ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีรายได้จากเงินลงทุนของโครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร

กค 0706/7181 · 28 กรกฎาคม 2847

เลขที่หนังสือ
กค 0706/7181
วันที่
28 กรกฎาคม 2847
เลขตู้
67/33068

1.ข้อหารือ

บริษัท ก. ในฐานะผู้บริหารโครงการ และบริษัทและบริษัท ร่วมกันจัดทำโครงการประกันภัย

อุบัติเหตุเอื้ออาทรตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

หรือตกเป็นผู้ทุพพลภาพถาวร โดยมีการทำสัญญาการเข้าร่วมรับประกันภัยโครงการประกันภัยอุบัติเหตุ

ระหว่าง ง และผู้บริหารโครงการ โดยกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของคู่สัญญาไว้

ซึ่งผู้บริหารโครงการมีหน้าที่รวบรวมและกระจายเงินเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ

รวมทั้งหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการกำหนด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการที่ ก

จะได้รับตามข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว ง จะเป็นผู้กำหนด ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ

มีมติให้นำเงินทุนหมุนเวียนภายใต้โครงการเบี้ยประกันภัยที่กรมและ นำส่งไปลงทุนในชื่อของ ก และจะ

กระจายรายได้จากการลงทุนให้บริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ บันทึกรับรู้เป็นรายได้ตามสัดส่วนของ

แต่ละบริษัท โดยการลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบ

ธุรกิจอื่น ซึ่งผู้บริหารโครงการได้นำไปลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินแบบเผื่อเรียก และประเภทกำหนดอายุ

1-3 เดือน และเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์เท่านั้น ผู้บริหารโครงการจึงหารือว่า จะต้องปฏิบัติ

อย่างไรเกี่ยวกับภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับเงินได้จากการนำเงิน

เบี้ยประกันภัยไปลงทุนในชื่อของ ก นั้น

2.แนววินิจฉัย

กรณีบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารโครงการ และบริษัท

รับประกันภัยในโครงการฯ ได้ร่วมกันทำสัญญาการเข้าร่วมรับประกันภัยโครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้อ

อาทร ในสัญญาดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ของผู้บริหารโครงการไว้ โดยสัญญาดังกล่าวได้ระบุให้ผู้บริหาร

โครงการมีหน้าที่ต้องกระทำตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนดด้วย และคณะกรรมการบริหารโครงการ

ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร ได้จัดประชุมครั้งที่ 1/2546 ที่ประชุมมีมติให้ผู้บริหารโครงการมีหน้าที่ต้อง

นำเงินในโครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรไปลงทุนในชื่อของผู้บริหารโครงการ และต้องนำรายได้ที่

เกิดจากการลงทุนมากระจายให้แก่บริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ ผู้บริหารโครงการจึงอยู่ในฐานะเป็น

คู่สัญญาของบริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ ที่จะต้องนำเงินในโครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรไป

ลงทุนในชื่อของตนเองเพื่อหารายได้ที่เกิดจากการลงทุน โดยต้องนำรายได้ดังกล่าวมากระจายให้บริษัท

รับประกันภัยในโครงการฯ เงินได้ที่เกิดจากเงินลงทุนดังกล่าวมีภาระภาษีดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กรณีผู้บริหารโครงการได้รับเงินได้ที่เกิดจากการนำเงินเบี้ยประกันภัยในโครงการไป

ลงทุนในชื่อของผู้บริหารโครงการ ซึ่งได้รับเงินได้ดังกล่าวในชื่อของผู้บริหารโครงการ และเงินได้

ดังกล่าวถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้

ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่

26 กันยายน พ.ศ.2528 ผู้บริหารโครงการต้องนำเงินได้ที่เกิดจากการลงทุนก่อนการหักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่ายไปรวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของผู้บริหารโครงการ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

โดยนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาเป็นเครดิตในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของ

ผู้บริหารโครงการได้

เมื่อผู้บริหารโครงการแจ้งข้อมูลและนำส่งเงินได้ที่เกิดจากการลงทุนกระจายให้กับบริษัท

รับประกันภัยในโครงการฯ เพื่อปฏิบัติตามสัญญา ผู้บริหารโครงการไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และ

มีสิทธินำเงินที่จ่ายให้บริษัทรับประกันภัยในโครงการดังกล่าวมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อ

เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรได้ ส่วนบริษัทผู้รับประกันภัยในโครงการฯ

ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65

แห่งประมวลรัษฎากร

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

กรณีผู้บริหารโครงการมีรายรับที่เกิดจากการนำเงินเบี้ยประกันภัยในโครงการไปลงทุนใน

ชื่อของผู้บริหารโครงการ ซึ่งได้รับรายรับดังกล่าวในชื่อของผู้บริหารโครงการ ผู้บริหารโครงการมีหน้าที่

ต้องนำรายรับดังกล่าวที่เป็นฐานภาษีซึ่งต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือ

ค่าบริการมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2(3) และมาตรา

91/5(3) แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อผู้บริหารโครงการแจ้งข้อมูลและนำส่งรายรับซึ่งเป็นเงินได้ที่

เกิดจากการลงทุนกระจายให้กับบริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ เพื่อปฏิบัติตามสัญญา จึงไม่ใช่ฐานภาษีที่

บริษัทรับประกันภัยในโครงการฯ ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/5(3)

แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 กุมภาพันธ์ 2566

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาระภาษีตามสัญญาโครงการร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost

    กค 0702/605

  2. 2 มีนาคม 2561

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเฉลี่ยภาษีซื้อสำหรับกิจการประกันวินาศภัย

    0702/พ.1832

  3. 23 กุมภาพันธ์ 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร

    กค 0706/1551

  4. 2 กันยายน 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณกำไรสุทธิ

    กค 0706/7430

  5. 2 เมษายน 2547

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีรายได้ที่ต้องนำมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

    กค 0706/3407

  6. 23 มีนาคม 2547

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีภาษีที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยอุบัติเหตุ ข.

    กค 0706/2951

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/5 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ