ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินมัดจำค่าเช่าและค่าบริการจากการให้เช่าพื้นที่ในอาคาร

กค 0811/13569 · 16 กันยายน 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/13569
วันที่
16 กันยายน 2541
เลขตู้
61/27094

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในอาคารในการประกอบกิจการให้เช่าพื้นที่ดังกล่าว

บริษัทฯ มีการให้บริการที่ต่อเนื่องกันโดยเริ่มประกอบกิจการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 บริษัทฯ ได้ยึดถือ

ขนบธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจ โดยการเรียกเงินมัดจำค่าเช่าและเงินมัดจำค่าบริการเป็นจำนวน 3

เท่าของค่าเช่าและค่าบริการรายเดือน เพื่อประกันการเช่าและประกันความเสียหายจากการใช้บริการ

ของผู้เช่า ซึ่งเงินมัดจำจำนวนดังกล่าวจะไม่ใช้ทดแทนการชำระค่าเช่าและค่าบริการรายเดือน และ

บริษัทฯ จะคืนให้แก่ผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โดยผู้เช่ามิได้ค้างชำระค่าเช่าและค่าบริการ หรือมิได้

ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้บริษัทฯ มิได้นำเงินมัดจำดังกล่าวมาคำนวณชำระ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ต่อมากรมสรรพากรได้มีคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ

การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการเรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน

เงินมัดจำ หรือเงินจอง โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไปนั้นมีผลกระทบต่อการ

ประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับการให้เช่าพื้นที่ในอาคารและบริการต่อเนื่องกับการเช่าพื้นที่

ในอาคารดังกล่าว บริษัทฯจึงขอทราบว่า

1. เงินมัดจำค่าเช่า และเงินมัดจำค่าบริการ ที่บริษัทฯ เรียกเก็บเมื่อปี พ.ศ. 2534

โดยที่มิได้นำไปคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี บริษัทฯ ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่

2. เงินมัดจำค่าบริการที่บริษัทฯ เรียกเก็บตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา บริษัทฯ ต้อง

เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยหรือไม่

3. เงินมัดจำค่าเช่าที่บริษัทฯ เรียกเก็บเป็นจำนวน 3 เท่าของค่าเช่า และสัญญามีอายุ

ไม่เกิน 3 ปีอยู่ในข่ายยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ต้องนำมารวมคำนวณเสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามข้อ 3(2) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 หรือไม่

4. หากการปฏิบัติของบริษัทฯ ไม่ถูกต้องในข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.

73/2541 ซึ่งระบุว่ามีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2541 บริษัทฯ จะได้รับประโยชน์จากคำสั่ง

ดังกล่าวโดยไม่ถูกประเมินย้อนหลังหรือไม่ ประการใด และหากถูกประเมินย้อนหลังได้จะย้อนหลังได้กี่ปี

2.แนววินิจฉัย

1. กรณี ตาม 1. และ 3. บริษัทฯ ต้องนำเงินมัดจำค่าเช่า และเงินมัดจำค่าบริการตาม

สัญญาระยะยาวที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อน เพื่อตอบแทนการให้เช่าทรัพย์สิน หรือ

การให้บริการทั้งจำนวนมาเสียภาษี ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 2 (1) (ก) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.

73/2541 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการเรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า

เงินประกัน เงินมัดจำ หรือเงินจอง ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.74/2541 ฯ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 เว้นแต่เงินมัดจำค่าเช่า

อสังหาริมทรัพย์ในกรณีดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ

(ก) โดยขนบธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจได้มีการเรียกเก็บเงินประกันหรือเงินมัดจำ

(ข) ต้องมีการคืนเงินประกัน หรือเงินมัดจำให้แก่ผู้เช่าทันทีที่สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มี

เงื่อนไข แต่กรณีเกิดความเสียหาย ผู้ให้เช่ามีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้

(ค) เงินประกัน หรือเงินมัดจำที่เรียกเก็บต้องไม่เกิน 3-6 เท่าของค่าเช่ารายเดือน

และ

(ง) สัญญาให้เช่าทรัพย์สินมีอายุสัญญาไม่เกิน 3 ปี

ทั้งนี้ ตามข้อ 3 (2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว

2. กรณีตาม 2. บริษัทฯ จะต้องนำเงินมัดจำค่าบริการทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับมารวม

คำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร โดยถือว่าความรับผิดในการเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ประกอบกับ ข้อ 2 (3) (ข) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว

สำหรับเงินมัดจำค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้

รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ต) แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีตาม 4. หากบริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าวข้างต้น

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังได้ 2 ปี กล่าวคือ ประเมินภาษีได้ตั้งแต่ปี 2539

เป็นต้นไป

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่า ประเด็นปัญหา: มาตรา 65 มาตรา 77/1(8)(10) มาตรา 78            1. บริษัท ก. ได้เรียกเก็บเงินประกัน และเงินมัดจำจากผู้เช่าหรือผู้รับบริการเมื่อมีการลงนามในสัญญาบริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินประกันและเงินมัดจำที่เรียกเก็บคืนผู้รับบริการโดยไม่มีดอกเบี้ย เงินประกันและเงินมัดจำที่กล่าวถึงได้แก่               - เงินประกันการรับบริการตามสัญญาเป็นจำนวน 3 เท่าของอัตราค่าบริการ รายเดือน               - เงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า และเงินประกันมิเตอร์น้ำประปา               - เงินมัดจำสายโทรศัพท์และเงินมัดจำบัตรจอดรถ           2. บริษัทฯ ได้เรียกเก็บเงินชดเชยความเสียหายจากผู้ใช้บริการ เนื่องจากผู้ใช้บริการประมาทเลินเล่อทำให้ทรัพย์สินของอาคารชำรุดเสียหาย ซึ่งเงินดังกล่าวได้รับชำระโดยบริษัทประกันของผู้ใช้บริการ ซึ่งไม่มีการชำระในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ           3. บริษัทฯ ได้เรียกเก็บเงินประกันการเข้าตกแต่งอาคาร โดยระบุไว้ในสัญญาเช่าเมื่อผู้เช่าอาคารได้ตกแต่งอาคารเสร็จเรียบร้อย และได้ดำเนินการให้บริษัทฯ เข้าตรวจเช็คพื้นที่เช่าตามข้อกำหนดในสัญญาแล้ว หากไม่พบความเสียหายใด ๆ บริษัทฯ จะคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่ผู้เช่าทันที เงินประกันดังกล่าวเรียกเก็บไม่เกิน 3 เท่าของค่าเช่ารายเดือน และสัญญาเช่าทรัพย์สิน มีอายุสัญญาไม่เกิน 3 ปี

    กค 0706/พ./5801

  2. 10 มกราคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่า

    กค 0811/90

  3. 5 มกราคม 2543

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินมัดจำสัญญาเช่า

    กค 0811/30025

  4. 23 มิถุนายน 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเงินมัดจำสำหรับสัญญาเช่าระยะยาว

    กค 0811/06022

  5. 25 มีนาคม 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่าและบริการ

    กค 0811/02740

  6. 25 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินประกันการเช่าอาคาร เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์

    กค 0811/13962

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 78/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 79 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 81 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ