ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเงินวางประกันการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าแม่พิมพ์ไปเครดิตภาษี

กค 0702/7173 · 27 ตุลาคม 2551

เลขที่หนังสือ
กค 0702/7173
วันที่
27 ตุลาคม 2551
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
71/36199

1.ข้อหารือ

1. บริษัท ท. ประกอบกิจการผลิต จำหน่าย ซ่อมแซม บำรุงรักษา รวมถึงให้บริการแกะ ลายแม่พิมพ์ ชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อสร้าง และอุตสาหกรรม เครื่องใช้ในครัวเรือน บริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2549 บริษัทฯ ได้นำเข้าแม่พิมพ์ที่ใช้ขึ้นรูปพลาสติกจากประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ โดยสำแดงในขณะนำเข้าว่า นำเข้าแม่พิมพ์เป็นการชั่วคราวเพื่อทำการซ่อมแซมและจะส่งกลับไปยังประเทศมาเลเซียภายใน 6 เดือน ภายในวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 บริษัทฯ ได้ทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน ภาค 4 ประเภทที่ 3 (ช) แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ต่อกรมศุลกากรโดยวางเงินประกัน การปฏิบัติตามสัญญาจำนวน 1,623,000 บาท เป็นการวางประกันการชำระค่าอากรขาเข้าจำนวน 657,000 บาท และวางประกันภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 966,000 บาท ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ กรมศุลกากร ได้ออกใบเสร็จรับเงินรับเงินเพื่อแสดงการรับเงินวางประกันดังกล่าว เมื่อบริษัทฯ ส่งออกแม่พิมพ์กลับไปยังประเทศมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรปาดังเบซาร์แล้ว บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินวางประกันเฉพาะค่าอากรขาเข้าจำนวน 657,000 บาท แต่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ได้คืนเงินวางประกันจำนวน 1,623,000 บาท ซึ่งเป็นการคืนเงินวางประกันการชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบริษัทฯ ได้นำเงินวางประกันการชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 966,000 บาท ที่ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรไปเครดิตภาษีใน เดือนภาษีพฤศจิกายน 2550 ไว้แล้ว

2.แนววินิจฉัย

1. บริษัทฯ นำเข้าแม่พิมพ์ที่ใช้ขึ้นรูปพลาสติกจากประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ โดยสำแดงในขณะนำเข้าว่า นำเข้าแม่พิมพ์เป็นการชั่วคราวเพื่อทำการซ่อมแซม และจะส่งกลับไปยังประเทศมาเลเซียภายใน 6 เดือน การนำเข้าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาค 4 ประเภท 3 (ช) เป็นของนำเข้าเพื่อซ่อมและส่งออกกลับคืน ได้รับยกเว้นอากรตามพระราชกำหนดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับยกเว้นอากรและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (2)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบริษัทฯ ทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 และได้นำเงินวางประกันการปฏิบัติตามสัญญาจำนวน 1,623,000 บาท เป็นวางประกันการชำระ ค่าอากรขาเข้าจำนวน 657,000 บาท และวางประกันภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 966,000 บาท การวางเงินประกันภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวถือได้ว่า บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าไม่ได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่ถือว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ได้วางประกันไว้เป็นภาษีซื้อตามมาตรา 77/1(18) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ ได้นำเงิน วางประกันการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวไปเครดิตภาษีในเดือนภาษีพฤศจิกายน 2550 จึงเป็นการยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกิน บริษัทฯ ต้องเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไปตามมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 19 กุมภาพันธ์ 2558

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าสินค้า

    กค 0702/2508

  2. 17 มกราคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการลงรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการ ขอเครดิตภาษีซื้อ

    กค 0706/472

  3. 13 ตุลาคม 2547

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706(กม.07)/พ./868

  4. 17 ตุลาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการมอบอำนาจให้เจ้าพนักงานประเมินสั่งงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร สำหรับการนำเข้า

    กค 0706/พ./9219

  5. 26 มิถุนายน 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินวางประกัน

    กค 0811/พ./5695

  6. 21 ธันวาคม 2541

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอขยายเวลาการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/พ.17149

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 81 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 89 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ