ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีบริษัทแม่ในต่างประเทศเสนอหุ้นให้พนักงานในประเทศโดยไม่มีค่าตอบแทน

กค 0706/7560 · 11 สิงหาคม 2547

เลขที่หนังสือ
กค 0706/7560
วันที่
11 สิงหาคม 2547
เลขตู้
67/33089

1.ข้อหารือ

บริษัท บ. เป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายไทย และประกอบธุรกิจใน

ประเทศไทย โดยมีบริษัท อ. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในประเทศออสเตรเลีย (บริษัทแม่) ซึ่งเป็น

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทฯ 75% ทั้งสองบริษัท

ประกอบกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก เช่น เหล็กรีดเย็น เหล็กเคลือบโลหะ เหล็กเคลือบสี

โดยบริษัทแม่และบริษัทฯ ต่างฝ่ายต่างผลิตสินค้า และไม่มีสัญญาว่าจ้างให้ผลิตสินค้าให้แก่กัน ต่อมาบริษัท

แม่มีความประสงค์ที่จะเสนอหุ้นของบริษัทแม่ให้กับพนักงานของกลุ่มบริษัทในเครือทั่วโลกรวมถึงพนักงานใน

ประเทศไทย โดยไม่มีค่าตอบแทนแต่ประการใด วัตถุประสงค์การให้หุ้นดังกล่าวเพื่อจูงใจให้พนักงาน

ทุ่มเททำงานให้กับบริษัทต่อไป หุ้นที่บริษัทแม่เสนอให้พนักงานของบริษัทฯ มีรายละเอียดและเงื่อนไขดัง

ต่อไปนี้

1. พนักงานจะได้รับสิทธิในหุ้นของบริษัทแม่จำนวน 200 หุ้น โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับ

บริษัทแม่

2. บริษัทฯ เป็นนายจ้างโดยตรงของพนักงานในประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบ

ในต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ของหุ้นที่บริษัทแม่เสนอให้กับพนักงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด

3. บริษัทแม่ ให้สิทธิในหุ้นดังกล่าวแก่พนักงานของบริษัทฯ โดยกำหนดเงื่อนไขภายใต้

หลักเกณฑ์ของตลาดหุ้นในประเทศออสเตรเลียไว้ว่า ในระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่เสนอหุ้นให้กับ

พนักงานนั้น พนักงานไม่มีสิทธิที่จะโอนขายหุ้นที่ได้รับหากไม่ได้รับความยินยอมและอนุมัติจากบริษัทแม่ แต่

ยังคงมีสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลรวมถึงมีสิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นดังกล่าว

4. ภายในระยะเวลา 3 ปีดังกล่าว หากพนักงานลาออก หรือหมดสถานภาพในการเป็น

พนักงานของบริษัทฯ หุ้นที่บริษัทแม่เสนอให้นั้น จะถูกยกเลิกและกรรมสิทธิ์ของหุ้นเหล่านั้นจะถูกโอนให้กับ

บริษัทแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข

5. กรณีพนักงานลาออกหรือหมดสภาพในการเป็นพนักงานภายในระยะเวลา 3 ปีบริษัทแม่ใน

ฐานะผู้ออกหุ้นจะเป็นผู้มีสิทธิขาดในการจัดการโอนหรือขายหุ้นที่ออกนั้นให้แก่บุคคลอื่นต่อไป โดยพนักงาน

จะไม่มีสิทธิโต้แย้ง ผลประโยชน์ใด ๆ อันเนื่องจากการโอนหรือขายหุ้น ดังกล่าว จะถือว่าเป็นเงินได้

ของบริษัทแม่ โดยพนักงานจะไม่มีสิทธิในผลประโยชน์ดังกล่าวหรือได้รับเงินชดเชยจากบริษัทแม่แต่

อย่างใด

บริษัทฯ หารือว่า

1. พนักงานของบริษัทฯ ได้รับหุ้นของบริษัทแม่ ถือเป็นเจ้าของหุ้นตามกฎหมายนับจากวันที่

ตอบรับข้อเสนอแล้ว พนักงานจะไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในหุ้นนั้นอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากพนักงานจะไม่มีสิทธิ์ใน

การขายหุ้นนั้นภายในระยะเวลา 3 ปี และหากพนักงานพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของบริษัทฯ ก่อน 3 ปีนับ

จากวันที่รับโอนหุ้น พนักงานจะต้องคืนกรรมสิทธิ์ในหุ้นดังกล่าวให้แก่บริษัทแม่โดยไม่มีเงื่อนไข ดังนั้น เมื่อ

พนักงานตอบรับข้อเสนอและรับโอนหุ้นจากบริษัทแม่ หุ้นที่พนักงานได้รับนั้น ไม่ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน

ตามกฎหมาย ถูกต้องหรือไม่

2. หากการรับโอนหุ้นนั้นเป็นเงินได้พึงประเมินตามกฎหมาย บริษัทฯ ซึ่งเป็นนายจ้างใน

ประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในต้นทุนของหุ้นที่บริษัทแม่เสนอให้กับพนักงานนั้น ผลประโยชน์จากหุ้น 200

หุ้นของบริษัทแม่ที่พนักงานได้รับนั้น เป็นหุ้นของบริษัทแม่ ดังนั้น ผลประโยชน์จากการได้รับโอนหุ้นดังกล่าว

จะถือได้ว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่เกิดจากแหล่งเงินได้นอกประเทศ และตามมาตรา 41 แห่ง

ประมวลรัษฎากร พนักงานจะต้องรวมผลประโยชน์ดังกล่าวเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ก็ต่อเมื่อนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันกับที่ได้รับเงินได้ และพนักงานได้อยู่ใน

ประเทศไทยเกินกว่า 180 วันในปีภาษีดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

3. เมื่อพนักงานได้รับเงินปันผลจากหุ้นดังกล่าว หรือได้ขายหุ้นภายหลังจากระยะเวลา 3 ปีที่

กำหนดแล้ว มีกำไรจากการขายหุ้น เงินปันผลหรือกำไรดังกล่าวจะต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี

ถ้าพนักงานได้นำเงินปันผลหรือกำไรจากการขายหุ้นดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียวกับที่พนักงาน

ได้รับเงินปันผลหรือกำไรนั้น รวมทั้งพนักงานได้อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 180 วันในปีภาษีเดียวกันนั้น

ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. เนื่องจากการที่พนักงานได้รับหุ้นจากบริษัทแม่ ตามข้อเท็จจริงข้างต้น เป็นผลมาจากการ

เป็นลูกจ้างของบริษัทฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทแม่ ดังนั้น กรณีจึงถือว่าหุ้นที่ได้รับเป็น

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นเงินได้จากหน้าที่งานที่ทำใน

ประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร พนักงานต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวม

คำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2. กรณีที่พนักงานได้รับเงินปันผลหรือกำไรจากการขายหุ้นดังกล่าว ถือเป็นเงินได้ที่เกิดขึ้น

จากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยต่อเมื่อผู้มีเงินได้

เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีที่ได้รับเงินได้นั้น และผู้มีเงินได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยใน

ปีภาษีนั้นด้วย ตามข้อเท็จจริง หากพนักงานนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันกับที่ได้รับ

เงินได้ และพนักงานได้อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 180 วันในปีภาษีดังกล่าว พนักงานจะต้องนำเงินได้

นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 26 พฤษภาคม 2553

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (Foreign Issuer) นำหลัก ทรัพย์ของตนมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

    กค 0702/3488

  2. 1 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีพนักงานได้รับแจกหุ้น

    กค 0706/10072

  3. 9 สิงหาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีพนักงานคืนกรรมสิทธิ์ในหุ้นเมื่อผิดเงื่อนไข

    กค 0706/6667

  4. 10 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจัดสรรสิทธิในการซื้อหุ้นให้พนักงาน

    กค 0706/10848

  5. 9 กรกฎาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการให้สิทธิพนักงานในการซื้อหุ้น

    กค 0706/6389

  6. 28 พฤษภาคม 2546

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขายหุ้นให้แก่พนักงานในราคาพิเศษ

    กค 0706/4934

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 41 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ