ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

กค 0811/พ./8382 · 28 สิงหาคม 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ./8382
วันที่
28 สิงหาคม 2544
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 81มาตรา 82/5
เลขตู้
64/30879

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.01 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม

2534 ระบุประเภทของกิจการเป็นการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ อุปกรณ์เครื่องยนต์ และอะไหล่ต่าง ๆ แต่

ในทางปฏิบัติ บริษัทฯ ประกอบกิจการรับขนคนโดยสารภายในราชอาณาจักรโดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้รับ

การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทฯ ได้ยื่น

แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ต่อกรมสรรพากรมาโดยตลอดและได้ขอคืนภาษีซื้อจาก

การนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ 1 รายการในเดือนภาษีเมษายน 2539 ทั้งนี้ ได้นำไปเครดิตกับภาษีขายจาก

ค่าบริการรับขนคนโดยสารจนครบจำนวนในเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2540 สำหรับการสั่งซื้ออุปกรณ์

เครื่องยนต์ อะไหล่ต่าง ๆ ของเครื่องเฮลิคอปเตอร์นั้น บริษัทฯ จะสั่งมาเพื่อซ่อมแซมบำรุงรักษาหรือสั่ง

มาเมื่อมีรายการซ่อมแซมเครื่องเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น จึงหารือว่า บริษัทฯ ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้อง

กรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มระบุประเภทของกิจการโดยสำคัญผิดดังกล่าว

2.แนววินิจฉัย

กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการรับขนคนโดยสารภายในราชอาณาจักรโดยเฮลิคอปเตอร์ บริษัทฯ

ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น กรณีบริษัทฯ นำเข้า

เฮลิคอปเตอร์มาใช้ในกิจการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร บริษัทฯ ไม่มีสิทธินำภาษีซื้ออันเกิดจาก

การนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ อุปกรณ์เครื่องยนต์ และอะไหล่ต่าง ๆ ไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

เนื่องจากเป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำไปหักออกจากภาษีขาย ตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร

ประกอบกับข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง

การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/5(6) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535

อย่างไรก็ดี กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ

ภ.พ.01 และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยนำค่าบริการรับขนคนโดยสารมารวมคำนวณภาษี มูลค่าเพิ่ม ดังนั้น

หากบริษัทฯ มีเจตนาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขอเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/3(3) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3(1) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการกำหนดให้กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (ฉบับที่ 241) พ.ศ.

2534 โดยมีหนังสือแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งบริษัทฯ สามารถยื่น ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่มี

สาระสำคัญว่า บริษัทฯ มีเจตนาเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร

ถือว่าบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตาม

แบบ ภ.พ.01 บริษัทฯ จึงมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียไปในการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ อุปกรณ์เครื่องยนต์

และอะไหล่ต่าง ๆ มาถือเป็น ภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 24 กรกฎาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การนำเข้าอากาศยานเพื่อการบินพาณิชย์

    กค 0706/พ./6165

  2. 17 มกราคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มี การใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ประเด็นปัญหา: มาตรา 70 มาตรา 77/2 มาตรา 82 มาตรา 83/6(2) มาตรา 79 มาตรา 89(2) มาตรา 89/1 มาตรา 77/1(8)(ค) มาตรา 86/14 มาตรา 82/3             บริษัทฯ ได้หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการ ให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้           1. บริษัทฯ ประกอบกิจการซ่อมอากาศยานของส่วนราชการต่าง ๆ ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2546 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประเภท 4.7 กิจการผลิตหรือซ่อมอากาศยานรวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานหรือเครื่องใช้บนอากาศยาน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2547 เป็นระยะเวลา 8 ปี บริษัทฯ เริ่มมีรายรับจากการให้บริการซ่อมอากาศยานเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2547 และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2547 จนถึงปัจจุบัน           2. กรณีบริษัทฯ ให้บริการซ่อมอากาศยาน เมื่อบริษัทฯ ตรวจพบว่า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานชิ้นใดมีสภาพความเสียหายเกินขีดความสามารถของบริษัทฯ และไม่สามารถซ่อมภายในประเทศได้ บริษัทฯ จะส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานดังกล่าวไปซ่อมในต่างประเทศ โดยตกลงชำระเงินค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศด้วยเงินสกุลต่างประเทศเต็มจำนวนที่เรียกเก็บตามใบแจ้งหนี้ (Invoice) โดยไม่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และไม่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ เข้าใจว่า สินค้าที่ส่งไปซ่อมในต่างประเทศ และนำกลับเข้ามาในประเทศไทยดังกล่าว เป็นสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร จึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(2)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ ไม่มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร           3. บริษัทฯ จึงขอทราบว่า                3.1 บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการที่จ่ายให้แก่ ผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งมิได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยและไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทย หรือไม่ อย่างไร                3.2 บริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจ่ายเงินค่าบริการ ให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศ หรือไม่ และเนื่องจากบริษัทฯ ตกลงให้ผู้ประกอบการใน ต่างประเทศเป็นผู้จัดซื้อและทดรองจ่ายเงินค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานทั้งหมด โดยผู้ประกอบการในต่างประเทศจะออกใบเสนอราคา (Proforma Invoice) เรียกเก็บเงินค่าบริการโดยแยกรายการค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงให้กับบริษัทฯ กรณีดังกล่าว บริษัทฯ เข้าใจว่า หากบริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจ่ายค่าบริการ บริษัทฯ ต้องนำค่าแรง ไม่รวมค่าวัสดุปกรณ์ มาใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ความเข้าใจของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร                3.3 เนื่องจากบริษัทฯ ยังไม่เคยนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการใน ต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสีย หากบริษัทฯ จะนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวย้อนหลังในปี 2547 เริ่มตั้งแต่เดือนภาษีมิถุนายน 2547 และนำไปชำระภายในวันที่ 7 ของเดือนมกราคม 2548 บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อทั้งจำนวนไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป (เดือนกุมภาพันธ์) ได้หรือไม่ อย่างไร                3.4 เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว และการที่บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจให้บริการซ่อมอากาศยานให้แก่ ก. ตามมติคณะรัฐมนตรี ทำให้บริษัทฯ ต้องซ่อมอากาศยานให้ทันตามกำหนดเวลาเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจสำคัญของ ก. จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ดังนั้น หากบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการจ่ายค่าจ้างซ่อมไปต่างประเทศ บริษัทฯ ขอให้กรมสรรพากรพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ดังความละเอียดแจ้งอยู่แล้ว นั้น

    กค 0706/392

  3. 1 ธันวาคม 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/12094

  4. 11 กันยายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินทดรองจ่าย

    กค 0811/พ.ก.338

  5. 26 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าอากาศยานมาใช้ในกิจการขนส่งผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

    กค 0811/พ.04927

  6. 8 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีซื้อจากการนำเข้าสินค้า

    กค 0811/พ.02158

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 81 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 82/5 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ