ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขอใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบ ประเด็นปัญหา: มาตรา 47(1)(ฌ) มาตรา 65 และมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร            สำนักงานประกันสังคม มีภารกิจในการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการและผู้ประกอบการสามารถชำระเงินสมทบผ่านธนาคาร ได้อีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับชำระเงินสมทบแล้ว สำนักงานฯ และธนาคารจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สถานประกอบการไว้เป็นหลักฐาน แต่มีสถานประกอบการหลายแห่งแจ้งว่าใบเสร็จรับเงินสูญหาย จึงขอให้สำนักงานฯ ถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงินพร้อมรับรองสำเนาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษี ทำให้สำนักงานประกันฯ มีปัญหาในการค้นหาสำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งมีจำนวนมาก ในการรับชำระเงินสำนักงานได้ใช้ระบบ Computer Online ในการออกใบเสร็จรับเงินซึ่งสามารถพิมพ์รายงานเพื่อตรวจสอบการชำระเงินได้ จึงหารือว่า สำนักงานฯ สามารถใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการแทนสำเนาใบเสร็จรับเงินเพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีได้หรือไม่ และตามหนังสือที่อ้างถึง 2. สำนักงานฯ ได้มีหนังสือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้           1. เงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่สำนักงานฯ เป็นผู้ออกให้ เป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) และส่วนที่สถานประกอบการ (นายจ้าง) จ่ายสมทบคนละครึ่ง ส่วนเงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่ชำระผ่านธนาคารนั้น แสดงจำนวนเงินที่ชำระเป็นยอดรวม แต่สำนักงานฯสามารถเรียกประวัติการรับชำระเงินของแต่ละสถานประกอบการจากระบบ Computer Online ได้           2. นอกจากผู้ประกันตนตามข้อ 1. แล้ว สำนักงานฯ ยังมีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 (ประกันตนโดยสมัครใจ) ซึ่งหมายถึงผู้ที่พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างและได้สมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปโดยต้องจ่ายเงินสมทบทั้งจำนวนในอัตราเงินสมทบดังนี้           (1) ปี พ.ศ.2543-2545 ในอัตราร้อยละ 3           (2) ปี พ.ศ.2546 อัตราร้อยละ 4 และ           (3) ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นไป อัตราร้อยละ 4.5

กค 0706/11443 · 28 ธันวาคม 2547

เลขที่หนังสือ
กค 0706/11443
วันที่
28 ธันวาคม 2547
เลขตู้
67/33253

1.ข้อหารือ

สำนักงานประกันสังคม มีภารกิจในการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการและผู้ประกอบการสามารถชำระเงินสมทบผ่านธนาคาร ได้อีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับชำระเงินสมทบแล้ว สำนักงานฯ และธนาคารจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สถานประกอบการไว้เป็นหลักฐาน แต่มีสถานประกอบการหลายแห่งแจ้งว่าใบเสร็จรับเงินสูญหาย จึงขอให้สำนักงานฯ ถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงินพร้อมรับรองสำเนาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษี ทำให้สำนักงานประกันฯ มีปัญหาในการค้นหาสำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งมีจำนวนมาก ในการรับชำระเงินสำนักงานได้ใช้ระบบ Computer Online ในการออกใบเสร็จรับเงินซึ่งสามารถพิมพ์รายงานเพื่อตรวจสอบการชำระเงินได้ จึงหารือว่า สำนักงานฯ สามารถใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการแทนสำเนาใบเสร็จรับเงินเพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีได้หรือไม่ และตามหนังสือที่อ้างถึง 2. สำนักงานฯ ได้มีหนังสือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

1. เงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่สำนักงานฯ เป็นผู้ออกให้ เป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) และส่วนที่สถานประกอบการ (นายจ้าง) จ่ายสมทบคนละครึ่ง ส่วนเงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่ชำระผ่านธนาคารนั้น แสดงจำนวนเงินที่ชำระเป็นยอดรวม แต่สำนักงานฯสามารถเรียกประวัติการรับชำระเงินของแต่ละสถานประกอบการจากระบบ Computer Online ได้

2. นอกจากผู้ประกันตนตามข้อ 1. แล้ว สำนักงานฯ ยังมีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 (ประกันตนโดยสมัครใจ) ซึ่งหมายถึงผู้ที่พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างและได้สมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปโดยต้องจ่ายเงินสมทบทั้งจำนวนในอัตราเงินสมทบดังนี้

(1) ปี พ.ศ.2543-2545 ในอัตราร้อยละ 3

(2) ปี พ.ศ.2546 อัตราร้อยละ 4 และ

(3) ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นไป อัตราร้อยละ 4.5

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา (นายจ้าง) ใช้ใบเสร็จรับเงินที่ได้ชำระเงินสมทบ ณ สำนักงาน ใบเสร็จรับเงินดังกล่าวมีรายการชัดแจ้งแสดง เดือนที่จ่ายเงินสมทบ จำนวนเงินสมทบที่นายจ้าง ผู้ประกันตน หรือผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 จ่าย และเงินเพิ่ม สามารถนำไปเป็นหลักฐานการหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ หรือในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้ ส่วนใบเสร็จรับเงินที่ชำระผ่านธนาคารนั้น ยอดเงินตามใบเสร็จรับเงินเป็นยอดเงินรวมที่นายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบ ไม่มีรายการที่แสดงว่านายจ้างจ่ายสมทบจำนวนเงินเท่าไร และลูกจ้างจ่ายสมทบจำนวนเงินเท่าไร จึงเป็นใบเสร็จรับเงินที่มีข้อความไม่ชัดเจน จึงขอให้สำนักงานฯ แก้ไขและปรับปรุงใบเสร็จรับเงินที่ชำระเงินสมทบผ่านธนาคารใหม่โดยให้แสดงแยกยอดจำนวนเงินที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบให้ชัดแจ้ง เพื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา (นายจ้าง)และผู้ประกันตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 จะได้นำไปหักค่าใช้จ่าย หรือหักลดหย่อนให้ถูกต้องต่อไป

2. กรณีใบเสร็จรับเงินสูญหาย และสำนักงานฯ มีปัญหายุ่งยากในการค้นหาใบเสร็จรับเงินจึงขอใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบแทน เพื่อให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา (นายจ้าง) หรือผู้ประกันตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 นำไปเป็นหลักฐานในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ หรือในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนำไปเป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เมื่อพิจารณาจากใบรายการรับชำระเงินสมทบซึ่งมีรายการ ชื่อสถานประกอบการ วันที่ชำระเงิน งวดเดือน เลขที่ใบเสร็จรับเงิน และจำนวนเงิน หลักฐานดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นหนังสือที่เป็นหลักฐานแสดงว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา (นายจ้าง) และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้ชำระหรือนำส่งเงินสมทบให้สำนักงานฯ แล้ว กรณีถือเป็นใบรับตามมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น สำนักงานฯ สามารถใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบแทนภาพถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงิน กรณีใบเสร็จรับเงินสูญหายได้ แต่โดยเหตุที่ใบรายการชำระเงินสมทบดังกล่าวรายการจำนวนเงินสมทบที่แสดงไว้เป็นยอดรวมที่มิได้แยกยอดจำนวนเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบหรือผู้ประกันตนลูกจ้างจ่ายเงินสมทบซึ่งไม่ชัดเจน จึงขอให้สำนักงานฯ ปรับปรุงแก้ไขรายการช่องจำนวนเงินสมทบ โดยให้แยกส่วนที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบ รวมถึงช่องเงินเพิ่มกรณีชำระเกินกำหนดเวลา (ถ้ามี) และควรระบุเป็นช่วงเวลาตามรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือปีภาษีบุคคลธรรมดา เนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ยื่นเป็นรายรอบระยะเวลาบัญชี หรือครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีเป็นปีภาษี และครึ่งปีภาษี และขอให้มีช่องยอดรวมเงินสมทบที่ชำระสรุปในตอนท้ายเพื่อความสะดวก ความถูกต้อง และความชัดเจนที่จะใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 สามารถนำไปเป็นหลักฐานการหักลดหย่อนภาษี ตามมาตรา 47(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากรได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 21 พฤศจิกายน 2565

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีใบเสร็จรับเงินในการรับเงินบริจาคในนามกองทุน A

    กค 0702/7090

  2. 5 มกราคม 2561

    เงินได้นิติบุคคล กรณีภาษีการยื่นแบบแสดงรายการพร้อมการชำระเงินเพิ่มผิดแบบ

    กค 0702/72

  3. 4 มิถุนายน 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินสำรองเกษียณอายุและเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

    กค 0702/2993

  4. 20 ตุลาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการตรวจคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ตามคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (แบบ ค.10)

    กค 0706(กม.02)/976

  5. 14 กรกฎาคม 2547

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้จากการเป็นตัวแทนประกันชีวิต

    กค 0706/6632

  6. 7 พฤษภาคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาระภาษีของกองทุนส่วนบุคคล

    กค 0811/05486

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 47 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 103 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ