ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนสิทธิการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

กค 0811/2459 · 28 มีนาคม 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/2459
วันที่
28 มีนาคม 2543
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
63/29070

1.ข้อหารือ

บริษัทหลักทรัพย์ อ. จำกัด เกิดจากการแยกธุรกิจหลักทรัพย์ออกจากธุรกิจเงินทุนของ

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บ. จำกัด ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้

ผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แยกธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์

ออกจากกัน ลงวันที่ 23 กรกฎาคมพ.ศ.2541 และบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เริ่มดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2542 ต่อมาผู้ถือหุ้นใหญ่คือธนาคาร พ*. จำกัด ต้องการรวมบริษัทในเครือที่

ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ไว้แห่งเดียวกัน จึงกำหนดให้บริษัทฯ โอนธุรกิจและลูกค้าให้กับ บล*. ท. จำกัด

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 ซึ่งบริษัทฯ ได้โอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ บล*.

ท. จำกัด ด้วยโดยบริษัทฯ ไม่ได้เรียกเก็บเงินค่าสิทธิการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์จาก บล*. ท.

จำกัด เนื่องจาก บงล. บ. จำกัด ได้เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์

แห่งประเทศไทย ประมาณปี 2523 โดยไม่เสียค่าสมาชิก และเมื่อมีการแยกธุรกิจหลักทรัพย์ออกจาก

ธุรกิจเงินทุน บงล.บ. จำกัด ได้โอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ให้กับบริษัทฯ โดยไม่ได้

เรียกเก็บเงินจากบริษัทฯดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ต้องโอนธุรกิจและลูกค้าให้กับ บล*. ท. จำกัด จึงไม่ได้

เรียกเก็บเงินค่าสมาชิกตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกันบริษัทฯ เข้าใจว่า

1. เมื่อ บงล. บ. จำกัด ได้เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ถูกเรียกเก็บเงินค่า

สมาชิกตลาดหลักทรัพย์และเป็นรายการที่เกิดก่อนที่จะมีการนำกฎหมายว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ ดังนั้น

การโอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ภายหลังที่นำกฎหมายว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้แล้ว ไม่ต้องนำมา

คำนวณเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นเดียวกัน

2. การเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ไม่เป็นสินค้าและบริการที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

เนื่องจาก บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะนำการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์มาซื้อขายเพื่อหาผลประโยชน์

3. บริษัทฯ ได้รับโอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์จาก บงล. บ. จำกัด ด้วยราคาตาม

คำสั่งของกรมสรรพากร ที่ ป.57/2538 ฯลฯ ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งราคาของการเป็น

สมาชิกตลาดหลักทรัพย์ของ บงล. บ. จำกัด มีค่าเป็นศูนย์ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ โอนการเป็นสมาชิก

ตลาดหลักทรัพย์ให้ บล*. ท. จำกัด จึงโอนตามราคาที่เป็นศูนย์เช่นเดียวกัน

4. การโอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว กระทำตามนโยบายการโอนธุรกิจ

บริษัทในเครือธนาคารให้ลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่ใช่การโอนเพื่อหาผลประโยชน์จากการเป็น

สมาชิกตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น จึงไม่เป็นรายการปกติอื่น ๆ ที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

บริษัทฯ จึงหารือว่า การที่บริษัทฯ โอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว บริษัทฯ

ไม่ต้องตีมูลค่าของการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์เพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก บล*. ท. จำกัด

ถูกต้องหรือไม่ หากความเข้าใจของบริษัทฯ ไม่ถูกต้อง บริษัทฯ จะต้องออกใบกำกับภาษีและเรียกเก็บ

ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด เมื่อบริษัทฯ ตีมูลค่าสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ได้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และหากต้อง

เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีในวันโอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แล้ว ขณะนี้บริษัทฯ

ยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด จึงขอให้แนะนำวิธีการออกใบกำกับภาษีรวมทั้งวันที่ที่ต้องระบุใน

ใบกำกับภาษี และขอให้ยกเว้นเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจากการยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม และ

ออกใบกำกับภาษีล่าช้ากว่าที่กำหนดให้ด้วย เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และเป็น

ผู้เสียภาษีที่ดีตลอดมา

2.แนววินิจฉัย

1. บริษัทฯ โอนสิทธิการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ให้กับ บล*. ท. จำกัด ซี่ง*เป็นการ

โอนทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/1(8) แห่ง

ประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยต้องมีราคาไม่ต่ำกว่าราคาตลาดในวันที่มีการโอนสิทธินั้น

2. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า

เว้นแต่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์สินค้า หรือออกใบกำกับภาษีก่อน ตามข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 189

(พ.ศ. 2534)ฯลฯ กรณีบริษัทฯ ได้โอนการเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ให้กับ บล*. ท. จำกัด ตั้งแต่วันที่

1 ตุลาคม 2542 บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีเมื่อมีการโอนตามมาตรา 86 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

3. บริษัทฯ มิได้ออกใบกำกับภาษี และมิได้เสียภาษีตาม 2. จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ

ตามมาตรา 89(3)(4) และ (5) แห่งประมวลรัษฎากร แต่กรณีมีเหตุอันควรผ่อนผัน จึงงดเบี้ยปรับ

ตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากรให้ สำหรับเงินเพิ่ม ตามกฎหมายไม่อาจงดหรือลดให้ได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 9 สิงหาคม 2553

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนกิจการบางส่วน

    กค 0702/5975

  2. 26 เมษายน 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทจดทะเบียน

    กค 0706/3391

  3. 19 พฤษภาคม 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/พ./4498

  4. 26 มีนาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนกิจการของสาขานิติบุคคลต่างประเทศ

    กค 0706/2982

  5. 12 กันยายน 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเฉลี่ยภาษีซื้อ

    กค 0811/พ.ก.350

  6. 21 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายและรับโอนลูกหนี้เช่าซื้อ

    กค 0811/04774

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 86 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 89 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ