ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อและขอขยายเวลาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กค 0811/พ./853 · 30 มกราคม 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ./853
วันที่
30 มกราคม 2545
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
65/31241

1.ข้อหารือ

บริษัท จ. จำกัด ขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ และขอขยายระยะเวลาการขอคืน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้

1. บริษัทฯ ประกอบกิจการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติ และวัสดุ

อุปกรณ์เกี่ยวกับงานดังกล่าว

2. บริษัทฯ ได้ทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2539 เป็น

ผู้แทนจำหน่ายสลากบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ (ระบบ ON LINE) โดยบริษัทฯ จะต้องจัดหาและติดตั้ง

เครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติจำนวน 5,000 เครื่อง ตามระยะเวลาที่กำหนด บริษัทฯ ต้องประกัน

การจำหน่ายสลากแต่ละงวดให้ได้ไม่น้อยกว่า 14 ล้านฉบับ และเป็นเงินไม่น้อยกว่า 560 ล้านบาท และ

ต้องจำหน่ายไม่เกินกว่าปริมาณสูงที่สำนักงานฯ จะกำหนดให้ ซึ่งบริษัทฯ จะได้รับ ผลตอบแทนในอัตรา

ร้อยละ 9 ของยอดจำหน่ายสลากที่บริษัทฯ จำหน่ายได้ทั้งหมด หากไม่หมดบริษัทฯ จะต้องชำระเงินค่า

สลากส่วนที่ขาดหลังจากหักส่วนลดร้อยละ 9 แล้ว นอกจากนี้บริษัทฯ มีสิทธิแต่งตั้งหรือมอบหมายให้

บุคคลอื่นเป็นผู้แทนจำหน่ายย่อย ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นและลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อเสนอที่ต้อง

แจ้งให้สำนักงานฯ ทราบ

3. บริษัทฯ ได้ประมาณการรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ต้องเสียภาษี มูลค่าเพิ่มใน

อัตราส่วน 20:80 และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ตั้งแต่เดือนภาษีมีนาคม 2540 - พฤศจิกายน 2542 และ

บริษัทฯ ขอคืนภาษีซื้อทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นมา ต่อมา สำนักงานฯ ไม่สามารถ

จัดให้บริษัทฯ เข้าดำเนินการตามสัญญาได้และบอกเลิกสัญญากับบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2542

บริษัทฯ จึงขอยกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีรายได้ที่ไม่ต้อง

เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการประกอบกิจการดังกล่าวอีกต่อไป จึงได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงการเฉลี่ยภาษีซื้อใหม่

ตามที่เคยยื่นไว้ในอัตรา 20:80 มาเป็นการยื่นภาษีซื้อ 100% ดังนี้

3.1 ภาษีซื้อในส่วนที่ได้จ่ายไปแล้ว 80% แต่ไม่ได้ขอคืนภาษีซื้อไว้ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม

2540 - 10 พฤศจิกายน 2542 บริษัทฯ จะขอยื่นแบบ ค.10 ย้อนหลังในส่วนที่ไม่เกิน 3 ปี

3.2 ภาษีซื้อในส่วนที่จ่ายไปแล้ว 80% แต่ไม่ได้ขอคืนภาษีซื้อไว้ ตั้งแต่วันที่ 11

พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะขอยื่นภาษีซื้อ 100%

4. ต่อมาบริษัทฯ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 ขอขยายเวลาการ ขอคืน

ภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่จ่ายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2540 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2542 ทั้งหมด

รวมส่วนที่เกิน 3 ปี เนื่องจากบริษัทฯ เข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อนทำให้บริษัทฯ ไม่ได้ขอขยาย

ระยะเวลาในการขอคืนตั้งแต่แรก

5. สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและใบกำกับภาษี ตั้งแต่เดือนภาษี

มีนาคม 2540 - พฤศจิกายน 2542 ไม่พบภาษีซื้อต้องห้าม ภาษีซื้อที่ขอคืนมีเพียงร้อยละ 20 จริงและ

ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงาน ค่าโทรศัพท์ และค่ารักษาความสะอาด เป็นต้น และสำนักงาน

ภาษีสรรพากรพื้นที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การประกอบกิจการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเครื่อง

จำหน่ายสลากอัตโนมัติ เป็นการประกอบกิจการขายสินค้าที่ได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 3(2)

แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ดังนั้น ภาษีซื้อจากการประกอบกิจการดังกล่าว จึง

ไม่สามารถนำมาขอคืนได้สำนักงานสรรพากรภาคได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทฯ จะขอเปลี่ยนแปลงการ

เฉลี่ยภาษีซื้อจากเดิม 20:80 เป็น 100% ก็ต่อเมื่อบริษัทฯ ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษี มูลค่า

เพิ่มเกี่ยวกับประเภทกิจการที่จะประกอบการซึ่งต้องเป็นกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มชัดเจน เนื่องจากเดิม

บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแจ้งการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติ และวัสดุอุปกรณ์

เกี่ยวกับงานดังกล่าว ซึ่งการจำหน่ายสลากได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(น) แห่ง

ประมวลรัษฎากร และตามมาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2534 บริษัทฯ จึง

ไม่มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 81/3 แห่งประมวลรัษฎากร

ส่วนวัสดุอุปกรณ์อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็น กิจการเดียวที่บริษัทฯ ได้จดแจ้งไว้และเมื่อ

บริษัทฯ ยกเลิกสัญญา ไม่มีการจำหน่ายสลากก็ย่อมไม่มีวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับงานดังกล่าวเช่นเดียวกัน

ดังนั้น บริษัทฯ จะเปลี่ยนแปลงการเฉลี่ยภาษีซื้อเป็น 100% ไม่ได้จนกว่าบริษัทฯ ได้จดทะเบียนระบุ

กิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มชัดเจนก่อนส่วนกรณีการขอขยายระยะเวลาการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ไม่

สามารถขยายได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายในประมวลรัษฎากร ระบุให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรกระทำได้

2.แนววินิจฉัย

กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการขายส่ง ขายปลีก ให้บริการระบบจำหน่ายสลากอัตโนมัติและวัสดุ

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว และบริษัทฯ ได้ทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็น

ผู้แทนจำหน่ายสลากบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ (ระบบ ON LINE) ซึ่งการประกอบกิจการจำหน่าย

สลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ

มาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 และการจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เป็น

กิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นการ

ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึง

ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อที่เกิดจากการประกอบกิจการทั้งจำนวน แต่ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำไปหักออกจาก

ภาษีขายตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ตั้งแต่

เดือนภาษีมีนาคม 2540 - เดือนภาษีพฤศจิกายน 2542 โดยแสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักใน

การคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพียงร้อยละ 20 เนื่องจากบริษัทฯ ประมาณการรายได้ที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราส่วน 20:80 ตามข้อ 2 ของ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

ต่อมาสำนักงานฯ ไม่สามารถจัดให้บริษัทฯ เข้าดำเนินการตามสัญญาได้ จึงเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 11

พฤศจิกายน 2542 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการประกอบกิจการดังกล่าว

อีกต่อไป ดังนั้น ในการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีพฤศจิกายน 2542 บริษัทฯ จึงแสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำ

ภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีสำหรับก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 โดยการเฉลี่ยภาษีซื้อในอัตราส่วน

20:80 และยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ทั้งจำนวน

สำหรับการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีธันวาคม 2542 เป็นต้นไป บริษัทฯ แสดงยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อ

มาหักในการคำนวณภาษีทั้งจำนวน 100% กรณีดังกล่าว

1. การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 8 1(1)(น) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 และ

เป็นกิจการที่ไม่มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามมาตรา 81/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ ทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้

ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีซื้อที่เกิดจาก รายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้อง

เสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว จึงเป็นภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา

82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535 บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อใน

ส่วนที่ได้จ่ายไปแล้ว 80% สำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษี มูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2540 -

10 พฤศจิกายน 2542 ได้

2. กรณีบริษัทฯ ขอเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อจากเดิม 20:80 เป็น 100% นั้น เมื่อ

บริษัทฯ มิได้ประกอบกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่อไป แต่ได้ประกอบ กิจการประเภทที่

ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทของการประกอบการเป็น ขายส่ง ขายปลีก

เครื่องมือสื่อสาร เครื่องโทรคมนาคม เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ แบบพิมพ์ ตลอดจนอุปกรณ์และ

อะไหล่ของสินค้าดังกล่าวทุกชนิดทุกประเภท ให้บริการให้คำปรึกษา แนะนำรับบริหารงานโครงการต่าง ๆ

ตลอดจนเป็นนายหน้า ตัวแทนในกิจการอื่น ๆ ทุกประเภท บริษัทฯ จึงมีสิทธิขอคืนภาษีซื้อที่เกิดจาก

กิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งจำนวน โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้

เปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อแต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 18 สิงหาคม 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0702(กม.10)/พ./1699

  2. 2 มิถุนายน 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0706/พ./4800

  3. 2 กุมภาพันธ์ 2547

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0706/พ.ก 002

  4. 6 มกราคม 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายค่าก่อสร้างระบบไฟฟ้าใหม่

    กค 0706/พ.45

  5. 7 พฤษภาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การขออนุมัติเปลี่ยนวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0811(กม.04)/522

  6. 4 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0811/พ.02099

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 81 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 81/3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 82/5 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ