ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กค 0811/4393 · 23 พฤษภาคม 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/4393
วันที่
23 พฤษภาคม 2545
เลขตู้
65/31455

1.ข้อหารือ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือปัญหาภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สรุปได้ดังนี้

1. ททท. ทำสัญญาว่าจ้างบริษัท M จำกัด ทำหน้าที่ที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการให้คำปรึกษาด้าน

เทคโนโลยีสารสนเทศเชิงกลยุทธ์รวมเป็นเงินค่าจ้างทั้งสิ้น 2,400,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ละ 200,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และการจ่ายเงินแต่ละงวด ททท. จะ

หักเงินประกันผลงานไว้ร้อยละ 5 (200,000 x 5% ) เป็นเงิน 10,000 บาท จึงหารือว่า

1.1 ททท. ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 จากยอดเงินก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จ่ายแต่ละ

งวด (186,915.89 x 1% = 1,869.16 บาท ) ถูกต้องหรือไม่

1.2 บริษัทฯ ต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีให้ ททท.ด้วยจำนวนเงิน 200,000

บาท (ตามสัญญา) ถูกต้องหรือไม่

1.3 กรณีถ้ามีค่าปรับเนื่องจากการผิดสัญญาจ้าง

1.3.1 ททท. ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามข้อ 1.1 หรือจากยอดเงินหลังหักค่าปรับ

แล้ว

1.3.2 บริษัทฯ ต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีให้ ททท. ด้วยจำนวนเงิน

ตามข้อ 1.2 หรือจำนวนเงินหลังถูกหักค่าปรับแล้ว

2. การจ่ายค่าตอบแทนการเขียนเรื่อง

ททท. ได้จัดทำวารสารเป็นประจำทุกเดือน โดยมีการว่าจ้างนักเขียน ซึ่งมีทั้งนักเขียน

สมัครเล่น นักเขียนอาชีพ นักเขียนที่เป็นวิชาการ นักเขียนคอลัมน์ประจำ ข่าว และข้อมูลเบ็ดเตล็ดทั่วไป

ทำหน้าที่เขียนเรื่องลงในอนุสาร อสท. โดย ททท. จ่ายค่าตอบแทนจากการเขียนเรื่องเป็นประจำ

ทุกเดือน จึงหารือว่า 2.1 ค่าตอบแทนการเขียนเรื่องถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 40

แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทใด 2.2 ททท. ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 หรือ

ร้อยละ 5

3. ค่าเช่าบ้านพักและค่าใช้จ่ายที่ได้ทดรองจ่ายไปก่อน

ททท. มีพนักงานและตำรวจท่องเที่ยว (กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวได้รับ งบประมาณ

สนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ จาก ททท.) ปฏิบัติหน้าที่ตามสำนักงานต่าง ๆ โดยได้รับค่าเช่าบ้านพัก

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2530 โดย

สัญญาเช่ากระทำระหว่างพนักงานหรือตำรวจท่องเที่ยวกับผู้ให้เช่ามิใช่ระหว่าง ททท. กับผู้ให้เช่า จึง

หารือว่า

3.1 การจ่ายเงินค่าเช่าบ้านพักให้พนักงานและตำรวจท่องเที่ยว ททท. จะต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายหรือไม่

3.2 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ

พ.ศ. 2530 ข้อ 18 "ทุกสิ้นปีปฏิทินให้หัวหน้าส่วนราชการที่เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ แจ้ง

รายชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของเจ้าของบ้านเช่า ตลอดจนที่ตั้งของบ้านเช่า อัตรา

ค่าเช่าบ้านต่อเดือน และจำนวนค่าเช่าบ้านที่พึงได้รับในรอบปีให้แก่ส่วนราชการ ที่มีหน้าที่จัดเก็บ

ภาษีเงินได้ (กรมสรรพากร)" ดังนั้น คำว่า "หัวหน้าส่วนราชการที่เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ"

ในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวจะหมายถึงกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

3.3 ค่าใช้จ่ายที่พนักงานและตำรวจท่องเที่ยวได้ทดรองจ่ายไปก่อน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่า

ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ซึ่งต่อมาได้นำใบเสร็จรับเงินมาเบิกจ่ายจาก ททท. ใน ภายหลัง ดังนี้

ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ททท. จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

4. การจ่ายเงินสนับสนุน

ททท. จ่ายเงินสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับ หน่วยงานภาค

เอกชนซึ่งมิใช่หน่วยงานสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษี เงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การสถานสาธารณกุศลฯ ททท. จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่

5. การจ่ายเงินให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่น

ททท. จ่ายเงินได้ต่างๆ เช่น ค่าโฆษณา ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ฯลฯ ให้กับ หน่วยงาน

รัฐวิสาหกิจซึ่งมิได้รับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานจากกระทรวงการคลัง เช่น

องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย การท่าอากาศยาน

แห่งประเทศไทย เมื่อ ททท. จ่ายเงินได้ดังกล่าวจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณี ททท. จ่ายเงินค่าจ้างที่ปรึกษาให้กับบริษัท M จำกัด ททท. มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยหักภาษีเงินได้

ณ ที่จ่ายจากยอดเงินได้พึงประเมินก่อนหักเงินประกันผลงานแต่ไม่รวมภาษีขาย เนื่องจากภาษีขายที่บริษัทฯ

ได้รับหรือพึงได้รับนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของบริษัทฯ ตามมาตรา 65 ทวิ (14) แห่งประมวลรัษฎากร

และบริษัทฯ จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี โดยระบุมูลค่าของบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ที่คำนวณจากมูลค่าของบริการ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีถ้ามีค่าปรับเนื่องจากบริษัทฯ ผิดสัญญา เมื่อ ททท. จ่ายเงินค่าจ้างให้บริษัทฯ ททท.

มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 จากยอดเงินค่าจ้างก่อนหักเงินค่าปรับส่วนกรณี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี โดยระบุมูลค่าของบริการก่อนหักเงิน

ค่าปรับ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของบริการดังกล่าวตามมาตรา 86/4 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณี ททท. จ่ายเงินค่าตอบแทนการเขียนเรื่องให้กับนักเขียนเพื่อตีพิมพ์ลงในวารสารของ

ททท. แยกพิจารณาได้ดังนี้

2.1 หากเป็นการจ่ายเงินให้นักเขียนที่เป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน แม้นักเขียนจะมี

ลิขสิทธิ์ในงานที่ตนทำขึ้น ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เงินได้ดังกล่าวเข้า

ลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร และหาก

เป็นกรณีที่จ่ายเงินให้นักเขียนในฐานะเป็นผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น นักเขียนสมัครเล่น เป็นต้น ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น

ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น

เงินได้พึงประเมินจากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ททท. มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร

2.2 หากเป็นการจ่ายเงินให้นักเขียนเพื่อเป็นค่าตอบแทนจากการรวบรวมงานที่นักเขียน

ทำขึ้น เช่น บทความรวมเล่ม เป็นต้น เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินจากค่าแห่ง

ลิขสิทธิ์ตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ททท. มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา

50(2) แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณี ททท. จ่ายเงินค่าเช่าบ้านพักให้พนักงานและตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจากค่าเช่าบ้าน

พักดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ข้อ 2

(8) ดังนั้น ททท. จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ ททท. จ่ายเงินคืนให้พนักงานและตำรวจท่องเที่ยวที่ได้ทดรองจ่ายเป็น

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปก่อน หากเป็นกรณีที่ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ที่พนักงานฯ นำมาเบิกเงินคืนได้

ระบุชื่อ ททท. เป็นผู้จ่ายเงิน ททท. มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 แต่หากเป็น

กรณีที่ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ที่พนักงานฯ นำมาเบิกเงินคืนเป็นรายการเบ็ดเตล็ดมีจำนวนเล็กน้อย

และไม่ได้ระบุชื่อ ททท. เป็นผู้จ่ายเงิน ททท. ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นปัญหาว่าใครจะต้องเป็นผู้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้

หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีเงินได้ทราบนั้น เนื่องจากการแจ้งข้อมูลดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตาม

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2530 ซึ่ง

กรมบัญชีกลางเป็นผู้รักษาการตามระเบียบฯ ดังนั้น จึงขอให้ ททท. หารือประเด็นปัญหาดังกล่าว ไปยัง

กรมบัญชีกลางโดยตรง

4. กรณี ททท. จ่ายเงินสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับหน่วยงาน

ภาคเอกชนซึ่งมิใช่องค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด หากหน่วยงาน

เอกชนดังกล่าวเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ททท. มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา

ร้อยละ 1 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

5. กรณี ททท. จ่ายเงินได้ให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่น แยกพิจารณาได้ดังนี้

5.1 กรณีการจ่ายเงินได้ให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีฐานะเป็นบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วน

นิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ททท. มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณที่จ่ายในอัตราร้อยละ

1 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

5.2 กรณีการจ่ายเงินได้ให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น โดยเฉพาะ ซึ่ง

รัฐวิสาหกิจดังกล่าวมิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามนัยมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น

ททท. จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 20 มิถุนายน 2565

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ กรณีการปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อการปฏิบัติงานโครงการ

    กค 0702/3753

  2. 21 มกราคม 2559

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าตอบแทนตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

    กค 0702/481

  3. 20 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0706/10627

  4. 8 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าโฆษณา ค่าห้องพัก ค่าจัดหารถยนต์พร้อมคนขับ ค่าเช่า ค่าจ้างเทพื้นคอนกรีต ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ ค่าป่วยการ และเงินเดือน ประเด็นปัญหา: คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528,มาตรา 40(8), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร             1. บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีสถานประกอบการใน ประเทศไทย โฆษณาสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะนำรูปถ่ายและตัวอย่างสินค้าที่ผลิตส่งมอบให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพื่อโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลที่เข้าไปดูรายการสินค้าในเว็บไซต์ จึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการ (Information Listing In Japan-Thailand Electronic Online Directory) ให้แก่บริษัทในประเทศสิงคโปร์ จะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) หรือไม่ อย่างไร           2. บริษัทฯ จ่ายค่าห้องพักของพนักงานให้แก่บริษัทผู้ให้เช่า โดยหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าได้เปลี่ยนกิจการเป็นโรงแรม และ เรียกเก็บเป็นค่าบริการห้องพัก บริษัทฯ สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ได้ หรือไม่           3. บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทอื่น ให้จัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับเพื่อรับ-ส่งพนักงานตามจุดต่าง ๆ และจัดหารถบัสพร้อมคนขับนำมาจอดไว้ที่บริษัทฯ ทั้งวันเพื่อ รับ-ส่งพนักงานผู้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุด และจัดหารถยนต์ตู้พร้อมคนขับเพื่อสำรอง (Stand by) ไว้ใช้ออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่กรณี หรือเพื่อพาแขกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียงใน บางครั้ง โดยมีข้อกำหนดแห่งสัญญาให้บริษัทผู้จัดหารถยนต์คำนวณค่าบริการและค่าน้ำมันตามระยะทางพร้อมค่าล่วงเวลา บริษัทฯ ขอทราบว่า                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการจัดหา รถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับ ในอัตราเท่าใด อย่างไร เป็นอย่างไร                (2) หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.0 สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ และค่าขนส่ง ตามลำดับเป็นอย่างไร           4. บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด สำหรับการจ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ในกรณีดังต่อไปนี้                (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระทั้งหมด และจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่เท่ากัน                (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ                (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานของบริษัทฯ ไม่เพียงพอในบางวัน บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลธรรมดาให้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับ เพื่อรับส่งพนักงานตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ ตกลงกัน โดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเที่ยวเที่ยวละไม่ถึง 1,000 บาท ตามระยะทางใกล้หรือไกลของเส้นทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรวบรวมจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนเดือนละครั้ง โดยในบางเดือนมีจำนวนเกินกว่า 1,000 บาท           5. กรณีบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิต สินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย และได้ทำข้อตกลงให้บริษัท ในประเทศมาเลเซีย จัดส่งวิศวกรเครื่องจักร เพื่อให้คำแนะนำวิธีใช้เครื่องจักรให้ราบรื่นและมี ประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า โดยบริษัทในประเทศมาเลเซีย จะจัดส่งวิศวกรจำนวน 4 คน มาให้คำแนะนำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่า แล้วแต่กรณี ในปีภาษี เดียวกัน โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบให้ความสะดวกเกี่ยวกับที่พักและรถรับ-ส่ง พร้อมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 600 บาท ให้แก่วิศวกรโดยตรง ระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเงินเดือน ในประเทศมาเลเซีย เงินประกันตามกฎหมาย ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ และค่าล่วงเวลา โดยบริษัทฯ จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ตามใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งมาเรียกเก็บ ภายหลัง บริษัทฯ ขอทราบในกรณีดังต่อไปนี้                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากวิศวกรจำนวน 4 คน หรือไม่ หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้คำนวณภาษีจากฐานรายได้ใด นำส่งด้วยแบบแสดง รายการใด หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างไร                (2) บริษัทฯ ในประเทศมาเลเซียต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร                (3) บริษัทฯ ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร จากฐานค่าใช้จ่ายใดบ้าง

    กค 0706(กม.05)/1022

  5. 26 สิงหาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้จากการขายบัตรเข้าชมการแสดงพร้อมอาหาร

    กค 0706/8042

  6. 17 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการด้าน การบัญชี

    กค 0706/11101

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 39 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ