กุมภาพันธ์ 2565ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสถานเอกอัครราชทูตถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7เปิดข้อหารือ
อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/160219 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการอัดประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเปิดข้อหารือ
- กค 0702/483019 สิงหาคม 2568ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายหลักประกันการกู้ยืมเงินเปิดข้อหารือ
- กค 0702/19768 เมษายน 2568ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ในการให้เช่าที่ดินราชพัสดุเปิดข้อหารือ
- กค 0702/7166 กุมภาพันธ์ 2568ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการวิจัยหรือการใช้บริการทางวิชาการเปิดข้อหารือ
- กค 0702/52329 มกราคม 2568ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าสิทธิไปต่างประเทศเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ