ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

กค 0702/8739 · 21 ตุลาคม 2552

เลขที่หนังสือ
กค 0702/8739
วันที่
21 ตุลาคม 2552
ข้อกฎหมาย
มาตรา 65
เลขตู้
72/36924

1.ข้อหารือ

1. บริษัทฯ ประกอบกิจการรับออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม มีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของทุกปี ในการลงบัญชีบริษัทฯ ใช้เกณฑ์คงค้างตามมาตรฐานการบัญชี และใช้สิทธินำรายได้จากการ ประกอบกิจการมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระเงิน ตามข้อ 4.5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 โดยปรับปรุงรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ในแต่ละรอบระยะเวลา บัญชีเป็นรายได้ที่ได้รับชำระเงิน (เกณฑ์เงินสด) มาโดยตลอด ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2547 และปี 2548 บริษัทฯ ได้จำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ จำนวน 63,081,645.25 บาท และจำนวน 11,114,963.71 บาท ตามลำดับ

1.1 กรณีค่าใช้จ่าย บริษัทฯ ได้นำหนี้สูญมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่เนื่องจากการจำหน่าย หนี้สูญดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่าย หนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2534 บริษัทฯ จึงได้นำมาบวกกลับเป็นรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายใน แต่ละรอบระยะเวลาบัญชี

1.2 กรณีรายได้ บริษัทฯ ไม่ได้นำหนี้ที่ได้จำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชี มารับรู้เป็นรายได้ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 เนื่องจาก ยังไม่ได้รับชำระเงินตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528

2. ต่อมากรมสรรพากรได้มีคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 155/2549 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และ รายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2549 กำหนดให้บริษัทฯ นำรายได้จากการประกอบ กิจการที่มีรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป มารวมคำนวณเป็นรายได้โดยใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณ ตาม มาตรา 65 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร สท. กรุงเทพมหานคร เห็นว่า กรณีที่บริษัทฯ จำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ โดยมิได้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2524)ฯ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2534 นั้น บริษัทฯ ยังมิได้นำรายได้ จากการประกอบกิจการมารับรู้เป็นรายได้แต่อย่างใด สท. ขอทราบว่า กรณีบริษัทฯ จำหน่ายหนี้สูญในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2547 และปี 2548 บริษัทฯ มีหน้าที่นำหนี้สูญที่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2534 มารับรู้เป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2550 ตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 155/2549ฯ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2549 ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีการจำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรได้นั้น จะต้องเป็นหนี้ที่บริษัทฯ ได้รับรู้เป็นรายได้และได้นำไปเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ตามข้อ 3 (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2534

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 23 เมษายน 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0702/1826

  2. 30 สิงหาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ที่ไม่เป็นไปตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ

    กค 0706/7311

  3. 20 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0706/พ./2357

  4. 30 เมษายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0706(กม.07)/451

  5. 7 มีนาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอเปลี่ยนเกณฑ์การคำนวณรายได้จากเกณฑ์สิทธิเป็นเกณฑ์เงินสด

    กค 0811/30263

  6. 8 มิถุนายน 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    กค 0811/05394

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ