ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีส่งออกสินค้าไปเก็บไว้ที่โกดังในต่างประเทศ

กค 0706/5353 · 12 มิถุนายน 2546

เลขที่หนังสือ
กค 0706/5353
วันที่
12 มิถุนายน 2546
เลขตู้
66/32493

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตถุงกอล์ฟและกระเป๋ากีฬาเพื่อการส่งออกโดยได้รับการ

ส่งเสริมการลงทุน แต่การผลิตและส่งออกสินค้าตามใบสั่งซื้อของลูกค้าต้องใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน

ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่ทันความต้องการของตลาด ดังนั้น บริษัทฯ จึงผลิตสินค้าล่วงหน้าจำนวนมาก

และส่งไปเก็บไว้ในโกดังสินค้า ซึ่งบริษัทฯ ได้เช่าไว้ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จึงหารือว่า

1. กรณีจะปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารหลักฐานสำหรับการเช่าโกดังสินค้าเพื่อ

ประโยชน์ในการนำมาบันทึกค่าใช้จ่าย

2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น ค่าภาษีอากร ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรสาร

ค่าไปรษณีย์ ค่าบรรจุหีบห่อ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าซ่อมแซม และค่าบริการต่าง ๆ

บริษัทฯ สามารถนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

3. ค่าเช่าโกดังเก็บสินค้าต้องหักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

4. เงินเดือนพนักงานผู้ดูแลโกดังจะต้องคำนวณภาษีอย่างไร ในแบบ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1 ก.

5. การส่งสินค้าออกไปต่างประเทศผ่านกรมศุลกากรถือเป็นการขายที่ต้องนำมาแสดงในแบบ

ภ.พ.30 หรือไม่ และลงรายงานภาษีขายอย่างไร เนื่องจากเป็นการส่งสินค้าออกไปเพื่อเก็บไว้เป็น

สินค้าสำเร็จรูปที่ยังมิได้มีการขาย

6. การลงรายการในบัญชีคุมสินค้าต้องปฏิบัติอย่างไร

7. สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี จะถือเฉพาะที่อยู่ในประเทศไทยหรือรวมถึงต่างประเทศด้วย

2.แนววินิจฉัย

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทฯ ส่งสินค้าออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยส่งไปเก็บไว้ในโกดังที่บริษัทฯ เช่า

ไว้เพื่อรอการจำหน่ายให้ลูกค้า กรณีดังกล่าวถือว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยด้วย

และให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งไปนั้น ตามมาตรา

70 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ ไม่ต้องนำสินค้าที่เก็บไว้ในโกดังที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดังกล่าวมารวมคำนวณราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 65 ทวิ (6)

แห่งประมวลรัษฎากร

ส่วนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หากเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการ

โดยเฉพาะของบริษัทฯ และเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ย่อมนำมาถือเป็นรายจ่าย

ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) และ

(14) แห่งประมวลรัษฎากร และเอกสารหลักฐานของค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องเป็นหลักฐานที่ชัดแจ้ง

สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นรายจ่ายที่แท้จริงของกิจการ โดยมีหลักฐานหรือหนังสือรับรองโดยเจ้าหน้าที่

ของต่างประเทศที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือโดยบุคคลอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรเชื่อถือได้ และหลักฐานหรือ

หนังสือดังกล่าวนั้นจะต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าเป็นรายจ่ายที่จำเป็นและสมควรแก่การ

ดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ ในทำนองเดียวกับหลักเกณฑ์การพิจารณารายจ่ายที่สาขาในประเทศไทยได้จ่ายไปให้

สำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นในต่างประเทศเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการให้ความช่วยเหลือหรือการให้บริการ

แก่กิจการของสาขาในประเทศไทยที่จะนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ และไม่เข้าลักษณะ

เป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (14) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดในข้อ 2 ของ

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.13/2529 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคล

ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยตามมาตรา 66 และมาตรา 76

ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2529

สำหรับค่าเช่าโกดังที่บริษัทฯ จ่ายให้คู่สัญญาที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเงินค่าเช่าดังกล่าว

เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทย

กับประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้ให้เช่ามิได้มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย เงินค่าเช่าดังกล่าว

ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายตามมาตรา 70

แห่งประมวลรัษฎากรภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

บริษัทฯ ซึ่งเป็นนายจ้างในประเทศไทยเป็นผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศโดยตรง เข้าลักษณะเป็นเงินได้

เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย พนักงานหรือลูกจ้างดังกล่าวเป็นผู้มีเงินได้ต้องเสีย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้มี

หน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

บริษัทฯ ส่งสินค้าออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเก็บไว้ในโกดังก่อนที่จะจำหน่ายให้

ลูกค้าต่อไป การส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรดังกล่าวถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1(8)(ค) แห่ง

ประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ

มีหน้าที่ต้องลงรายการในรายงานภาษีขายตามมูลค่าสินค้าส่งออกโดยให้ใช้ราคา เอฟ.โอ.บี.ของสินค้า

และจะต้องลงรายการภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น รวมทั้ง

บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องลงรายการในรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามปริมาณสินค้าที่จ่ายไปจริงภายในสาม

วันทำการนับแต่วันที่จ่ายสินค้า ทั้งนี้ ตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 7(9) และข้อ

9 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษี มูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) เรื่อง กำหนดแบบ หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการจัดทำรายงาน การลงรายการในรายงาน การเก็บใบกำกับภาษีและ

เอกสารหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบการ ลงรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87 และมาตรา 87/3 วรรคสอง

แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 1 กุมภาพันธ์ 2566

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้ ตามมาตรา 70 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0702/538

  2. 27 มิถุนายน 2561

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีทำสัญญาฝากขายสินค้ากับนิติบุคคลต่างประเทศ

    0702/5047

  3. 26 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป

    กค 0706/6275

  4. 29 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการเชื่อมต่อข้อมูลทางโทรศัพท์

    กค0706(กม.01)/389

  5. 17 มีนาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการรับรู้รายได้จากการรับจ้างผลิต

    กค 0706/2575

  6. 30 พฤษภาคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายรองเท้าให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศ

    กค 0811/พ.4347

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 70 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ