ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณี A และ B เข้ามาให้บริการฝึกอบรม

กค 0811/09287 · 7 กันยายน 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/09287
วันที่
7 กันยายน 2542
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เลขตู้
62/28291

1.ข้อหารือ

บริษัท A และ B เข้ามาให้บริการฝึกอบรมกับกรมอาชีวศึกษา โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้

1. A และ B เป็นสถาบันการศึกษา ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายประเทศออสเตรเลียและ

ประเทศแคนาดา ตามลำดับ ไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทย

2. สถาบันทั้งสองได้เข้ามาทำสัญญาให้บริการฝึกอบรมในประเทศไทย

3. สถาบันทั้งสองแห่งได้หารือ ดังต่อไปนี้

(ก) ภาษีมูลค่าเพิ่ม การให้บริการฝึกอบรมในประเทศไทยดังกล่าวจะต้องเสียภาษี

มูลค่าเพิ่มหรือไม่อย่างไร

(ข) ภาษีเงินได้นิติบุคคล สถาบันทั้งสองแห่งต้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก

ค่าจ้างฝึกอบรมจากกรมอาชีวศึกษา หรือไม่ อย่างไร

(ค) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เจ้าหน้าที่ของสถาบันที่เข้ามาฝึกอบรมในประเทศไทย

จะต้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย จากค่าจ้างที่ได้รับจากสถาบันทั้งสอง หรือไม่

อย่างไร และหากต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะสามารถนำภาษีใน

ประเทศไทยไปเครดิตภาษีที่ต้องเสียในประเทศที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีถิ่นที่อยู่ได้หรือไม่ อย่างไร และ

เจ้าหน้าที่ต้องมีหน้าที่รับใบผ่านภาษีอากรจากกรมสรรพากรหรือไม่ อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

(1) ภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีที่สถาบันทั้งสอง เข้ามารับจ้างทำการฝึกอบรมตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เข้า

ลักษณะเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบการในราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม

มาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากสถาบันทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม

มาตรา 85/3 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อกรมอาชีวศึกษาชำระค่าบริการให้สถาบันทั้งสอง

กรมอาชีวศึกษามีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กรณีที่สถาบันทั้งสอง เข้ามารับจ้างฝึกอบรม เข้าลักษณะเป็นกิจการซึ่งดำเนินการเป็น

ทางค้าหรือหากำไร โดยนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือ

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น สถาบันทั้งสอง จึงมีหน้าที่เสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยจากค่าจ้างที่ได้รับ โดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันทั้งสองที่เข้ามาทำ

การสอนในประเทศไทยมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีแทนสถาบันทั้งสองตาม

มาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องขอรับใบผ่านภาษีอากรจาก

กรมสรรพากรตามมาตรา 4 ทวิ และมาตรา 4 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ดี หากสถาบันทั้งสองเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีอากรในประเทศออสเตรเลียและ

ประเทศแคนาดาสถาบันทั้งสองอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามข้อบทของ

อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศ

แคนาดา เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนแล้วแต่กรณี

(3) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

กรณีที่เจ้าหน้าที่ของสถาบันทั้งสอง เข้ามาทำการสอนในประเทศไทยโดยได้รับค่าจ้าง

จากสถาบันทั้งสอง ถือได้ว่าเงินได้ดังกล่าวเกิดจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมี

หน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ดี หากเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีอากรในประเทศซึ่งมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บ

ภาษีซ้อนกับประเทศไทย เจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามข้อบทของ

อนุสัญญาดังกล่าว หรือหากยังคงต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย อาจนำภาษีเงินได้ที่เสียใน

ประเทศไทยไปเครดิตกับภาษีเงินได้ที่ต้องเสียในประเทศที่เจ้าหน้าที่มีถิ่นที่อยู่ได้ ตามข้อบทของอนุสัญญา

ดังกล่าว

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 สิงหาคม 2552

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศ

    กค 0702/6275

  2. 22 ธันวาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีสถาบันการบินพลเรือนจ่ายค่าเช่าเครื่องบิน

    กค 0811/7797

  3. 25 กันยายน 2543

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ของอาจารย์ชาวต่างประเทศ

    กค 0811(กม.04)/1486

  4. 15 กันยายน 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักและนำส่งภาษี ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811(กม.07)/1454

  5. 30 มีนาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินค่าฝึกอบรมออกไปให้สถานศึกษาในต่างประเทศ

    กค 0811/2535

  6. 11 มิถุนายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจ้างนิติบุคคลต่างประเทศมาเพื่อฝึกอบรม

    กค 0813/08519

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 83/6 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 76 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ