ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีจ้างยามรักษาความปลอดภัย และกรณีค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน

กค 0706/2356 · 20 มีนาคม 2549

เลขที่หนังสือ
กค 0706/2356
วันที่
20 มีนาคม 2549
ข้อกฎหมาย
มาตรา 40มาตรา 3
เลขตู้
69/34001

1.ข้อหารือ

บริษัทได้หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ดังนี้

1. กรณีบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการประกันชีวิตได้ว่าจ้างบุคคลธรรมดาเป็นยามรักษาความปลอดภัย จำนวน 1 คน โดยไม่มีการทำสัญญาเป็นหนังสือ และไม่มีการกรอกใบสมัครเป็นพนักงาน ในการจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายเป็นรายวันหรือแล้วแต่ผู้รับจ้างจะขอเบิก บางครั้งจ่าย 4 วันต่อครั้ง หรือ 12 วันต่อครั้ง เป็นต้น ค่าจ้างดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตราใดแห่งประมวลรัษฎากร และจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

2. กรณีบริษัทได้แจ้งให้สาขาจ่ายเงินเดือนพนักงานโดยการโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เข้าบัญชีเงินฝากของพนักงานโดยบริษัทไม่ได้ทำสัญญาใด ๆ กับธนาคาร ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่ธนาคารเรียกเก็บไม่ถึง 1,000 บาท บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือไม่

3. กรณีสาขาโอนเงินให้สำนักงานใหญ่ผ่านธนาคารซึ่งมีจำนวนเงินที่ไม่แน่นอน บางสาขาโอนเงินเดือนละ 2 ถึง 3 ครั้ง บางสาขาโอนเงิน 2 เดือนต่อครั้ง การให้บริการโอนเงินของธนาคารดังกล่าวเป็นสัญญาระยะสั้นหรือระยะยาว และหากค่าธรรมเนียมในการโอนเงินที่ธนาคารเรียกเก็บแต่ละครั้งไม่ถึง 1,000 บาท บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. บริษัทจ้างบุคคลธรรมดาเป็นยามรักษาความปลอดภัย ซึ่งโดยลักษณะของหน้าที่ความรับผิดชอบและการปฏิบัติงานของยามรักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติงานภายใต้ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของบริษัท ดังนั้น เงินค่าจ้างที่ยามรักษาความปลอดภัยได้รับจึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง

2. กรณีตาม 2. และ 3. ค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่ธนาคารเรียกเก็บจากบริษัท กรณีการโอนเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน และกรณีสาขาโอนเงินให้สำนักงานใหญ่ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่คู่สัญญาไม่สามารถคำนวณค่าบริการที่รับได้ทั้งสิ้นเป็นจำนวนที่แน่นอนได้ในการทำสัญญารายหนึ่ง ๆ หรือครั้งหนึ่ง ๆ จึงเป็นสัญญาระยะยาว ดังนั้น หากการจ่ายค่าบริการไม่ถึงหนึ่งพันบาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่หากการจ่ายค่าบริการในครั้งต่อไปซึ่งเมื่อนำไปรวมกับค่าบริการครั้งที่ผ่านมาที่มีการจ่ายไปแล้วเป็นจำนวนตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไปผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าบริการ โดยจะต้องนำเงินค่าบริการที่จ่ายในครั้งก่อน ๆ มารวมคำนวณเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายด้วย ทั้งนี้ ตามข้อ 12/1 และข้อ 12/5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 18 กุมภาพันธ์ 2552

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย

    กค 0702/1247

  2. 28 พฤษภาคม 2550

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการให้บริการที่จอดรถยนต์

    กค 0706/5262

  3. 20 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0706/10627

  4. 17 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการด้าน การบัญชี

    กค 0706/11101

  5. 18 มีนาคม 2545

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารและบริษัทบัตรเครดิต

    กค 0811/2258

  6. 2 สิงหาคม 2544

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีรายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์

    กค 0811/7657

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ