ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547 ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้ 1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ 2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาท
กค 0706/11526 · 29 ธันวาคม 2547
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706/11526
- วันที่
- 29 ธันวาคม 2547
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีธุรกิจเฉพาะ, อากรแสตมป์
- ข้อกฎหมาย
- พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547
- เลขตู้
- 67/33258
1.ข้อหารือ
ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้
1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ
2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาท
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีบริษัทฯ ได้โอนที่ดินบางแปลงที่มีบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นสถาบันการเงินอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ย่อมได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547 หากเป็นการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2547
2. กรณีการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547 จะต้องเป็นการโอนอสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ของสถาบันการเงินให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน โดยลูกหนี้ของสถาบันการเงินต้องนำเงินได้นั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระอยู่กับเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินหรือมีภาระผูกพันตามสัญญาประกันหนี้กับเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน เฉพาะกรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จำนองเป็นประกันหนี้อยู่ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 และการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต้องกระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2547
กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ได้ทำสัญญากู้เงินกับธนาคาร ท. เพื่อนำเงินไปลงทุนจัดสรรที่ดินและได้จำนองที่ดินทั้งหมดในโครงการเป็นหลักประกันแก่ธนาคารฯ ธนาคารฯ ได้โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. และบริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดโดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้บริษัทฯ ทำการจัดสรรที่ดินตามโครงการเฉพาะส่วนที่ 1 และ 2 โดยบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อบังคับประการหนึ่งคือ บริษัทฯ จะต้องจัดการให้ที่ดินจัดสรรนั้นปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามมติดังกล่าว และได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้โอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก. และได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด อีกครั้งหนึ่ง ต่อมาบริษัทฯ ได้ขายบ้านและที่ดินจัดสรรและขายที่ดินจัดสรรบางแปลงซึ่งมิได้มีการจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ให้บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่เจ้าหนี้สถาบันการเงินเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2547 กรณีดังกล่าวบริษัทฯ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และการกระทำตราสารตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547
สื่อและบริการที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือภาษีแนะนำ เล่มที่ 1
หนังสือภาษีที่คัดไว้สำหรับผู้อ่าน ดูรายละเอียดและราคาบน Shopee
- หนังสือภาษีแนะนำ เล่มที่ 2
หนังสือภาษีที่คัดไว้สำหรับผู้อ่าน ดูรายละเอียดและราคาบน Shopee
ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์พันธมิตร Shopee Affiliate เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อท่านซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งไม่มีผลต่อเนื้อหาข้อหารือและคำตอบในเว็บไซต์นี้แต่อย่างใด
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
17 สิงหาคม 2549
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/6945
7 กรกฎาคม 2548
ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขอคืนเงินภาษีอากรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 433) นาย จ.ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะ จำนวน 810,714 บาท ระบุมูลเหตุที่ขอคืนเนื่องจากได้รับยกเว้นรัษฎากรตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 433) พ.ศ. 2548 ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า ธนาคาร จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2544 กับ บริษัท ถ. จำกัด โดยนาย ถ. และบริษัทลิต จำกัด โดยนาย จ. ในฐานะลูกหนี้ สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้มีบุคคลค้ำประกันและมีที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนาย ถ. และนาย จ. จดทะเบียนจำนองค้ำประกันรวมจำนวน 48 แปลง ต่อมานาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ตกลงโอนที่ดินจำนวน 45 แปลง ตีชำระหนี้บางส่วนให้แก่ธนาคารฯ เป็นจำนวนเงิน 203,440,000 บาท ณ วันทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยในสัญญาฯ ระบุให้ลูกหนี้มีสิทธิขอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวคืนภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนหลักทรัพย์ตีชำระหนี้ให้แก่ธนาคารฯ โดยลูกหนี้ตกลงเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 นาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 50376, 50394, 1387, 1429, 46121 คืนจากธนาคารฯ ในราคา 18,853,783 บาท และได้โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1387, 1429, 46121 ให้กับการเคหะแห่งชาติในวันเดียวกันในราคา 33,314,400 บาท และนำเงินที่ขายได้ชำระหนี้ที่เหลือให้กับธนาคารฯ จำนวน 20,564,705.93 บาท ซึ่งช่วงของการโอนขายที่ดินระหว่างธนาคารฯ ไปยังลูกหนี้เจ้าพนักงานที่ดินได้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อมาธนาคารฯ ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรจากการโอนที่ดินตามกรณีดังกล่าวจำนวน 810,714 บาทกค 0706/5563
28 ธันวาคม 2547
การขอคืนภาษีกรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประเด็นปัญหา: มาตรา 744(2) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 1. นาง ช. ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดิน โดยกู้เงินจากธนาคารและได้จำนองที่ดิน ที่จัดสรรไว้กับธนาคารฯ ตามสัญญาจำนองฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2537 ต่อมานาง ช. ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินต่อสำนักงานที่ดินและได้ขอให้ธนาคารฯ ปลอดจำนองที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น โดยกำหนดให้ที่ดินที่จะขออนุญาตจัดสรรต้องปลอดภาระผูกพันใดๆ ธนาคารฯ ได้ปลอดจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่นาง ช. ตามข้อตกลงปลอดจำนอง ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2537 โดยได้จดทะเบียนปลอดจำนองไว้กับสำนักงานที่ดิน จากนั้นคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน จึงออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินให้ 2. นาง ช. ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารฯ โดยต้องชำระหนี้ให้ธนาคารฯ จำนวนเงิน 9,177,180.11 บาท ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2546 และวันที่ 14 มิถุนายน 2547 นาง ช. ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 67425 อำเภอเมืองเชียงรายพร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวเฮาส์ 2 ชั้น ให้แก่นางสาว น. และขอรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย เรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวนเงิน 15,842 บาท ภาษีธุรกิจเฉพาะจำนวนเงิน 21,120 บาท รวมเป็นเงินภาษีที่เรียกเก็บ 36,962 บาท เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเป็นการโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเพื่อชำระหนี้สถาบันการเงิน ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ลดค่าธรรมเนียมตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวพ้นจากการจำนองแล้วกค 0706/11440
14 กรกฎาคม 2547
ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีการโอนอสังหาริมทรัพย์จากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/6634
19 พฤษภาคม 2546
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีผลขาดทุนจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/4499
24 ธันวาคม 2545
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545กค 0706/1040
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ