ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายถังเก็บบ่มสุรา

กค 0811/5111 · 22 มิถุนายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/5111
วันที่
22 มิถุนายน 2543
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77/2มาตรา 91/2
เลขตู้
63/29497

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตทำสุราที่มีสัญญาผูกพันกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ก่อนวันที่ 1

มกราคม พ.ศ. 2535 ในปี พ.ศ. 2536 บริษัทฯ ได้ซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารและสร้างถังเก็บบ่มสุราที่

เป็นถังสเตนเลสอยู่ติดกับโรงงานรวม 11 แห่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 บริษัทฯ ได้ขายถังเก็บบ่มสุรา

บางแห่งไปพร้อมกับที่ดินและอาคาร โดยบริษัทฯ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากมูลค่ารวมของที่ดิน อาคาร

และถังเก็บบ่มสุรา เพราะเข้าใจว่า ถังเก็บบ่มสุราเป็นอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกับที่ดินและอาคาร

ภายหลังบริษัทฯ ได้รับข้อมูลว่า กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยกรณีถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ที่ตั้งบนฐานคอนกรีต

หรือโครงเหล็กขนาดใหญ่ ที่มีการตอกเข็มลงรากฐานมั่นคงติดตรึงไม่ให้โค่นล้มว่า ถือเป็นสังหาริมทรัพย์

ซึ่งถังเก็บบ่มสุราของบริษัทฯก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับถังเก็บน้ำมันที่ตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต บริษัทฯ จึงมี

หน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายถังเก็บบ่มสุราไม่ใช่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ อย่างไรก็ดีบริษัทฯ

เข้าใจว่า บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสุราตามสัญญาสัมปทาน จึงไม่ได้ยื่น

แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายถังเก็บบ่มสุราแต่อย่างใด และเมื่อสัญญาสัมปทานกับ

กรมโรงงานอุตสาหกรรมสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542 บริษัทฯ หยุดดำเนินการผลิตและ

จำหน่ายสุรา และมีนโยบายขายทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทฯ จึงขอหารือว่า

(1) กรณีบริษัทฯ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากมูลค่ารวมของที่ดิน อาคาร และถังเก็บบ่มสุรา

บริษัทฯ มีสิทธิขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะจากมูลค่าของถังเก็บบ่มสุราได้หรือไม่

(2) กรณีบริษัทฯขายถังเก็บบ่มสุราในปี พ.ศ. 2541 และมีนโยบายขายถังเก็บบ่มสุรา

รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตสุราตามสัญญาสัมปทานไปในปี พ.ศ. 2543 บริษัทฯมีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

(3) หากบริษัทฯมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายถังเก็บบ่มสุราในปี พ.ศ.2541

บริษัทฯของดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯยินยอมชำระภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

ต่อไป

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคาร และสร้างถังเก็บบ่มสุราที่เป็นถังสเตนเลสอยู่

ติดกับโรงงานสุราถังเก็บบ่มสุราไม่เป็นส่วนควบของที่ดินและอาคารโรงงานตามมาตรา 144 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 140 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2. กรณีบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และได้มีการขายทรัพย์สินที่มี

ไว้เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ ไม่ว่าทรัพย์สินดังกล่าวจะได้ซื้อมาหรือได้มาก่อนการเป็นผู้ประกอบการ

จดทะเบียนหรือไม่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น

เมื่อบริษัทฯ ขายที่ดินอาคาร และถังเก็บบ่มสุรา บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขาย

ที่ดินและอาคารตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้

ในการประกอบกิจการตามมาตรา 3(5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 และมีหน้าที่

ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายถังเก็บบ่มสุรา ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจาก

เป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากรกรณีบริษัทฯนำมูลค่าถังเก็บบ่ม

สุราไปรวมคำนวณกับมูลค่าที่ดิน อาคาร และเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไปแล้ว ถือว่าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไว้

เกินไป บริษัทฯมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบคำร้อง ค.10 ตามมาตรา 91/11 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

3. อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตทำสุราที่มีสัญญาผูกพันกับกรม

โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 และในสัญญาดังกล่าวกำหนดให้บริษัทฯต้อง

ชำระเงินให้แก่รัฐบาลเป็นการเหมาจ่าย โดยรวมค่าภาษีสุราและค่าผลประโยชน์ด้วย ซึ่งเป็นผลทำให้

บริษัทฯ มีสิทธิเสียภาษีสุราตามอัตราเดิม ทั้งนี้ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.

2534 และทำให้บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสุราตามสัญญาสัมปทานตั้งแต่วันที่ 1

มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นไป จนกว่าสุราตามสัญญาดังกล่าวจะหมดไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 28(1)

แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ดังนั้น กรณีบริษัทฯ ขายถัง

เก็บบ่มสุราในปีพ.ศ.2541 บริษัทฯจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

4. กรณีสัญญาสัมปทานสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542 บริษัทฯ ได้หยุดดำเนิน

กิจการผลิตและจำหน่ายสุราตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2543 และมีนโยบายจะขายทรัพย์สินทั้งหมด

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ ขายทรัพย์สินที่ใช้เฉพาะในการประกอบกิจการผลิตและขายสุราตาม

สัญญาสัมปทานซึ่งไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการ

ในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 77/1(5) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 19 ธันวาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสุราในระบบเหมาจ่ายเสื่อมคุณภาพ

    กค 0811/11695

  2. 9 มิถุนายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีซื้อย้อนหลัง

    กค 0811/พ.4712

  3. 15 ตุลาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสุราที่คงเหลืออยู่เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

    กค 0811/10677

  4. 21 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายและรับโอนลูกหนี้เช่าซื้อ

    กค 0811/04774

  5. 8 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ

    กค 0811/พ.02174

  6. 12 มกราคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเลิกประกอบกิจการ

    กค 0811/พ.00220

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ