ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินค่าเข้าเป็นสมาชิกและค่าธรรมเนียมรายเดือนของกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์

กค 0706/1833 · 3 มีนาคม 2549

เลขที่หนังสือ
กค 0706/1833
วันที่
3 มีนาคม 2549
เลขตู้
69/33940

1.ข้อหารือ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ (กองทุน) ขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของกองทุน (บริษัทสมาชิก) โดยกองทุนจะเข้ามาทำหน้าที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนของบริษัทสมาชิกเมื่อบริษัทสมาชิกตกอยู่ในภาวะล้มละลาย หรือบริษัทสมาชิกไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่มีคำชี้ขาดให้บริษัทสมาชิกคืนทรัพย์สิน หรือชดใช้ราคาทรัพย์สินแก่ผู้ลงทุนจนเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยผู้ลงทุนที่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนไม่มีภาระต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด ซึ่งกองทุนจะประกอบด้วยทรัพย์สินดังต่อไปนี้

(1) เงินทุนประเดิมของตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 300 ล้านบาท

(2) เงินค่าเข้าเป็นสมาชิกและค่าธรรมเนียมรายเดือนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เรียกเก็บจากบริษัทสมาชิก ได้แก่

(2.1) ค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนในอัตราร้อยละ 0.0005 ของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของสมาชิกดังกล่าวที่คำนวณย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 จนถึงวันที่เข้าเป็นสมาชิกกองทุน บวกด้วยอัตราร้อยละ 25 ของจำนวนที่คำนวณได้ข้างต้นโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเรียกเก็บครั้งเดียว ณ วันที่บริษัทสมาชิกเข้าเป็นสมาชิกกองทุน และ

(2.2) ค่าธรรมเนียมรายเดือนในอัตราร้อยละ 0.0005 ของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของสมาชิกดังกล่าว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเรียกเก็บเป็นรายเดือนตามเดือนปฏิทิน

(3) ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่ได้จากเงินและทรัพย์สินของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนอยู่ภายใต้การดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมิได้มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเงินกองทุนจะถูกบันทึกบัญชีเป็นทรัพย์สินของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กันเงินของกองทุนแยกออกจากทรัพย์สินส่วนอื่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อใช้เฉพาะการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเท่านั้น และในกรณีที่มีการเลิกกองทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะคืนทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากหักทรัพย์สินส่วนที่ได้ชดใช้ให้แก่ผู้ลงทุนและหนี้ที่ค้างชำระต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่บริษัทสมาชิกตามสัดส่วนของจำนวนเงินค่าเข้าเป็นสมาชิกและค่าธรรมเนียมรายเดือนที่บริษัทสมาชิกจ่ายเข้ากองทุน รวมทั้งจัดสรรดอกผลหรือผลประโยชน์ของกองทุน ตามวิธีการที่สมาชิกกองทุนตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีนโยบายเลิกกองทุนแต่อย่างใด นอกจากนั้น กรณีที่บริษัทสมาชิกพ้นจากการเป็นสมาชิกกองทุนไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม บริษัทสมาชิกจะไม่ได้รับทรัพย์สินคืนจากกองทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ มีปัญหาประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับกองทุนดังนี้

1. เงินสมทบที่บริษัทสมาชิกได้จ่ายเข้ากองทุน

2. ดอกผลหรือผลประโยชน์ของกองทุนและเงินคืนทุนเมื่อเลิกกองทุน

3. เงินสมทบค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมรายเดือนที่บริษัทสมาชิกจ่ายให้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

2.แนววินิจฉัย

1. เงินค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมรายเดือนที่บริษัทสมาชิกมีหน้าที่จ่ายเข้ากองทุนตามหมวด 5 ค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมของระเบียบ เรื่อง การเป็นสมาชิกกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งบริษัทสมาชิกไม่มีสิทธิจะได้รับเงินคืน เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลิกกองทุนตามข้อ 41 และข้อ 42 ของระเบียบฯ เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการของบริษัทสมาชิกโดยเฉพาะ บริษัทสมาชิกมีสิทธินำเงินค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมรายเดือนดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (2) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

2. การที่สมาชิกกองทุนจะได้รับทรัพย์สินคืนจากกองทุนและดอกผลหรือผลประโยชน์ของกองทุนเมื่อมีการเลิกกองทุนตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขข้อ 41 และข้อ 42 ของระเบียบ เรื่อง การเป็นสมาชิกกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 บริษัทสมาชิกจะต้องนำทรัพย์สินจากกองทุนและดอกผลหรือผลประโยชน์ของกองทุนดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับเงินค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมรายเดือนที่บริษัทสมาชิกมีหน้าที่จ่ายเข้ากองทุนฯ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการตามมาตรา 77/1(8)(9) และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากเงินค่าเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและค่าธรรมเนียมรายเดือนดังกล่าว

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 17 มิถุนายน 2557

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินค่าแรกเข้า เงินสมทบ และดอกผลจากกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives Investor Protection Fund : DIPF)

    กค 0702/4086

  2. 30 พฤศจิกายน 2553

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้ กรณีรับเงินชดเชยค่าภาษีน้ำมันและการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี

    กค 0702/9513

  3. 18 กุมภาพันธ์ 2552

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินได้ของกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจังหวัดราชบุรี

    กค 0702/1253

  4. 11 พฤศจิกายน 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีภาระภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว

    กค 0706/6414

  5. 10 กันยายน 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเป็นตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

    กค 0811/8810

  6. 16 สิงหาคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหน่วยลงทุน

    กค 0811/พ.31953

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ