ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท
กค 0706/7715 · 17 สิงหาคม 2547
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706/7715
- วันที่
- 17 สิงหาคม 2547
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เลขตู้
- 67/33096
1.ข้อหารือ
1. บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจการจัดสร้างโรงงานมาตรฐานเพื่อ
วัตถุประสงค์ในการให้เช่าหรือเพื่อการขาย โดยบริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน
15,000,000 หุ้น ให้แก่ประชาชนทั่วไป ในราคาเสนอขายหุ้นละ 21 บาท และได้ออกใบสำคัญแสดง
สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 22,500,000 ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ประชาชนทั่วไปที่ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน
กรรมการและพนักงานของบริษัทฯ ที่ได้รับการคัดเลือก ในราคาหุ้นละ 5 บาท
2. บริษัทฯ ได้มีหนังสือที่ หารือกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่ออกให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัทฯ และสำนักงานสรรพากรภาค ได้มีหนังสือที่ แจ้ง
บริษัทฯ เกี่ยวกับภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทฯ ออกใบสำคัญแสดง
สิทธิให้แก่กรรมการและพนักงาน
3. ต่อมาบริษัทฯ ได้มีหนังสือที่ หารือกรมสรรพากรเพื่อยืนยันผลการพิจารณาของสำนักงาน
สรรพากรภาค และหารือเพิ่มเติมดังนี้
3.1 กรณีกรรมการและพนักงานของบริษัทฯ นำใบสำคัญแสดงสิทธิมาซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ
ถือว่ากรรมการและพนักงานได้รับเงินได้จากบริษัทฯ ในวันที่มีการใช้สิทธิดังกล่าว โดยคำนวณเงินได้จาก
ราคาหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่มีการขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) ราคา 21 บาทต่อ
หุ้น หักด้วยต้นทุนการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ราคา 5 บาทต่อหุ้น บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
และนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือไม่ อย่างไร
3.2 เนื่องจากบริษัทฯ มิได้มีข้อห้ามกรรมการและพนักงานโอนเปลี่ยนมือใบสำคัญแสดง
สิทธิ กรรมการและพนักงานจึงสามารถขายใบสำคัญแสดงสิทธิในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือนอก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งกรรมการและพนักงานจะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิจากบริษัทฯ
ในราคาเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปในราคา 0 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวและมีเงื่อนไขเดียวกันกับผู้
จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปและผู้ถือหุ้นเดิม โดยวันที่มีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิให้
แก่กรรมการและพนักงาน คือ วันที่ 4 มิถุนายน 2545 และใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวยังไม่มีการซื้อขาย
ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ได้เริ่มมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2545 บริษัทฯ
หารือว่า หากกรรมการและพนักงานของบริษัทฯ ขายใบสำคัญแสดงสิทธิในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย และนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรรมการและพนักงานดังกล่าวมีหน้าที่ต้อง
เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากการขายหุ้น
ดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร
3.3 กรณีกรรมการหรือพนักงานที่ได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิลาออกจากบริษัทฯ
ภายหลังจากได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยกรรมการและพนักงานดังกล่าวได้นำใบสำคัญแสดงสิทธิมาซื้อหุ้น
ของบริษัทฯ หรือขายใบสำคัญแสดงสิทธิในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือนอกตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย กรรมการและพนักงานมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตาม 3.1 และ 3.2
หรือไม่ และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีบริษัทฯ ได้จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญให้แก่กรรมการและพนักงาน ต่อมา
บุคคลดังกล่าวนำใบสำคัญแสดงสิทธิมาซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ กรรมการและพนักงานมีหน้าที่เสีย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และบริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้
1.1 กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากกรรมการและพนักงานนำใบสำคัญแสดงสิทธิ
มาซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดตามข้อตกลงพิเศษ กรรมการและพนักงานจึงได้รับ
เงินได้พึงประเมินในวันที่มีการใช้สิทธิดังกล่าวดังนี้
(1) หากกรรมการ พนักงานได้รับเงินได้จากบริษัทฯ เนื่องจากหน้าที่งานหรือ
ตำแหน่งที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ กรณีถือเป็นประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่
ทำหรือจากการรับทำงานให้ อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
(2) หากกรรมการ พนักงานของบริษัทฯ ได้รับเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน
กรณีถือเป็นประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
ในการคำนวณเงินได้ดังกล่าวให้คำนวณจากราคาหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามหลักเกณฑ์
ต่อไปนี้ หักด้วยราคาการใช้สิทธิ (Exercise Price) ในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์ในหุ้นดังกล่าว
(ก) หากหุ้นดังกล่าวมีราคาขายให้กับประชาชนทั่วไป (Public Offering) ให้
ถือมูลค่าหุ้นเท่ากับราคาขายให้กับประชาชนทั่วไป
(ข) หากหุ้นดังกล่าวไม่มีราคาขายให้กับประชาชน (Public Offering) ให้ถือ
มูลค่าหุ้นเท่ากับราคาเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์ในเดือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ในหุ้น
1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40(1) หรือ (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และ
นำส่งกรมสรรพากรตามมาตรา 50(1) และมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของ
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่ง
ภาษีเงินได้ การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
2. กรณีกรรมการและพนักงานมิได้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับแต่นำ ใบสำคัญแสดง
สิทธิไปขาย เนื่องจากใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่สามารถนำมา
จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตได้ เมื่อกรรมการและพนักงานขายใบสำคัญ
แสดงสิทธิในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนอกตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ภาระภาษีของ
กรรมการและพนักงานที่ได้ขายใบสำคัญแสดงสิทธิ แยกพิจารณาได้ดังนี้
(1) กรณีการขายใบสำคัญแสดงสิทธินอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากการขาย
ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีส่วนต่างซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ เฉพาะ
ส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน เข้าลักษณะเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ
ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร กรรมการและพนักงาน
ผู้มีเงินได้ มีหน้าที่นำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา โดยยื่น
แบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเมื่อสิ้นปี ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีบริษัทฯ ซึ่งเป็น
ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าว มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณ หักตามอัตราภาษีเงินได้ตาม
มาตรา 50(2) วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร
(2) กรณีการขายใบสำคัญแสดงสิทธิในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากการขาย
ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีส่วนต่างซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ เฉพาะ
ส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน เข้าลักษณะเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ
และถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจาก
การขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรรมการและ
พนักงานจึงไม่ต้องนำเงินได้จากการขายใบสำคัญแสดงสิทธิมารวมคำนวณเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 2(23) แห่ง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
3. กรณีกรรมการหรือพนักงานลาออกจากบริษัทฯ ภายหลังจากได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ และ
ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้นำใบสำคัญสิทธิมาซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ เนื่องจากกรรมการหรือพนักงานได้รับ
ประโยชน์ตามใบสำคัญแสดงสิทธิจากการจ้างแรงงานหรือการ รับทำงานให้ และใบสำคัญแสดงสิทธิ
ดังกล่าวได้ระบุชื่อกรรมการหรือพนักงานในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ แม้ว่ากรรมการหรือพนักงานจะนำ
ใบสำคัญแสดงสิทธิมาซื้อหุ้นสามัญภายหลังจากที่ได้ลาออกจากบริษัทฯ หรือขายใบสำคัญแสดงสิทธิใน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายหลังจากที่ได้ลาออกจาก
บริษัทฯ กรรมการหรือพนักงานมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตาม 1. และ 2.
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
8 กุมภาพันธ์ 2559
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของกรรมการและพนักงานกค 0702/1034
21 พฤษภาคม 2551
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย จากการได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญกค 0702/2549
12 กันยายน 2550
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีพนักงานได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นกค 0706/9199
19 กรกฎาคม 2549
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของกรรมการและที่ปรึกษากค 0706(กม.08)/853
28 มิถุนายน 2549
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่กรรมการและพนักงานกค 0706/5429
22 กรกฎาคม 2545
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่กรรมการบริหารและพนักงานกค 0811/6448
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 40 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/36151 กรกฎาคม 2569ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีธุรกิจเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายทรัพย์มรดก หรือทรัพย์สินที่สะสมไว้เปิดข้อหารือ
- กค 0702/149413 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการเครดิตภาษีเงินปันผลเปิดข้อหารือ
- กค 0702/19858 เมษายน 2568ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และการยกเว้นเงินได้ของสามีภริยาเปิดข้อหารือ
- กค 0702/162619 มีนาคม 2568ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินไปต่างประเทศสำหรับค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์และค่าบริการให้แก่ผู้พัฒนาระบบเปิดข้อหารือ
- กค 0702/97219 กุมภาพันธ์ 2568ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการโอนหุ้นให้บุตรชอบด้วยกฎหมายเปิดข้อหารือ
อ้างมาตรา 42 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/36151 กรกฎาคม 2569ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีธุรกิจเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายทรัพย์มรดก หรือทรัพย์สินที่สะสมไว้เปิดข้อหารือ
- กค 0702/149413 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการเครดิตภาษีเงินปันผลเปิดข้อหารือ
- กค 0702/97219 กุมภาพันธ์ 2568ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการโอนหุ้นให้บุตรชอบด้วยกฎหมายเปิดข้อหารือ
- กค 0702/164921 มีนาคม 2567ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการผู้อ่าน ตรวจและประเมินผลงานเปิดข้อหารือ
- กค 0702/124028 กุมภาพันธ์ 2567ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวิจัยเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ