ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินทดรองจ่าย

กค 0811/พ.ก.338 · 11 กันยายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.ก.338
วันที่
11 กันยายน 2543
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 82/5
เลขตู้
63/29785

1.ข้อหารือ

1. บริษัท A. จำกัด ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.01 ลงวันที่ 24

ธันวาคม 2534 โดยระบุว่าประกอบกิจการให้บริการด้วยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ บริการส่วนใหญ่คือรับส่ง

ของด้วยเฮลิคอปเตอร์

2. เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2538 บริษัทฯ ทำสัญญาเช่าเฮลิคอปเตอร์ แบบแอโรสเปเชียล

355 N เลขรุ่น 5582 จากบริษัท B. (สิงคโปร์) จำกัด เป็นเวลา 5 ปี เพื่อให้บริษัท B.

(ประเทศไทย) จำกัด เช่า เนื่องจากบริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้นโดยชาวต่างชาติไม่

สามารถทำการบินในประเทศไทยได้

บริษัทฯ นำเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2538

โดยผ่านพิธีการศุลกากร และชำระภาษีอากรขาเข้า จำนวน 458,943 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน

3,244,731 บาท รวม 3,703,674 บาท ใบขนสินค้าขาเข้าและใบเสร็จรับเงินจากกรมศุลกากร

ปรากฏชื่อบริษัทฯ เป็นผู้นำเข้า บริษัทฯ ได้บันทึกค่าอากรขาเข้าและค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินทดรองจ่าย

และได้รับค่าภาษีดังกล่าวคืนจากบริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2538 และ

หากบริษัทฯ ได้รับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มคืนจากกรมสรรพากร บริษัทฯ จะต้องนำเงินส่วนนี้คืนบริษัท B.

(ประเทศไทย) จำกัด ด้วย

3. บริษัทฯ ยื่นแบบ ค.10 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2540 เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจาก

การนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว

2.แนววินิจฉัย

บริษัท A. จำกัด ประกอบกิจการให้บริการด้วยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ได้ทำสัญญาเช่า

เฮลิคอปเตอร์แบบแอโรสเปเชียล 355N เลขรุ่น 5582 จากบริษัท B. (สิงคโปร์) จำกัด เป็นเวลา 5

ปี เพื่อนำมาให้บริการทางอากาศแก่บริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด โดยบริษัทฯ ตกลงจะจัด

เฮลิคอปเตอร์ให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ลานขึ้นลงเฮลิคอปเตอร์เป็นไปตามที่บริษัท B. (ประเทศไทย)

จำกัด กำหนด เพื่อให้บริการทางอากาศตามที่บริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด ร้องขอ โดยบริษัทฯ

จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดแก่ผู้โดยสารของ บริษัท B.(ประเทศไทย)

จำกัด หรือบุคคลภายนอกในระหว่างการให้บริการ ทั้งนี้ บริษัท B. (ประเทศไทย)จำกัด ตกลงจะ

ชำระค่าบริการในการบินซึ่งมีทั้งค่าบริการมาตรฐานคงที่รายเดือน และค่าบริการมาตรฐานผันแปรตาม

ชั่วโมงการบิน การให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินตามมาตรา 537

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทฯ จึงมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าเฮลิคอปเตอร์

ดังนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ จึงเป็นภาษีซื้อที่นำมาใช้ในกิจการที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึงมีสิทธิขอคืนภาษีซื้อดังกล่าวได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5(3) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

ส่วนกรณีที่บริษัทฯ นำค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าดังกล่าวมาบันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายนั้น

บริษัทฯ ได้ให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เป็นการเข้าใจผิดของพนักงานบัญชีความจริงเงินดังกล่าวบริษัทฯ

ขอให้บริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยทดรองจ่ายล่วงหน้าให้ก่อน เนื่องจากขณะที่นำเข้า

เฮลิคอปเตอร์ บริษัทฯ ไม่ได้เตรียมสำรองเงินค่าภาษีไว้ ซึ่งบริษัทฯ ได้ทยอยผ่อนชำระเงินคืนให้ บริษัท

B. (ประเทศไทย) จำกัด และคืนครบถ้วนแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2542 ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า

เฮลิคอปเตอร์ที่บริษัทฯ จ่ายไป จึงมิใช่จ่ายทดรองแทนผู้อื่นไปก่อน เป็นเพียงแต่ยืมเงินผู้อื่นมาจ่ายเท่านั้น

และเมื่อเงินที่บริษัท B. (ประเทศไทย) จำกัด จ่ายให้บริษัทฯ เป็นเงินกู้ยืม จึงไม่ต้องนำมาเป็นรายได้

ของบริษัทฯ

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 24 กรกฎาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การนำเข้าอากาศยานเพื่อการบินพาณิชย์

    กค 0706/พ./6165

  2. 17 มกราคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มี การใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ประเด็นปัญหา: มาตรา 70 มาตรา 77/2 มาตรา 82 มาตรา 83/6(2) มาตรา 79 มาตรา 89(2) มาตรา 89/1 มาตรา 77/1(8)(ค) มาตรา 86/14 มาตรา 82/3             บริษัทฯ ได้หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการ ให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้           1. บริษัทฯ ประกอบกิจการซ่อมอากาศยานของส่วนราชการต่าง ๆ ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2546 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประเภท 4.7 กิจการผลิตหรือซ่อมอากาศยานรวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานหรือเครื่องใช้บนอากาศยาน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2547 เป็นระยะเวลา 8 ปี บริษัทฯ เริ่มมีรายรับจากการให้บริการซ่อมอากาศยานเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2547 และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2547 จนถึงปัจจุบัน           2. กรณีบริษัทฯ ให้บริการซ่อมอากาศยาน เมื่อบริษัทฯ ตรวจพบว่า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานชิ้นใดมีสภาพความเสียหายเกินขีดความสามารถของบริษัทฯ และไม่สามารถซ่อมภายในประเทศได้ บริษัทฯ จะส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานดังกล่าวไปซ่อมในต่างประเทศ โดยตกลงชำระเงินค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศด้วยเงินสกุลต่างประเทศเต็มจำนวนที่เรียกเก็บตามใบแจ้งหนี้ (Invoice) โดยไม่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และไม่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ เข้าใจว่า สินค้าที่ส่งไปซ่อมในต่างประเทศ และนำกลับเข้ามาในประเทศไทยดังกล่าว เป็นสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร จึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(2)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ ไม่มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร           3. บริษัทฯ จึงขอทราบว่า                3.1 บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการที่จ่ายให้แก่ ผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งมิได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยและไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทย หรือไม่ อย่างไร                3.2 บริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจ่ายเงินค่าบริการ ให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศ หรือไม่ และเนื่องจากบริษัทฯ ตกลงให้ผู้ประกอบการใน ต่างประเทศเป็นผู้จัดซื้อและทดรองจ่ายเงินค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานทั้งหมด โดยผู้ประกอบการในต่างประเทศจะออกใบเสนอราคา (Proforma Invoice) เรียกเก็บเงินค่าบริการโดยแยกรายการค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงให้กับบริษัทฯ กรณีดังกล่าว บริษัทฯ เข้าใจว่า หากบริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจ่ายค่าบริการ บริษัทฯ ต้องนำค่าแรง ไม่รวมค่าวัสดุปกรณ์ มาใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ความเข้าใจของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร                3.3 เนื่องจากบริษัทฯ ยังไม่เคยนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการใน ต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสีย หากบริษัทฯ จะนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวย้อนหลังในปี 2547 เริ่มตั้งแต่เดือนภาษีมิถุนายน 2547 และนำไปชำระภายในวันที่ 7 ของเดือนมกราคม 2548 บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อทั้งจำนวนไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป (เดือนกุมภาพันธ์) ได้หรือไม่ อย่างไร                3.4 เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว และการที่บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจให้บริการซ่อมอากาศยานให้แก่ ก. ตามมติคณะรัฐมนตรี ทำให้บริษัทฯ ต้องซ่อมอากาศยานให้ทันตามกำหนดเวลาเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจสำคัญของ ก. จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ดังนั้น หากบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการจ่ายค่าจ้างซ่อมไปต่างประเทศ บริษัทฯ ขอให้กรมสรรพากรพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ดังความละเอียดแจ้งอยู่แล้ว นั้น

    กค 0706/392

  3. 16 สิงหาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าตอบแทนการเช่าเครื่องบิน

    กค 0706/7626

  4. 28 สิงหาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/พ./8382

  5. 8 มิถุนายน 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยาน

    กค 0811/พ.05368

  6. 8 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีซื้อจากการนำเข้าสินค้า

    กค 0811/พ.02158

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 82/5 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ