ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

สิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้

กค 0811/32368 · 28 สิงหาคม 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/32368
วันที่
28 สิงหาคม 2543
ประเภทภาษี
อื่น ๆ
ข้อกฎหมาย
มาตรา 8
เลขตู้
63/29722

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2539 ได้ทำสัญญากู้เงิน

จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก. จำกัด (มหาชน) จำนวน 83 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อที่ดินจากกองทุนเพื่อ

การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. วันที่ 14 มิถุนายน 2539 บริษัทฯ ทำสัญญากู้เงินกับบริษัทเงินทุนฯ และได้รับเงิน

จำนวน 4 ล้านบาทเศษ

2. วันที่ 17 มิถุนายน 2539 บริษัทฯ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามจำนวนที่เหลือ คือ 78 ล้าน

บาทเศษ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2541 เพื่อชำระค่าที่ดินให้แก่กองทุนฯ ผู้ขายที่ดิน โดยบริษัทเงินทุนฯ

เป็นผู้อาวัลตั๋วดังกล่าว

3. วันที่ 20 มิถุนายน 2539 บริษัทฯ ได้รับโอนโฉนดที่ดินที่ซื้อจากกองทุนฯ และบริษัทฯ

ได้นำที่ดินดังกล่าวจำนองเป็นประกันการกู้ยืมเงินกับบริษัทเงินทุนฯ ในวันนั้น

ต่อมาเมื่อครบกำหนดชำระเงินในวันที่ 12 มิถุนายน 2541 บริษัทฯ ประสบปัญหาทาง

การเงิน จึงไม่สามารถชำระหนี้ได้ ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทเงินทุนฯ ถูกทางราชการสั่ง

ระงับการดำเนินการ บริษัทฯบริษัทเงินทุนฯ และกองทุนฯ จึงได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยมี

ข้อกำหนดให้บริษัทฯ โอนที่ดินที่บริษัทฯ ซื้อจากกองทุนฯ คืนให้แก่กองทุนฯ และมีผลให้หนี้ที่มีอยู่ระหว่าง

บริษัทฯ กับบริษัทเงินทุนฯ เป็นอันระงับ

บริษัทฯ จึงหารือว่า การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีดังกล่าวกองทุนฯ ถือเป็นเจ้าหนี้อื่น เมื่อกองทุนฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

กับลูกหนี้และบริษัทเงินทุนฯ ในฐานะเจ้าหนี้สถาบันการเงิน โดยมีข้อกำหนดให้ลูกหนี้โอนที่ดินคืนให้แก่

กองทุนฯ หากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวได้ดำเนินการโดยนำหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้าง

หนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดมาใช้บังคับโดยอนุโลม กรณีย่อมได้รับ

สิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ

ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 7 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขอคืนเงินภาษีอากรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 433)            นาย จ.ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะ จำนวน 810,714 บาท ระบุมูลเหตุที่ขอคืนเนื่องจากได้รับยกเว้นรัษฎากรตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 433) พ.ศ. 2548 ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า ธนาคาร จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2544 กับ บริษัท ถ. จำกัด โดยนาย ถ. และบริษัทลิต จำกัด โดยนาย จ. ในฐานะลูกหนี้ สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้มีบุคคลค้ำประกันและมีที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนาย ถ. และนาย จ. จดทะเบียนจำนองค้ำประกันรวมจำนวน 48 แปลง ต่อมานาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ตกลงโอนที่ดินจำนวน 45 แปลง ตีชำระหนี้บางส่วนให้แก่ธนาคารฯ เป็นจำนวนเงิน 203,440,000 บาท ณ วันทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยในสัญญาฯ ระบุให้ลูกหนี้มีสิทธิขอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวคืนภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนหลักทรัพย์ตีชำระหนี้ให้แก่ธนาคารฯ โดยลูกหนี้ตกลงเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 นาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 50376, 50394, 1387, 1429, 46121 คืนจากธนาคารฯ ในราคา 18,853,783 บาท และได้โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1387, 1429, 46121 ให้กับการเคหะแห่งชาติในวันเดียวกันในราคา 33,314,400 บาท และนำเงินที่ขายได้ชำระหนี้ที่เหลือให้กับธนาคารฯ จำนวน 20,564,705.93 บาท ซึ่งช่วงของการโอนขายที่ดินระหว่างธนาคารฯ ไปยังลูกหนี้เจ้าพนักงานที่ดินได้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อมาธนาคารฯ ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรจากการโอนที่ดินตามกรณีดังกล่าวจำนวน 810,714 บาท

    กค 0706/5563

  2. 29 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547             ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้           1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ           2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาท

    กค 0706/11526

  3. 25 พฤศจิกายน 2547

    การยกเว้นภาษี กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0706/10500

  4. 6 สิงหาคม 2547

    การยกเว้นภาษี กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0706/7451

  5. 12 เมษายน 2544

    การยกเว้นภาษีอากร กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0811/3570

  6. 28 สิงหาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0811/32366

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 8 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ