ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545
กค 0706/1040 · 24 ธันวาคม 2545
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706/1040
- วันที่
- 24 ธันวาคม 2545
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีธุรกิจเฉพาะ, อากรแสตมป์
- ข้อกฎหมาย
- พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545, กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ
- เลขตู้
- 65/32152
1.ข้อหารือ
กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545 ข้อเท็จจริงสรุปได้
ดังนี้
1. บริษัทฯ จะทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ 2 ราย ได้แก่
1.1 บรรษัท เงินทุนฯ จำนวนมูลหนี้ 10 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้นำหลักทรัพย์ของบริษัทฯ
ซึ่งเป็นที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร มาค้ำประกัน และให้บริษัท ล. เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ ทั้งนี้
การจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อค้ำประกันหนี้ได้กระทำก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543
1.2 บริษัท ล. (เจ้าหนี้อื่นที่มิใช่สถาบันการเงิน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
จำนวนมูลหนี้ 39 ล้านบาท
2. ในการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ บริษัทฯ จะกระทำการดังนี้
2.1 ขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัท ล. แล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่บรรษัท เงินทุนฯ
2.2 โอนทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทฯ ให้แก่บริษัท ล. เพื่อชำระหนี้ที่บริษัทฯ มีต่อบริษัท ล.
แต่เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่โอนดังกล่าวมีมูลค่าน้อยกว่ามูลหนี้ที่บริษัทฯ เป็นหนี้อยู่กับบริษัท ล. มูลหนี้ส่วน
ที่เหลือ บริษัท ล. จะทำการปลดหนี้ให้แก่บริษัทฯ
ทั้งนี้ การกระทำตาม 2.1 และ 2.2 จะกระทำภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2545
3. บริษัทฯ หารือว่า
3.1 การขายอสังหาริมทรัพย์ตาม 2.1 บริษัทฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตาม
มาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545 หรือไม่
3.2 การโอนทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้แก่บริษัท ล. ตาม 2.2 บริษัทฯ จะได้รับสิทธิ
ประโยชน์ทางภาษีอากรตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545 หรือไม่
3.3 หนี้ที่บริษัท ล. ปลดให้แก่บริษัทฯ ตาม 2.2 บริษัท ล. จะจำหน่ายเป็นหนี้สูญ
ออกจากบัญชีลูกหนี้โดยไม่ต้องดำเนินการตามข้อ 4 ข้อ 5 หรือข้อ 6 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186
(พ.ศ. 2534)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 237 (พ.ศ. 2545)ฯ ได้หรือไม่
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีบริษัทฯ โอนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจำนองเป็นประกันหนี้อยู่กับบรรษัทเงินทุนฯ เจ้าหนี้ที่
เป็นสถาบันการเงิน ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ให้แก่บริษัท ล. ผู้ค้ำประกันและเจ้าหนี้อื่นที่
มิใช่สถาบันการเงิน เพื่อนำเงินที่ได้รับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่เป็น
สถาบันการเงิน กรณีดังกล่าว หากบริษัทฯ ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ที่เป็น
สถาบันการเงินซึ่งได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และเป็นการ
โอนอสังหาริมทรัพย์ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545 บริษัทฯ
ย่อมได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอน
อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ (บริษัท ล.) ซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินและสำหรับการกระทำ
ตราสารอันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระอยู่
กับสถาบันการเงินหรือมีภาระผูกพันตามสัญญาประกันหนี้กับสถาบันการเงินตามมาตรา 8 แห่ง
พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545 ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนด
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับ
จำนวนเงินที่ได้รับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ของสถาบันการเงินที่นำมาจำนองเป็นประกันหนี้
ของเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน เพื่อนำไปชำระหนี้ที่
ค้างชำระแก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ลงวันที่ 15
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545
2. กรณีบริษัทฯ โอนทรัพย์สินให้แก่บริษัท ล. เจ้าหนี้อื่นที่มิใช่สถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้
หากบริษัทฯ ได้โอนทรัพย์สินในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.
2545 ตามการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของเจ้าหนี้อื่นที่ได้ดำเนินการโดยนำหลักเกณฑ์การปรับปรุง
โครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดมาใช้โดยอนุโลม บริษัทฯ
ย่อมได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้
รับจากการโอนทรัพย์สินตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545
3. กรณีบริษัท ล. จะทำการปลดหนี้ให้แก่บริษัทฯ เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่โอนตาม 2. มี
จำนวนน้อยกว่ามูลหนี้ที่บริษัทฯ เป็นหนี้อยู่กับบริษัท ล. ซึ่งมูลหนี้ส่วนที่เหลือ บริษัท ล.จะทำ
การจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ กรณีดังกล่าว หากบริษัท ล. ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
โดยนำหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
มาใช้โดยอนุโลม และการปลดหนี้ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 ถึงวันที่ 31
ธันวาคม พ.ศ. 2545 บริษัท ล. มีสิทธิจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ได้โดยไม่ต้องดำเนินการตาม
หลักเกณฑ์ในข้อ 4 ข้อ 5 หรือข้อ 6 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 6 จัตวา ของ
กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 237 (พ.ศ. 2545)ฯ
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
17 มกราคม 2548
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโต้แย้งพระราชกฤษีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 360 และฉบับที่ 373 มาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 กรณี การยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการ มีความหมายรวมตลอดถึงการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการแก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สถาบันการเงินด้วยหรือไม่ และหากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถตีความให้มีผลได้สองทาง ทั้งที่ได้รับการยกเว้นและที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี การที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรพิจารณาว่าเงินได้ของบุคคลใดไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเนื่องจากการตีความในทางใดทางหนึ่งจะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่กค 0706/394
29 ธันวาคม 2547
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547 ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้ 1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ 2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาทกค 0706/11526
6 สิงหาคม 2547
การยกเว้นภาษี กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/7451
19 พฤษภาคม 2546
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีผลขาดทุนจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/4499
25 พฤศจิกายน 2545
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ อากรแสตมป์ กรณี การ ได้ รับ สิทธิ ประโยชน์ ยกเว้น ภาษีอากร จาก การปรับปรุง โครงสร้าง หนี้กค 0706/10308
24 ธันวาคม 2542
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าจ้างติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์กค 0811/12962
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ