ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศ

กค 0811/พ./3182 · 19 เมษายน 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ./3182
วันที่
19 เมษายน 2545
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 83/6มาตรา 77/1
เลขตู้
65/31383

1.ข้อหารือ

กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการส่งออกยางพาราได้จ่ายค่าบริการเป็นอัตรารายปี สำหรับ

การจัดการแนะนำการผลิต การตลาด และการอบรมพนักงานตามข้อตกลงในสัญญาให้แก่บริษัทร่วมทุนซึ่ง

เป็นบริษัทต่างประเทศตั้งอยู่ ณ ประเทศมาเลเซีย บริษัทฯ ได้หารือว่า

1. กรณีบริษัทฯ ส่งสินค้าไปให้บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศแทนการชำระเงินค่าบริการ

ดังกล่าว โดยบริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีในนามของบริษัทร่วมทุนในอัตราร้อยละ 0 และคิดราคาใน

ใบกำกับภาษีซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของวันถัดไปตามที่กฎหมายกำหนด และ

นำราคาดังกล่าวมาเป็นฐานภาษีในการคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อยื่นแบบ ภ.พ.36 การปฏิบัติดังกล่าว

ถูกต้องหรือไม่

2. ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ต้องนำส่งตามแบบ ภ.พ.36 บริษัทฯ จะต้องยื่นเสียภาษีภายใน 7

วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่ออกใบกำกับภาษีในการส่งออกสินค้าแทนการชำระค่าบริการ หรือภายใน

7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของการครบกำหนดการชำระเงินในใบกำกับภาษี

3. กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าบริการเป็นสินค้าล่วงหน้าระหว่างปี และนำไปหักกลบบัญชีค่าบริการ

จัดการซึ่งจะคำนวณคิดตอนสิ้นปี บริษัทฯ จะต้องคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในการยื่นแบบ ภ.พ.36

อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ ชำระค่าบริการการจัดการแนะนำการผลิต การตลาด และการอบรมพนักงาน

ให้แก่บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศ เป็นกรณีบริษัทฯ ชำระค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการใน

ต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัทฯ มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งเงิน

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่กรณีตาม

ข้อเท็จจริง บริษัทฯ ส่งสินค้าไปให้บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศแทนการชำระค่าบริการ การส่งสินค้า

ดังกล่าวเป็นการขายสินค้าโดยส่งออกตามมาตรา 77/1(8)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร มูลค่าสำหรับการ

ส่งออกดังกล่าวถือเป็นค่าบริการที่บริษัทฯ ต้องชำระให้แก่บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศ บริษัทฯ ต้องนำ

มูลค่าฐานภาษีสำหรับการส่งออกดังกล่าวไปคำนวณเป็นฐานภาษีในการยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่ง

ภาษีมูลค่าเพิ่มทุกครั้งที่บริษัทฯ ได้ส่งสินค้าให้บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศแทนการชำระค่าบริการ

การจัดการดังกล่าว หากมูลค่าการส่งออกดังกล่าวไม่ครบตามจำนวนค่าบริการที่ต้องชำระตอนสิ้นปี บริษัท

ฯ ต้องนำมูลค่าฐานภาษีสำหรับการส่งออกที่ได้นำไปคำนวณเป็นฐานภาษีและได้ยื่นแบบ ภ.พ.36 ไปแล้ว

นั้นไปหักกลบกับค่าบริการที่ต้องชำระตอนสิ้นปี และเมื่อบริษัทฯ ชำระค่าบริการการจัดการที่เหลือตอนสิ้นปี

บริษัทฯ มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร

2. ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งกรมสรรพากรตาม 1. บริษัทฯ ต้อง

นำส่งและยื่นรายการภายในเจ็ดวัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการใน

ต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามข้อ 4 ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่ง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งภาษีเงินได้ การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ลงวันที่ 24

กรกฎาคม พ.ศ. 2544

3. กรณีบริษัทฯ ส่งสินค้าไปให้บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศแทนการชำระค่าบริการดังกล่าว

เป็นกรณีการส่งออกสินค้าตามมาตรา 77/1(8)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร ใบกำกับภาษีโดยการส่งออก

ให้มีรายการเช่นเดียวกันกับใบกำกับสินค้าซึ่งผู้ส่งออกได้ออกเป็นปกติตามประเพณีทาง

การค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21)

เรื่อง กำหนดรายการในใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการบางกรณี ตามมาตรา 86/5(1) และ (2)

แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 โดยมูลค่าของฐานภาษีในการส่งออกเป็นไป

ตามมาตรา 79/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมูลค่าของฐานภาษีดังกล่าวเป็นค่าบริการที่บริษัทฯ จ่าย

ให้แก่บริษัทร่วมทุนในต่างประเทศ บริษัทฯ จะต้องคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย โดยใช้

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้เป็น

อัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยของวันถัดไป ตามข้อ 2 และข้อ

3(5) ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย

ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เมื่อความรับผิดในการเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าโดยส่งออกเกิดขึ้นตามมาตรา 78(4) แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ

เมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออกหรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่

ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นใน

วันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 11 พฤศจิกายน 2558

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการให้แก่บริษัทต่างประเทศ

    0702/10196

  2. 24 มิถุนายน 2556

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการใช้บริการของบริษัทต่างประเทศ

    กค 0702/5433

  3. 24 มิถุนายน 2556

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินค่าบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บริษัทในต่างประเทศ

    กค 0702/5432

  4. 12 ธันวาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณียื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ก่อนการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักร

    กค 0706/พ./10129

  5. 7 พฤษภาคม 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายเงินไปประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน

    กค 0811/ก.493

  6. 11 มิถุนายน 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเมื่อสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

    กค 0811/พ.05533

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 83/6 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ