ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีโอนสิทธิตามประทานบัตร

กค 0811/พ.4624 · 7 มิถุนายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.4624
วันที่
7 มิถุนายน 2543
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
63/29410

1.ข้อหารือ

องค์การเหมืองแร่ในทะเล (อ.ม.ท.) เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ในทะเล พ.ศ. 2518 ซึ่งต่อมามีพระราชกฤษฎีกา

ยุบเลิกองค์การเหมืองแร่ในทะเล พ.ศ. 2540 ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ใน

ทะเล พ.ศ. 2518 แต่องค์การเหมืองแร่ในทะเลซึ่งได้ยุบเลิกไปนั้น ให้ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่

จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกายุบเลิกองค์การเหมืองแร่ในทะเล พ.ศ.

2540 ขณะนี้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่าง

ดำเนินการชำระบัญชี โดยชำระหนี้สินและจำหน่ายทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ เรือประทานบัตรเหมืองแร่

ในทะเล และทรัพย์สินอื่น ๆ ในการจำหน่ายสิทธิตามประทานบัตรเหมืองแร่ในทะเลนั้น อ.มาตราท. ได้

ทำสัญญาจะรับโอนสิทธิตามประทานบัตรกับ บริษัท ท. จำกัด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 ตามสัญญานี้

แบ่งการชำระเงินเป็น 3 งวด และ อ.ม.ท. ได้รับชำระเงินจากบริษัทฯ แล้ว 2 งวด คือ งวดที่

1 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 จำนวน 200,000 บาท งวดที่ 2 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2543

จำนวน 1,400,000 บาท สำหรับงวดที่ 3 บริษัทฯ จะต้องชำระเงินจำนวน 400,000 บาท ภายใน 7

วัน นับแต่วันที่ อ.ม.ท. แจ้งให้ทราบถึงการอนุญาตให้โอนประทานบัตรได้ ทั้งนี้ การโอน

ประทานบัตรจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และบริษัทฯ ต้องชำระ

ค่าธรรมเนียม ค่าจดทะเบียน ค่าตอบแทนการโอน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.

2510 แต่หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เห็นชอบและหรือไม่อนุญาตให้โอนประทานบัตร ให้

ถือว่าสัญญานี้เป็นอันยกเลิกตามความในข้อ 6 ของสัญญา ซึ่ง อ.ม.ท. จะต้องคืนเงินจำนวน

1,600,000 บาท ให้แก่บริษัทฯ ทั้งหมด

อ.ม.ท. จึงขอหารือเกี่ยวกับการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้

1. โดยที่ อ.ม.ท. มิได้มีวัตถุประสงค์ในการโอนขายสิทธิตามประทานบัตรในทางธุรกิจ

การโอนสิทธิตามประทานบัตรเหมืองแร่กรณีนี้ อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และบุคคลใด

เป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. กรณี อ.ม.ท. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อ.ม.ท. ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีกรณีรับ

ชำระเงินค่างวด 2 งวด จำนวน 1,600,000 บาท ได้หรือไม่ เนื่องจากถือว่าเงินดังกล่าวเป็นเงิน

จองหรือเงินมัดจำ ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้โอนประทานบัตร

อ.ม.ท. จะต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ทั้งหมด ทั้งนี้ ตามมาตรา 78(2) แห่งประมวลรัษฎากร

และข้อ 5(1) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.36/2536 เรื่อง การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือ

สัญญาซื้อขายผ่อนที่ชำระกรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ได้โอนไปยังผู้ซื้อ เมื่อได้ส่งมอบ ตามมาตรา 78(2)

แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 และเมื่อได้รับชำระงวดที่ 3 อีกจำนวน

400,000 บาท อ.ม.ท. จะออกใบกำกับภาษีเพียง 1 ฉบับ โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากเงินจำนวน

2,000,000 บาท

2.แนววินิจฉัย

1. สิทธิตามประทานบัตรเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้

เพื่อขาย เพื่อใช้หรือเพื่อการใด ๆ เข้าลักษณะเป็นสินค้า ตามมาตรา 77/1(9) แห่งประมวลรัษฎากร

ดังนั้น การโอนสิทธิตามประทานบัตร จึงเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ตามมาตรา

77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากร อ.ม.ท. ผู้โอนสิทธิตามประทานบัตรจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อ

ได้รับชำระราคาค่าสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ตามมาตรา 78/3(1) แห่งประมวลรัษฎากรและข้อ 2 ของ

กฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534

2. กรณี อ.ม.ท. รับชำระเงินตามสัญญาโอนสิทธิตามประทานบัตรงวดที่ 1 และงวดที่ 2

รวม 1,600,000 บาท ถือเป็นการรับชำระราคาค่าสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ซึ่งมีข้อตกลงให้แบ่งชำระได้ ไม่

เข้าลักษณะเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำที่ชำระล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายก่อนทำการตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าใน

ลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือซื้อขายตามสัญญาให้เช่าซื้อ ซึ่งหากไม่มีการทำสัญญาซื้อขายให้สำเร็จ

บริบูรณ์ต้องมีการคืนเงินจองหรือเงินมัดจำ ตามข้อ 5(1) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.36/2536 ฯ

ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 ดังนั้น อ.ม.ท. จึงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิด

ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

3. กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เห็นชอบและหรือไม่อนุญาตให้โอนสิทธิ

ตามประทานบัตรซึ่ง อ.ม.ท. มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ได้รับชำระแล้วทั้ง 2 งวด อ.ม.ท. ต้องออกใบลดหนี้

ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ บริษัท ท. จำกัด ทั้งนี้ ตามมาตรา 82/10(1) และ

(3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(2) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่ 82) เรื่อง กำหนดเหตุอื่น ตามมาตรา 82/10(1)(2)(3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร

ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2542

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 12 มิถุนายน 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีขายที่เกิดขึ้นก่อนโอนกิจการทั้งหมด

    กค 0702(กม.09)/พ./1196

  2. 4 เมษายน 2545

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจ้งเลิกและโอนกิจการ

    กค 0811/พ./2977

  3. 9 มิถุนายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษี

    กค 0811(กม.06)/พ.941

  4. 21 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายและรับโอนลูกหนี้เช่าซื้อ

    กค 0811/04774

  5. 8 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน

    กค 0811/พ.02157

  6. 1 ธันวาคม 2541

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ

    กค 0811/16550

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 86/10 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ