ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่ได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กค 0706/46 · 3 มกราคม 2551

เลขที่หนังสือ
กค 0706/46
วันที่
3 มกราคม 2551
ข้อกฎหมาย
กฎกระทรวง ฉบับที่ 126ฯ
เลขตู้
70/35552

1.ข้อหารือ

1. นาย พ. พนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ประจำปี 2547 ตามประกาศรัฐวิสาหกิจ เรื่อง โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดประจำปี 2548 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดยนาย พ. ได้ยื่นความประสงค์ จะขอลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ 60 ปี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 เนื่องจากเจ็บป่วยและมีอายุทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป (ตามใบแสดงความเห็นแพทย์ ลงวันที่ 8 กันยายน 2546) และได้รับเงินได้ที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน นาย พ. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 91 ปีภาษี 2547 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 มีเงินได้พึงประเมิน จากรัฐวิสาหกิจและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคำนวณภาษีตามใบแนบไม่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มหรือชำระไว้เกิน

2. เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2550 นาย พ. โดยนาง ส. (ภริยา) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (แบบ ค.10) ต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2547 จำนวนเงิน 54,648.04 บาท เนื่องจาก ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีทุพพลภาพ ตามข้อ 2(36) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509ประกอบกับประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ สำหรับกรณีลูกจ้างออกจากงาน เพราะเกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือตายลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 โดยแนบหลักฐานหนังสือรับรองของแพทย์ผู้ทำการรักษาฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ซึ่งรับรองว่า นาย พ. ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ไตเสื่อม และเส้นโลหิตในสมองตีบไม่สามารถปฏิบัติงานได้

2.แนววินิจฉัย

เมื่อนาย พ. ได้ยื่นความประสงค์จะขอลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ 60 ปี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 เพราะป่วย ด้วยโรคเบาหวาน ไตเสื่อมและเส้นโลหิตในสมองตีบ (ตามใบแสดงความเห็นแพทย์ลงวันที่ 8 กันยายน 2546) โดยมีแพทย์ที่ทางราชการรับรองตรวจและแสดงความเห็นว่า นาย พ. เข้ารักษาที่โรงพยาบาลฯ และไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ซึ่งรับรองหลังจากการลาออกจากงาน ตามหนังสือรับรองลงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 และได้รับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีเช่นนี้ หากนาย พ. มีหลักฐานยืนยันจากแพทย์ที่ทางราชการรับรองว่า นาย พ. ออกจากงานเพราะทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถที่จะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งปฏิบัติอยู่นั้นต่อไปและมีหลักฐานจากรัฐวิสาหกิจ รับรองว่า นาย พ. ออกจากงานเพราะเหตุดังกล่าวมาแสดงด้วย จึงเข้าลักษณะเป็นการออกจากงานเพราะทุพพลภาพ ตามข้อ 1(2) และข้อ 1 วรรคสองของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52)ฯ ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่นาย พ. ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในกรณีดังกล่าวจึงจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามข้อ 2(36) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 13 มกราคม 2558

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/177

  2. 12 มีนาคม 2553

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกจากงานก่อนการเกษียณอายุ

    กค 0702/1968

  3. 24 มกราคม 2550

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0706/684

  4. 20 เมษายน 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขอเกษียณอายุก่อนกำหนด

    กค 0706/3239

  5. 18 ธันวาคม 2545

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกจากงานเพราะเกษียณอายุ

    กค 0706/10878

  6. 31 มกราคม 2545

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากการขอลาออกก่อนครบเกษียณอายุ

    กค 0811/904

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ