ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อ

กค 0706/พ.ก 002 · 2 กุมภาพันธ์ 2547

เลขที่หนังสือ
กค 0706/พ.ก 002
วันที่
2 กุมภาพันธ์ 2547
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 82/3มาตรา 82/6มาตรา 89/4 (ยังไม่พบข้อความมาตรานี้)
เลขตู้
67/32794

1.ข้อหารือ

สำนักงานสรรพากรภาคแจ้งว่า บริษัท พ. ได้ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อ

สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 โดยปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้

1. บริษัทฯ ประกอบกิจการขายปลีก ขายส่ง และส่งออกสัตว์น้ำแช่แข็ง และ แปรรูปสัตว์น้ำ

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541 บริษัทฯ เริ่มยื่นแบบแสดงรายการ ภ.พ.30

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2541 และเริ่มมีรายรับจากการประกอบกิจการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2542

2. บริษัทฯ ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มิได้เฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของประกาศอธิบดี กรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 โดยบริษัทฯได้ยื่น

แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2541 ถึงเดือนธันวาคม 2543

โดยขอคืนภาษีซื้อทั้งจำนวน ต่อมา สำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ตรวจปฏิบัติการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ

ภ.พ.30 ของบริษัทฯ และพบว่าบริษัทฯ มิได้ทำการเฉลี่ยภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับ

ดังกล่าว สำนักงานสรรพากรพื้นที่จึงได้ดำเนินการปรับปรุงภาษีซื้อของบริษัทฯ ตามส่วนของ รายได้ที่

เกิดขึ้นจริงของกิจการทั้งสองประเภทสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 และ 2543 ในอัตราส่วน

ร้อยละ 50.85 : 49.15 และ 88.29 : 11.71 ตามลำดับ

สำหรับเดือนมกราคม - ธันวาคม 2544 บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยเฉลี่ยภาษีซื้อของ

กิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามส่วนของรายได้ของ

รอบระยะเวลาบัญชีปี 2543 โดยเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 บริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30.2

ปรับปรุงภาษีซื้อที่บริษัทฯ ได้เฉลี่ยตามส่วนของรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2543(อัตราส่วนร้อยละ

88.29 : 11.71) ให้เป็นไปตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 ใน

อัตราส่วนร้อยละ 99.53 : 00.47 แต่เนื่องจากรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมี

จำนวนไม่ น้อยกว่าร้อยละ 90 ของรายได้ของกิจการทั้งหมด บริษัทฯ จึงได้ขอคืนภาษีซื้อทั้งจำนวน คิด

เป็นภาษีซื้อที่ขอคืนทั้งสิ้น 293,119.97 บาท ซึ่งสำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้พิจารณาสั่งไม่คืน

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.30.2 ดังกล่าว เนื่องจากการเฉลี่ยภาษีซื้อของบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามข้อ

2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.

2535

3. บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี

ปี 2544 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2545 โดยให้เหตุผลว่า ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 - 2543

บริษัทฯ ไม่เคยได้รับการตรวจและสั่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ทราบว่าการยื่นแบบแสดงรายการ

ภาษีมูลค่าเพิ่มมาตั้งแต่ต้นถูกต้องหรือไม่ จนกระทั่งสำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ทำการตรวจก่อนคืนภาษี

สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 - 2543 โดยคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของ

รอบระยะเวลาบัญชีปีนั้น ๆ และแจ้งให้บริษัทฯ เฉลี่ยภาษีซื้อในการยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือน

มกราคม - ธันวาคม 2544 โดยใช้ฐานรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2543

บริษัทฯ เข้าใจว่า เมื่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้พิจารณาคืนภาษีซื้อสำหรับเดือนมกราคม -

ธันวาคม 2542 และ มกราคม - ธันวาคม 2543 ให้บริษัทฯ โดยได้ทำการเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของ

รายได้ที่เกิดขึ้นจริงในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 และ 2543 แล้ว บริษัทฯ สามารถยื่นแบบ ภ.พ.

30.2 เพื่อปรับปรุงภาษีซื้อของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 ได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากอธิบดี

กรมสรรพากร

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือ

บริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ให้ผู้ประกอบการ

นั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ทั้งนี้ ตามมาตรา 82/6 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ซึ่งอธิบดีได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อไว้ตาม

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ

เงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อ ตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

ดังนั้น กรณีผู้ประกอบการซึ่งเริ่มประกอบกิจการ หรือได้ประกอบกิจการมาแล้วแต่ยังไม่มีรายได้ หากมี

ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือบริการซึ่งได้นำไปใช้ในกิจการทั้งสองประเภท และไม่สามารถแยกได้

อย่างชัดแจ้งว่าเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใด ผู้ประกอบการจะต้องทำการเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขของข้อ 2(1) และ (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับดังกล่าว กล่าวคือ

ผู้ประกอบการจะต้องเฉลี่ยภาษีซื้อของสินค้าหรือบริการตามส่วนของประมาณการรายได้ของกิจการทั้งสอง

ประเภทของปีที่เริ่มมีรายได้ โดยให้นำภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้ตามส่วนของประมาณการรายได้ของกิจการ

ประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักออกจากภาษีขาย แต่ภาษีซื้อดังกล่าวจะต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของ

ภาษีซื้อที่นำมาเฉลี่ย และเมื่อสิ้นปีของปีแรกที่เริ่มมีรายได้ ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงภาษีซื้อให้เป็นไป

ตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริง และสำหรับปีถัดจากปีที่เริ่มมีรายได้ ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกเฉลี่ย

ภาษีซื้อได้ 2 วิธี คือ

(1) เฉลี่ยภาษีซื้อ ตามส่วนของรายได้ของปีที่ผ่านมา ของกิจการประเภทที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และขอคืนภาษีซื้อตามที่ได้เฉลี่ยไว้ โดย

ไม่ต้องทำการปรับปรุงภาษีซื้อในภายหลังอีก

(2) เฉลี่ยภาษีซื้อ ตามส่วนของรายได้ของปีที่ผ่านมา ของกิจการทั้งสองประเภท และ

เมื่อสิ้นปีให้ผู้ประกอบการทำการปรับปรุงภาษีซื้อให้เป็นไป ตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงทั้งปี ของ

กิจการทั้งสองประเภท

เมื่อผู้ประกอบการได้เลือกปฏิบัติเป็นอย่างใดแล้ว ก็ให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันตลอดไป

เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนแปลงได้

อย่างไรก็ดี ตามข้อ 3(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับดังกล่าวได้กำหนด

หลักเกณฑ์ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการที่จะไม่ต้องทำการเฉลี่ยภาษีซื้อ โดยในกรณีที่

รายได้ของปีที่ผ่านมา ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมีจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของ

รายได้ทั้งสิ้นของกิจการ ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกนำภาษีซื้อทั้งจำนวนไปหักออกจากภาษีขายได้ โดย

ไม่ต้องทำการเฉลี่ยภาษีซื้อ

2. กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ในเดือนมกราคม - ธันวาคม 2542 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มมี

รายได้และเดือนมกราคม - ธันวาคม 2543 บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ขอคืนภาษีซื้อของกิจการทั้ง

ประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจำนวนโดยมิได้ทำการเฉลี่ย

ภาษีซื้อ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้บริษัทฯ

ตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2542 และ 2543 โดยได้ทำการประเมิน

เบี้ยปรับกรณีบริษัทฯ แจ้งภาษีซื้อไว้เกินตามมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้แล้ว ซึ่งเมื่อบริษัทฯ

ได้ทราบวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง บริษัทฯ จึงยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนมกราคม - ธันวาคม 2544 โดย

เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของปีที่ผ่านมา (รอบระยะเวลาบัญชีปี 2543) และได้ยื่นแบบ ภ.พ.

30.2 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2545 เพื่อปรับปรุงภาษีซื้อของเดือนมกราคม - ธันวาคม 2544 ให้เป็น

ไปตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 กรณีดังกล่าวจึงถือ ได้ว่าบริษัทฯ ได้

เลือกใช้หลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อให้เป็นไปตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงทั้งปี ตาม 1(2) ดังนั้น

การที่บริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30.2 เพื่อปรับปรุงภาษีซื้อของเดือนมกราคม - ธันวาคม 2544 จึงเป็น

ไปตามหลักเกณฑ์ข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับดังกล่าวแล้ว และไม่มีกรณีที่ต้องขอ

อนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในการยื่นแบบ ภ.พ.30.2 เพื่อปรับปรุงภาษีซื้อของเดือนมกราคม - ธันวาคม

2544 บริษัทฯ มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้น

จริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 ในอัตราร้อยละ 99.53 โดยไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อทั้งจำนวน แต่

สำหรับเดือนมกราคม - ธันวาคม 2545 บริษัทฯ มีสิทธิเลือกนำภาษีซื้อทั้งจำนวนไปหักออกจากภาษีขาย

ได้ เนื่องจากรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2544 ซึ่งเป็น

ปีที่ผ่านมาของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2545 มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของรายได้ของกิจการทั้งหมด

ทั้งนี้ ตามข้อ 3(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9

มีนาคม พ.ศ. 2535

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 7 กันยายน 2561

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ ราย บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด

    กค 0702/พ./6970

  2. 11 มิถุนายน 2561

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    0702/4490

  3. 11 มกราคม 2556

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0702/306

  4. 2 มิถุนายน 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0706/พ./4800

  5. 7 พฤษภาคม 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การขออนุมัติเปลี่ยนวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0811(กม.04)/522

  6. 4 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0811/พ.02099

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 82/3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 82/6 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ