ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจ้างนิติบุคคลต่างประเทศมาเพื่อฝึกอบรม

กค 0813/08519 · 11 มิถุนายน 2541

เลขที่หนังสือ
กค 0813/08519
วันที่
11 มิถุนายน 2541
เลขตู้
61/26807

1.ข้อหารือ

กรมอาชีวศึกษาขอทราบเรื่องแนวปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีเงินได้และหรือภาษีอื่นใดกรณี

กรมอาชีวศึกษาจะว่าจ้างนิติบุคคลต่างประเทศ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมทางการฝึกอบรมทาง

การศึกษาเพื่อฝึกอบรมภายในประเทศให้กับ ครู-อาจารย์ ของสถานศึกษาในสาขาวิชาอิเล็คทรอนิกส์

ไฟฟ้าเทคนิคการผลิต ปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมการต่อเรือระยะเวลาการฝึกอบรมระหว่าง 6-16

เดือนด้วยวิธีประกวดราคานานาชาติตามข้อกำหนดของแหล่งเงินกู้จากกองทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

โพ้นทะเลแห่งญี่ปุ่น (OECF)

2.แนววินิจฉัย

1. ค่าตอบแทนจากการฝึกอบรมที่นิติบุคคลต่างประเทศได้รับจากรมอาชีวศึกษา ถือเป็น

กำไรธุรกิจตามนัยข้อ 7 ของอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับแคนาดา และ

ความตกลงเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

2. กรณี Southern Alberta Institute of Technology (SAIT) สถาบันฝึกอบรม

ของรัฐบาลประเทศแคนาดา ดำเนินการฝึกอบรม ณ วิทยาลัยเทคนิคระยองเป็นระยะเวลา 11 เดือน

ถือว่า SAIT มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามนัยข้อ 5 วรรค 3 (ข) ของอนุสัญญาเพื่อการ

เว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับแคนาดา

3. กรณี International Training Australia Pty.Ltd. (ITA) และ Sydney

Institure of Technology (SIT) สถาบันฝึกอบรมของประเทศออสเตรเลีย ดำเนินการฝึกอบรม

ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 16 เดือน และ 12 เดือนตามลำดับ ถือว่า ITA และ SIT มี

สถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามนัยข้อ 5 วรรค 2 (ฌ) ของความตกลงเพื่อการยกเว้น

การเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

4. สถาบันทั้ง 3 แห่งดังกล่าวซึ่งเป็นนิติบุคคลของต่างประเทศมีลูกจ้างผู้ทำการแทนหรือ

ผู้ทำการติดต่อในประเทศไทยซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้ในประเทศไทย ถือว่านิติบุคคลนั้นประกอบกิจการ

ในประเทศไทยและมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิตามนัยมาตรา 76 ทวิ แห่ง

ประมวลรัษฎากรประกอบกับข้อ 7 วรรค 1 แห่งอนุสัญญาฯ ระหว่างไทยกับแคนาดา และความตกลงฯ

ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โดยลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้มีหน้าที่

และความรับผิดชอบในการยื่นรายการและเสียภาษีในประเทศไทย

ในกรณีที่ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้ ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5

ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่

อย่างใดจะมากกว่า ตามนัยมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอนุโลม

หากนิติบุคคลดังกล่าวจำหน่ายเงินกำไรออกจากประเทศไทย ต้องมีหน้าที่เสีย

ภาษีเงินได้จากการจำหน่ายเงินกำไรในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรที่จำหน่ายออกจากประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

5. ในกรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม สถาบันทั้ง 3 แห่งจะได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ใน

การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการ

ส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเฉพาะ

การกู้เงินจากรัฐบาลของต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ตามนัยมาตรา 80/1 (4)

แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับ 28)ฯ ลงวันที่ 5

มีนาคม พ.ศ. 2535

6. ในกรณีผู้เชี่ยวชาญซึ่งเดินทางเข้ามาดำเนินการฝึกอบรมในประเทศไทย ได้เข้ามาอยู่

ในประเทศไทยไม่เกิน 183 วันในปีภาษีที่เกี่ยวข้อง และค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากการ

เข้ามาฝึกอบรมได้จ่ายโดยหรือในนามของนายจ้างในประเทศถิ่นที่อยู่ของตน และค่าตอบแทนหรือ

ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากการเข้ามาฝึกอบรมในประเทศไทย ไม่ตกเป็นภาระแก่สถานประกอบการถาวร

หรือฐานประกอบการประจำที่นายจ้างมีอยู่ในประเทศไทยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะอยู่ในข่ายได้รับยกเว้น

ภาษีตามข้อ 15 ของอนุสัญญาฯ ระหว่างไทยกับแคนาดา และความตกลงฯ ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับยกเว้นภาษีครบทั้ง 3 กรณีตามนัยบทบัญญัติข้อ 15 ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะ

ต้องนำเงินได้หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับเนื่องจากหน้าที่งานในประเทศไทย มายื่นแบบแสดงรายการและ

เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย โดยยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 แล้วแต่

กรณีภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

7. กรมอาชีวศึกษาซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 ให้แก่นิติบุคคลใด จะต้องคำนวณหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนเงินที่จ่ายทั้งสิ้น และภาษีที่หักไว้นี้ให้ถือเป็นเครดิตใน

การคำนวณภาษีเงินได้ของนิติบุคคลนั้นตามรอบระยะเวลาบัญชีที่หักไว้ กรมอาชีวศึกษามีหน้าที่ต้องยื่น

แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.53 พร้อมทั้งนำส่งภาษีที่ได้คำนวณหักไว้ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่าย

เงิน

อนึ่ง สำหรับการจ่ายเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ จะต้องคำนวณเป็นเงินตราไทยตาม

อัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้เป็นอัตราแลกเปลี่ยน ในการคำนวณเงินตรา

ต่างประเทศเป็นเงินตราไทยของวันถัดไป

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 22 กุมภาพันธ์ 2553

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษา

    กค 0702/1447

  2. 20 มิถุนายน 2551

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินไปต่างประเทศ

    กค 0702/3440

  3. 25 มิถุนายน 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินได้ไปต่างประเทศ

    กค 0706/6077

  4. 21 พฤษภาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าบริการอื่นให้แก่บริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

    กค 0706/4653

  5. 4 มิถุนายน 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินได้ไปต่างประเทศ ราย บริษัท ไพรมัส ลีสซิ่ง จำกัด

    กค 0811/ก.611

  6. 18 มีนาคม 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินได้ภายใต้โครงการเงินกู้ต่างประเทศให้แก่บริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ

    กค 0811/02466

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 70 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 71 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ