ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ

กค 0811/พ.02174 · 8 มีนาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.02174
วันที่
8 มีนาคม 2542
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77/1มาตรา 82/3มาตรา 82/4มาตรา 82/5มาตรา 92/1 (ยังไม่พบข้อความมาตรานี้)
เลขตู้
62/27616

1.ข้อหารือ

1. บริษัท ก จำกัด สถานประกอบการตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ประกอบการ

ภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทภาษีขายหักภาษีซื้อ ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2539 ประกอบกิจการจำหน่ายรถยนต์

MERCEDES BENZ และเป็นศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อดังกล่าวด้วย

2. อาคารสถานประกอบการของบริษัทปลูกสร้างบนที่ดินของนาง ข ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำ

สัญญาเช่ามีกำหนด 20 ปี ได้จดทะเบียนสิทธิเช่าไว้ต่อกัน โดยมีเงื่อนไขว่า บรรดาสิ่งปลูกสร้างหรือ

ทรัพย์สินใด ๆ ที่ผู้เช่าสร้างลงไปในที่ดินที่เช่าให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันที เมื่อครบกำหนด

ระยะเวลาเช่าตามสัญญาหรือสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม

3. ระหว่างการตรวจคืนภาษี ปรากฏว่า บริษัทฯ ได้ทำสัญญาขายกิจการและทรัพย์สินให้กับ

บริษัท ค จำกัด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 โดยทรัพย์สินที่ขายตามสัญญาประกอบด้วยสิทธิการเช่าที่ดิน

อาคารและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า ซึ่งบริษัทฯ ใช้เป็นสถานประกอบการ เครื่องใช้สำนักงาน

เครื่องตกแต่งเครื่องมือช่าง เครื่องอุปกรณ์ในศูนย์บริการ ทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ ในอาคาร และสิทธิใน

การใช้เครื่องหมายลิขสิทธิ์ MERCEDES BENZ กำหนดราคาขายรวมภาษีทั้งสิ้น 25,000,000 บาท

ตกลงส่งมอบทรัพย์สินภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2540 มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ สิทธิการเช่าและ

อาคารสิ่งปลูกสร้าง เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2540 ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่ได้แจ้งเลิกประกอบกิจการ

4. บริษัทฯ ได้นำรายรับจากการขายกิจการและทรัพย์สิน ยื่นแบบเสียภาษี 2 ประเภท คือ

ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทรัพย์สินอื่น และชำระภาษีธุรกิจเฉพาะในส่วนของอาคารและสิทธิการเช่า

สำหรับเดือนภาษีที่มีการรับชำระเงินและโอนกรรมสิทธิ์คือเดือนมิถุนายน 2540 และพฤศจิกายน 2540

ขอทราบว่า บริษัทฯ จะต้องเสียภาษีอย่างไร

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัท ฯ ได้ทำสัญญาขายกิจการและทรัพย์สินให้แก่ บริษัท ค

จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 โดยมิได้แจ้งเลิกกิจการ แต่ข้อเท็จจริงมิได้แสดงว่าเมื่อบริษัทฯ ขาย

กิจการไปแล้ว บริษัทฯ ยังคงมีรายได้ หรือยังคงประกอบกิจการอื่นอันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

หรือไม่ กรณีจึงต้องแยกพิจารณาดังนี้

(1) กรณีบริษัทฯ ยังคงตั้งอยู่แต่ไม่ได้ประกอบกิจการอื่นอันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษี

มูลค่าเพิ่ม หรือไม่มีรายได้อื่นอันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือบริษัทฯ ได้แจ้งเลิกกิจการ

การขายกิจการและทรัพย์สินของบริษัทฯ จะมีภาระภาษีดังนี้

ก. กรณีบริษัทฯ ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัท ค ซึ่ง

เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่

สิทธิการเช่าที่ดิน เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องตกแต่ง เครื่องมือช่าง เครื่องอุปกรณ์ ทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ

และสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า นั้น ไม่ถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่ง

ประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการโอนขายทรัพย์สินดังกล่าว

ข. กรณีบริษัทฯ ขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัท ค ซึ่งได้แก่ อาคารและ

สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า นั้น ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ ตาม

มาตรา 4(5) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์

เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจาก

การโอนขายทรัพย์สินดังกล่าว ตามมาตรา 92/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร

(2) กรณีบริษัทฯ โอนขายกิจการและทรัพย์สินไปแล้ว แต่บริษัทฯ ยังคงตั้งอยู่เพื่อ

ดำเนินกิจการอื่นต่อไป หรือมีรายได้จากการประกอบกิจการอื่นอันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

การขายกิจการและทรัพย์สินของบริษัทฯ จะมีภาระภาษีดังนี้

ก. กรณีบริษัทฯ ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัท ค ซึ่ง

เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็น

การโอนกิจการบางส่วนให้แก่กัน เข้าลักษณะเป็นการ "ขาย" ตามมาตรา 77/1 (8) แห่ง

ประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัท ค

ตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร

ข. กรณีบริษัทฯ ขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัท ค ซึ่งได้แก่ อาคารและ

สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า นั้น ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ ตาม

มาตรา 4(5) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์

เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจาก

การโอนขายทรัพย์สินดังกล่าว ตามมาตรา 92/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับกรณีตาม (1) ข.

2. กรณีบริษัทฯ ปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า ระหว่างวันที่ 14 มกราคม

2540 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2541 โดยมีเงื่อนไขว่าบรรดาสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์สินใดๆ ที่ผู้เช่าสร้าง

ลงไปในที่ดินที่เช่า ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญา (20 ปี)

หรือเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงนั้น เมื่อบริษัทฯ ได้ขายอาคารและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว เมื่อวันที่ 17

มิถุนายน 2540 จึงถือเป็นการขายอาคารฯ ที่ใช้ในกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งกระทำภายในสาม

ปี นับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคาร จึงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามนำไปหัก

ออกจากภาษีขาย ตาม ข้อ 2 (4) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2535

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 3 เมษายน 2563

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการโอนสิทธิการเช่าที่ดินและการขายอาคารระหว่างก่อสร้าง

    กค 0702/2279

  2. 2 พฤศจิกายน 2558

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

    0702/9937

  3. 10 เมษายน 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการขายอสังหาริมทรัพย์

    กค 0706/3025

  4. 26 มีนาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนกิจการของสาขานิติบุคคลต่างประเทศ

    กค 0706/2982

  5. 9 มิถุนายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีซื้อย้อนหลัง

    กค 0811/พ.4712

  6. 21 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายและรับโอนลูกหนี้เช่าซื้อ

    กค 0811/04774

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 82/3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 82/4 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ