ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินตามสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

กค 0811/10872 · 17 กรกฎาคม 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0811/10872
วันที่
17 กรกฎาคม 2541
ข้อกฎหมาย
มาตรา 40มาตรา 70
เลขตู้
61/26908

1.ข้อหารือ

บริษัท A จำกัด ได้ยื่นคำร้อง ค.10 ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา

70 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเดือนกรกฎาคม 2538 และเดือนมกราคม 2539 จากการตรวจสอบ

เอกสารหลักฐานสรุปข้อเท็จจริงได้ว่า

1. บริษัท A ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับ BANKAMERICA SINGAPORE LIMITED AND BA

ASIA LIMITED ฮ่องกง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2538 เป็นจำนวนเงินกู้ตามสัญญา 78,000,000.00

เหรียญสหรัฐฯ กำหนดใช้คืนในวันที่ 25 มกราคม 2541

2. ขณะเดียวกันบริษัท A ได้ทำสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับ บริษัท B

โดยผ่านบัญชี CITYBANK กำหนดเป็นจำนวนเงิน 50,000,000.00 เหรียญสหรัฐฯ โดยใช้สัญญาหลัก

ของ ไอ เอส ดี เอ ฉบับปี 2535 ซึ่งกำหนดให้บริษัท A เป็นผู้จ่ายในอัตราคงที่ จ่ายทุก 6 เดือน จน

ครบกำหนดชำระเงินในวันที่ 25 มกราคม 2541 และกำหนดให้ บริษัท B เป็นผู้จ่ายอัตราลอยตัว โดย

จ่ายทุก 6 เดือน จนครบกำหนดชำระเงิน

3. เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการแลกเปลี่ยนดังกล่าว บริษัท B จะส่งผลต่างระหว่าง

อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยซึ่งคำนวณตามอัตราที่ตกลงแลกเปลี่ยนกันให้กับบริษัท A โดยงวด

สำหรับเดือนกรกฎาคม 2538 เป็นจำนวนเงิน 7,783,628.44 บาท และงวดสำหรับเดือนมกราคม

2539 เป็นจำนวนเงิน 13,764,285.97 บาท

สพท. เห็นว่า การที่บริษัท A ทำสัญญากู้ยืมเงินจาก BANKAMERICA SINGAPORE

LIMITED AND BA ASIA LIMITED และในขณะเดียวกันก็ทำสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินและอัตรา

ดอกเบี้ยกับบริษัท B เพื่อจ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ ถือได้ว่าการชำระเงินส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยให้

กับบริษัท B นั้นเสมือนเป็นการกู้ยืมเงินสกุลเหรียญสหรัฐในฐานะเจ้าหนี้ การชำระเงินดังกล่าวจึงเข้า

ลักษณะเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้

กู้ยืมตามมาตรา 40 (4) ก แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัท A ชำระเงินตามสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนไป

ให้ บริษัท B ซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัท A จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ใน

อัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร จึงหารือว่า ความเห็นดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

สรรพากรภาค ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวได้มีแนววินิจฉัยของ

กรมสรรพากรพิจารณาไว้เป็น 2 แนว ซึ่งขัดแย้งกัน ดังนี้

1. ตามหนังสือที่ กค 0802/14866 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2531 ได้วินิจฉัยว่าสัญญาที่ทำขึ้น

ระหว่างกันเป็นสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย โดยกำหนดจำนวนเงินขึ้น เพื่อประโยชน์ในการคำนวณ

ดอกเบี้ยซึ่งจะแลกเปลี่ยนกันในแต่ละงวด จึงไม่ใช่สัญญากู้ยืมเงิน ผลต่างของอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทส่งออก

ไปให้คู่สัญญาในต่างประเทศ จึงไม่ถือเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่ง

ประมวลรัษฎากร แต่เป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจการพาณิชย์ จึงเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8)

แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทในประเทศไทยส่งผลต่างของอัตราดอกเบี้ยออกไปให้คู่สัญญา ซึ่ง

มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยบริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70

แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

2. ตามหนังสือที่ กค 0802/4441 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2539 เป็นกรณีที่บริษัททำสัญญากู้

กับธนาคารต่างประเทศ และขณะเดียวกันก็ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนสกุลเงินพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนอัตรา

ดอกเบี้ยกับธนาคารผู้ให้กู้ ถือว่าคู่สัญญาได้ตกลงแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยและมีผลให้ผู้กู้ต้องชำระหนี้เงินกู้

ยืมให้เจ้าหนี้เสมือนเป็นการกู้ยืมเงินสกุลที่ทำสัญญาแลกเปลี่ยนกัน การชำระเงินตามสัญญาแลกเปลี่ยน

ดังกล่าว จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ย ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

ดังนั้นขอทราบว่า เงินได้ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเงินได้ประเภทใด และผู้จ่ายเงินได้

ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่ อัตราเท่าใด

2.แนววินิจฉัย

ตามข้อเท็จจริง

1. ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ปัจจุบันมีการแก้ไขหลังสุดตามพระ

ราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติเพิ่มเติมให้รวมถึง "

เงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือ

จากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม" ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7

พฤศจิกายน 2534

ดังนั้น ในหนังสือของกรมสรรพากรที่ กค 0802/14866 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2531

เป็นข้อหารือก่อนมีการแก้ไขมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร จึงวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่ใช่

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนกรณีในหนังสือของกรมสรรพากร

ที่ กค 0802/4441 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2539 เป็นข้อหารือหลังจากมีการแก้ไขมาตรา 40 (4) (ก)

แห่งประมวลรัษฎากร จึงวินิจฉัยว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ยตาม

มาตรา 40 (4) (ก)แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น บริษัทฯ ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและ

อัตราดอกเบี้ยโดยบริษัทฯ จ่ายในอัตราคงที่ และบริษัทฯ จ่ายอัตราลอยตัว เงินส่วนต่างของอัตรา

ดอกเบี้ยที่บริษัทฯ จ่ายให้กับบริษัทฯ ดังกล่าว จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ย

ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร

บริษัทฯจึงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 30 พฤศจิกายน 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการแปลงรายการดอกเบี้ยและค่าที่ปรึกษาค้างชำระเป็นรายการต้นเงินกู้ยืม

    กค 0706/9923

  2. 21 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการแปลงดอกเบี้ยค้างชำระเป็นต้นเงินกู้ใหม่

    กค 0706/11589

  3. 12 มีนาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามสัญญาแลกเปลี่ยน (Swap)

    กค 0706/2404

  4. 19 เมษายน 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/3178

  5. 21 มกราคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างบริษัทในเครือ

    กค 0811/407

  6. 2 พฤศจิกายน 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินผลต่างของอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย

    กค 8011/11192

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 70 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ