ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีค่าจ้างทำของ

กค 0811(กม.03)/1811 · 27 พฤศจิกายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811(กม.03)/1811
วันที่
27 พฤศจิกายน 2543
ข้อกฎหมาย
มาตรา 3มาตรา 40
เลขตู้
64/30068

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการสถานพยาบาลและได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการสถานพยาบาล

ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นเวลา 5 ปี นับแต่

วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ ซึ่งบริษัทฯ เปิดดำเนินกิจการสถานพยาบาลเมื่อวันที่ 15

พฤศจิกายน 2538 บริษัทฯ ได้หารือเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายว่า

1. เมื่อบริษัทหรือนิติบุคคลต่าง ๆ ชำระค่าบริการทางการแพทย์หรือค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ

ให้แก่โรงพยาบาลฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่

2. หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามข้อ 1. ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 14

พฤศจิกายน 2543 โดยชำระหลังจากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2543 จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ทั้งนี้

โรงพยาบาลฯ บันทึกรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ

2.แนววินิจฉัย

1. การรักษาพยาบาลเข้าลักษณะเป็นสัญญารับจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ผู้รับจ้างรับที่จะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ ค่ารักษาพยาบาลจึง

เป็นค่าจ้างทำของถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยจะต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ

3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8(2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.

4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 กรณีตามข้อเท็จจริง เมื่อบริษัทฯ มีเงินได้พึงประเมินจาก

การประกอบกิจการสถานพยาบาลตามที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่

เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการดังกล่าว บริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ

กำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ

ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นจ่าย

ค่ารักษาพยาบาลให้แก่บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่

บริษัทฯ ได้รับสิทธิและประโยชน์ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริมที่บริษัทฯ

ได้รับโดยบริษัทฯ ต้องถ่ายสำเนาบัตรส่งเสริมให้ผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล เพื่อแสดงว่าบริษัทฯ ได้รับสิทธิ

และประโยชน์ในการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการประกอบกิจการดังกล่าวด้วย

2. หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ ได้ใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และ รายจ่าย

และบริษัทฯ มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลภายในกำหนดเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน นับแต่วันที่

เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมนั้น ซึ่งจะถือได้ว่าบริษัทฯ มีเงินได้พึงประเมิน

จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมภายในกำหนดเวลาที่ได้รับการส่งเสริมและได้รับยกเว้น

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมนั้นตามมาตรา 31

แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ดังนั้น แม้จะมีการชำระเงินค่าบริการเมื่อพ้น

กำหนดเวลาที่ได้รับการส่งเสริม ผู้จ่ายเงินก็ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 7 กุมภาพันธ์ 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0706/930

  2. 10 กันยายน 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีการรับรู้รายได้และรายจ่ายของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0706/9433

  3. 5 กรกฎาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค. 0706/6584

  4. 27 มิถุนายน 2549

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีสถานพยาบาลเอกชนเป็นผู้เบิกค่ารักษาพยาบาลโดยตรงกับกรมบัญชีกลาง

    กค 0706/5377

  5. 13 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0706/10981

  6. 19 กุมภาพันธ์ 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0811/01604

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ